Spoil
- ส่งยิ้มให้หลังจากสบตา 2 - 3 วินาทีช่วยเพิ่มความจริงใจ
- อย่าสบตานานเกินไป อาจกลายเป็นมองหน้าหาเรื่อง
- พูดไม่เก่งไม่เป็นไร ใช้ภาษากายและรอยยิ้มเข้าช่วย
______________
ในที่สุดต้นเดือนหน้า กรกฎาคมโรงเรียนก็เปิดเทอมแล้ว เย้! หลายคนอยู่บ้านนานจนเพื่อนแทบจะลืมหน้า และอีกหลายๆ คนก็จะได้เจอเพื่อนใหม่ที่โรงเรียน ที่มหาวิทยาลัย มาค่ะ เพื่อความปังตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เรามาเรียนรู้ทริคการสร้างความประทับใจแรกพบกัน!
1. ยิ้มหวานหลังสบตา 2 - 3 วินาที
ทุกคนรู้ดีว่าสิ่งที่จะทำให้คนรู้สึกดีกับเราได้เป็นอย่างแรกก็คือ 'รอยยิ้ม' แต่การนั่งยิ้มตลอดเวลารอให้คนหันมาเห็น หรือยิ้มรอตั้งแต่ยังไม่ทันได้สบตา มันดูฝืนๆ เกินไปหน่อย ถ้าอยากทำให้รอยยิ้มดูจริงใจและสุภาพมากยิ่งขึ้น ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้มองหน้า สบตา แล้วรอซัก 2 - 3 วินาทีค่อยยิ้ม แค่รู้จังหวะว่าควรยิ้มตอนไหน สร้างความประใจได้มากขึ้นเยอะเลย
(ภาพจาก pexels.com)
2. สบตาได้แต่อย่านานเกินไป
ดวงตาเป็นหน้าต่างของหัวใจ แม่สอนไว้ว่าเวลาคุยกับใครอย่าหลบตามันจะดูเหมือนว่าปกปิดอะไรไว้ แต่วิจัยบอกว่าระหว่างผู้ชายกับผู้ชายตา ถ้าประสานสายตากันนานเกินไป จะสื่อถึงความรุนแรง ก้าวร้าวและให้อารมณ์ด้านลบมากกว่า ยิ่งเป็นการพูดคุยกันครั้งแรกให้ใช้สูตร 60/40 คือสบตาประมาณ 60% ระหว่างคุยก็อาจจะมีหลบตาแล้วอมยิ้ม มองนก มองไม้แป๊บนึงแล้วค่อยเลื่อนมามองตา จะทำให้บทสนทนาดูผ่อนคลาย ทริคนี้เวิร์กทั้งผู้ชายและผู้หญิงเลยล่ะ
3. บุคลิกภาพดีมีชัยไปกว่าครึ่ง
ถ้าเดินเข้าโรงเรียนวันแรก เจอคนที่มีบุคลิกดี ไหล่ตั้ง หลังไม่ค่อม มองตรงไม่ก้มหน้า และมีสีหน้ามั่นใจ ตัดภาพไปคนข้างๆ ที่ยืนหลังงุ้ม ก้มหน้าก้มตา น้องๆ คิดว่าคนจะเข้าไปทำความรู้จักใครมากกว่ากัน 99.99% ต้องตอบว่าคนแรกแน่นอน เพราะนี่คือบุคลิกที่ทำให้คนภายนอกมองเข้ามาแล้วรู้สึกไว้วางใจ น่าเข้าใกล้ น่าทำความรู้จัก อยากเข้าไปทักทาย
(ภาพจาก pexels.com)
4. พูดไม่เก่งไม่เป็น ใช้ภาษากายช่วย
เชื่อเลยว่าน้องๆ หลายคนมีอาการแบบนี้ พี่แพมเองก็เป็นเหมือนกัน เวลาเจอคนใหม่ๆ อยากเข้าไปทำความรู้จักแต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นยังไง ต้องทักแบบไหน ชวนคุยเรื่องอะไรดี ตัวช่วยที่ดีที่สุดก็คือภาษากาย เริ่มต้นจากหันหน้าหันตัวเข้าหาแบบเต็มที่ ยิ้มและพยักหน้าบ่อยๆ ไม่เอาสิ่งของ อย่าง กระเป๋าหรือแก้วน้ำมากั้นกลาง หรือแม้แต่มือก็ไม่ควรยกมากอดอก อย่าเอามือมาจับคอ เกาแขน หรือยุกยิกบ่อยๆ ถึงจะรู้สึกไม่ค่อยเป็นธรรมชาติเท่าไหร่ แต่ก็พยายามทำตัวให้เป็นปกติธรรมชาติให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
5. เลียนแบบพฤติกรรม ทำตัวเหมือนกระจก
มาถึงตรงนี้แล้วยังไม่รู้จะทำตัวยังไง ท่าไม้ตายก็คือทำตัวเลียนแบบพฤติกรรมคู่สนทนาไปเลยค่ะ เริ่มต้นจากถ้าเขามองตาเรา เราก็มองตอบ ถ้าเขาพยักหน้า ให้เราพยักหน้ากลับไป 3 ครั้งรัวๆ ปรับระดับเสียงพูดไปในทิศทางเดียวกัน ถ้าเขาเสียงดังเราก็ดังด้วย แต่ถ้าเขาเบาๆ ซอฟต์ๆ เราซอฟต์ลงได้ก็จะดีมาก ทฤษฎีนี้เรียกว่า Mirroring ซึ่งมีวิจัยยืนยันแล้วว่ามันเวิร์กมากจริงๆ
(ภาพจาก pexels.com)
6. เป็นเพื่อนกับเพื่อนของเขาด้วย
เพื่อนใหม่ถ้ามีแค่คนเดียวคงไม่พอ เมื่อเราได้ทักทายใครซักคนแล้ว ก็ถือโอกาสตรงนี้ทำความรู้จักกับเพื่อนคนอื่นๆ ของเขาไปด้วย โดยปกติแล้วคนเราจะเริ่มสนิทใจกับคนแปลกหน้ามากขึ้น ถ้าเพื่อนเราก็รู้จักคนนั้นเช่นเดียวกัน สังเกตง่ายๆ จากการตอบรับคำขอเป็นเพื่อนในเฟซบุ๊ก คนส่วนใหญ่ก็จะเช็กว่ามีเพื่อนร่วมกันบ้างมั้ย ถ้าไม่มีการปัดทิ้งไป แต่ถ้าเป็นเพื่อนกับเพื่อนเราหลายๆ คน ถึงจะเป็นคนแปลกหน้าแต่เราก็กล้าให้เขาเข้ามาเป็นเพื่อนเราได้ไม่ยาก
7. ซ้อมหน้ากระจกก่อนลงสนามจริง
เดี๋ยวๆ อย่าเพิ่งหาว่าพี่แพมเวอร์นะคะ แต่การเตรียมตัวให้พร้อมมันสำคัญจริงๆ อยากให้น้องๆ ลองนึกถึงเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นดูซิว่าจะเป็นยังไงบ้าง เราจะยิ้มยังไงถึงจะดูเป็นมิตรมากที่สุด ควรทำผมทรงไหน แต่งหน้ายังไง สังเกตและปรับปรุงบุคลิกภาพ ถ้าเรามั่นใจในตัวเองแล้วก็ลุยเลย!
ใช้เวลาไม่กี่วันก่อนเปิดเทอมนี้ซ้อมทักทายเพื่อนเอาไว้ก่อนเลยค่ะ รับรองว่าเปิดประตูเข้าไปปุ๊บ ได้มิตรภาพดีๆ เพิ่มขึ้นแน่นอน ชาว Dek-D ไหนที่มีเพื่อนเยอะๆ เอาเคล็ดลับ make friend มาแชร์ ให้เพื่อนๆ ไปทำตามกันค่ะ
ข้อมูลจาก




0 ความคิดเห็น