จำความฝันได้มั้ย? 6 เรื่องง่ายๆ ที่จิตวิทยาบอกว่าทำไม่ได้ในความฝัน


 
Spoil
  • คนเราจะไม่พูด อ่าน หรือเขียนหนังสือในฝัน
  • คนที่อยู่ในฝันไม่ใช่แปลกหน้า แต่เป็นใบหน้าที่ผ่านตา ผ่านสมอง
  • ฝันว่าส่องกระจกได้ แต่หน้าที่เห็นจะไม่ใช่หน้าของตัวเอง
______________

 
                    เป็นเรื่องปกติที่คนเราจะฝันเวลานอนหลับพักผ่อน เพราะถึงแม้ว่าร่างกายหลับไปแล้ว แต่สมองส่วนของความจำไม่ได้หลับไปด้วย ในเวลาสมองจะประมวลผล จัดเก็บ และลบทิ้งความทรงจำ ก็เลยส่งผลให้เกิดเป็นความฝันได้ ซึ่งในความฝันอะไรก็เกิดขึ้นได้ จะฝันดี ฝันร้าย แปลก หรือแฟนตาซีแค่ไหนก็เป็นไปได้เสมอ แต่เชื่อมั้ยคะว่ามันมีเรื่องปกติธรรมดาที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน แต่เกิดขึ้นในฝันไม่ได้!? ส่วนจะเป็นอะไรบ้างนั้น นักจิตวิทยาบอกเอาไว้แล้ว 

 
(ภาพจาก freepix.com)

 
คนเราจะไม่ฝันถึงโทรศัพท์มือถือ
                    จากการสำรวจพบว่ามีผู้หญิงแค่ 3.55% และผู้ชาย 2.59% เท่านั้น ที่เคยฝันถึงโทรศัพท์มือถือ เหตุผลก็เพราะว่าเราใช้มือถือกันเยอะมากๆ ในแต่ละวัน สมองก็เลยเลือกที่จะมองข้ามเรื่องนี้ไปซะ ตามทฤษฎีแล้วเรื่องในความฝันมักจะประมวลผลมาจากความความวิตกกังวลและความกลัวในสมอง ความฝันคือกลไกการป้องกันตัวอย่างหนึ่งที่ทำให้เราเตรียมพร้อม รับมือ และต่อสู้กับความเครียดนั้นเอง แต่บางครั้งเราฝันถึงโทรศัพท์ได้นะ แต่มักจะเกิดขึ้นเมื่อเราต้องผ่านเรื่องยากๆ หรือการสูญเสียในชีวิต

 
คนเราจะไม่ฝันว่ากำลังเขียน อ่าน หรือพูดอยู่
                    เวลาเรานอนหลับสมองในส่วนของภาษาก็จะพักด้วยเช่นเดียวกัน ทำให้การใช้ทักษะทางภาษาเกิดขึ้นได้ยาก แต่ที่เราสามารถเข้าใจความฝันได้ ก็เพราะว่าภาษาในฝันเหมือนเป็นโทรจิตที่เข้าใจได้เอง ถึงแม้จะไม่ได้ยินเสียงหรือมองเห็นอะไรก็ตาม แต่ถ้าเป็นคำพูดสั้นๆ ที่ใช้บ่อยมากๆ ก็อาจจะพูดได้โดยอัตโนมัติ เช่นเดียวกับคนที่มีทักษะทางภาษาอย่างดีเลิศ เช่น นักเขียนหรือกวีก็เป็นไปได้ที่จะพูด อ่านหรือเขียนในฝัน

 
(ภาพจาก unsplash.com)

 
คนเราจะไม่ฝันถึงคนแปลกหน้า
                    มีทฤษฎีที่ว่าสมองไม่สามารถสร้างคนใหม่ๆ มาปรากฏขึ้นในความฝัน ผู้คนหรือใบหน้าที่เห็นในความฝัน ก็จะเป็นคนที่เราเคยเห็นในชีวิตจริง เพราะว่าความฝันก็จะเป็นผลที่เกิดมาจากสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตจริง แต่ถ้าเราฝันถึงคนที่เราไม่รู้จักก็เป็นไปได้ว่า คนนั้นอาจจะเดินผ่านตาเราไป หรือเห็นแว้บๆ จากที่ไหนที่หนึ่ง เห็นในทีวี เลื่อนเจอผ่านไทม์ไลน์โซเชียล แต่ไม่โดนเด่นหรือไม่ได้สำคัญพอให้เราจดจำแค่นั้นเอง

 
คนเราจะไม่ฝันเห็นตัวเองในกระจก
                    หลายๆ คนอาจจะเคยฝันว่าส่องกระจกอยู่ แต่ในกระจกนั้นมักจะไม่ใช่ใบหน้าที่แท้จริงของเรา แต่จะเป็นใบหน้าเราจะเปลี่ยนไป อาจจะเป็นอะไรแปลกๆ ไม่ก็เบลอๆ หรือมองไม่ชัดไปเลย ในความเป็นจริงภาพสะท้อนเกิดขึ้นได้ตามหลักของฟิสิกส์ แต่ความฝันเกิดจากความทรงจำของจิตใต้สำนัก หลักการความเป็นจริงไม่ค่อยมีผลเกี่ยวข้องเท่าไหร่นัก แต่ก็มีความเชื่อที่ว่าสิ่งที่สะท้อนในกระจกในความฝัน ถึงจะไม่ใช่ใบหน้าตัวเอง ก็มักจะเป็นสิ่งที่เราต้องเผชิญ หรือสิ่งที่ต้องต่อสู่ในชีวิตประจำวัน

 
(ภาพจาก unsplash.com)

 
คนเราจะไม่ฝันว่าเคลื่อนไหวได้ตามปกติ
                    สงสัยมั้ยคะว่าทำไมเวลาฝันเรามักจะเคลื่อนไหวช้าๆ หรือไม่ก็เคลื่อนที่แปลกๆ เช่น ลอย หรือบินได้ เหตุผลก็เป็นเพราะเรามักจะฝันในช่วงที่หลับลึกซึ่งตอนนั้นกล้ามเนื้อจะผ่อนคลายเต็มที่ เพราะฉะนั้นสมองก็จะไม่ทำให้กล้ามเนื้อเคลื่อนไหวขณะที่กำลังหลับฝันเช่นเดียวกัน การเคลื่อนไหวช้าๆ นี้อาจเกิดขึ้นจากการขาดการตอบสนองของกล้ามเนื้อหรือการประมวลผลของระบบประสาทช้าลงในช่วงของการนอนหลับนั่นเอง

 
คนเราจะไม่ฝันว่าได้ลิ้มรสชาติอาหาร
                    ถ้าก่อนนอนเรารู้สึกหิวมากๆ ในตอนหลับก็อาจจะฝันว่าเรากำลังได้กินอะไรบางอย่าง แต่เชื่อมั้ยว่าเราจะไม่รับรู้รสชาติที่เราได้กินลงไป หรือไม่ก็กำลังหาของกินแต่ไม่ได้กินซะงั้น คนส่วนใหญ่มักจะฝันว่ากินทุกอย่างอิ่มเรียบร้อยแล้ว แต่ถ้าคนไหนที่รับรู้รสชาติอาหารได้ นั่นหมายความว่าคนนั้นรู้ตัวว่ากำลังฝันอยู่ เลยสามารถรับรู้รสชาติสิ่งที่กินเข้าไปได้ยังไงล่ะ 

 
                    เอาจริงๆ พี่แพมเองก็จำความฝันของตัวเองไม่ค่อยได้ ก็เลยไม่แน่ใจว่าเคยมีสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นในฝันบ้างหรือเปล่า แล้วน้องๆ ชาว Dek-D ล่ะคะ เคยมี 6 เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในความฝันบ้างมั้ย? เข้ามาคอมเมนต์กันเผื่อจะได้เลขเด็ด อิอิ 


 
ข้อมูลจาก
https://brightside.me/
https://www.lifehack.org/


 
พี่แพม
พี่แพม - Columnist คอลัมนิสต์สายติ่งเกาหลี นอนน้อยเพราะดูซีรีส์ สาระไม่ค่อยมี หน้าตาดีไปวันๆ

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

มัณทนา [ทีมหลบหนีโควิด 19] Member 3 ก.ย. 63 23:07 น. 1

ข้อ 3 เป็นบ่อยมากในช่วงหนึ่งประมาณปีพ.ศ.2556-2557

ฝันแบบวนลูป รายละเอียดยาวมากจนหลายๆคนอาจจะขี้เกียจอ่าน

ก็คุณฆาตกรต่อเนื่องโรคจิตคนนั้นแหละค่ะตามฆ่าเราแบบวนลูปมาก

เขามีส่วนสำคัญกับข้อ 4 มากๆ

ข้อ 4 ไม่ใช่ในกระจก แต่ฝันว่าได้ไปโลกคู่ขนาน

ช่วงปีพ.ศ.2556-2557 ฝันทั้งโลกจริงที่เราอยู่กับโลกคู่ขนานสลับกันไปมาและวนลูป

เราฝันเห็นตัวเองกลับไปอยู่ในสมัยยังเป็นเด็กนักเรียนและกลับไปโรงเรียนที่เคยเรียน

คือ โรงเรียนเอกชนสองแห่งที่เราเรียนตั้งแต่อนุบาล 3-ป.6

(โรงเรียนแห่งแรกเรียนตอนอนุบาล 3-ป.3 และโรงเรียนอีกแห่งหนึ่งเรียนตอนป.4-ป.6)

แต่บรรยากาศตรงกันข้ามกับโรงเรียนที่เราเรียนในโลกจริง

เราไม่รู้ด้วยซ้ำว่านั่นคือตัวของเราที่เป็นคนของโลกจริงที่ไปอยู่ในร่างของเด็กประถม

หรือว่าเด็กคนนั้นจะเป็นตัวของเราที่เหลือในโลกคู่ขนานตามโลกต่างๆ

เราฝันครั้งแรกอย่างเป็นทางการก็ตอนปีพ.ศ.2559 เราอายุ 26 ปี

เราฝันเห็นตัวเราอีกคนหนึ่งที่เป็นคนของโลกคู่ขนานซึ่งเป็นคนที่มีนิสัยร้ายกาจมาตั้งแต่เด็กๆ

-มีหน้าตาเหมือนกับเราทุกอย่าง ยกเว้น รูปร่างหน้าตา ขนาดของเท้า ส่วนสูง และน้ำหนัก

เราเป็นคนหน้าตาธรรมดามากๆ ตัวผอม เท้าเล็กประมาณ 20 เซนติเมตร (เท่ากับ 8 นิ้ว)

สูง 155 เซนติเมตร (ครั้งสุดท้ายที่วัดส่วนสูงก็ตอนม.4) น้ำหนัก 35-36 กิโลกรัม

ส่วนเธอเป็นคนสวย หน้าตาดี รูปร่างสวยสมส่วนทุกอย่างทั้งส่วนสูงกับน้ำหนัก

แต่เสียอยู่อย่างเดียว คือ เป็นคนที่มีนิสัยร้ายกาจชอบกลั่นแกล้งคนอื่นไปทั่ว

เป็นที่รังเกียจของทุกคน มีเพียงไม่กี่คนที่ยังรักและเป็นห่วงเธอ

(แม่หญิงการะเกดที่ว่าร้ายกาจยังต้องยกธงขาวขอยอมแพ้และหลีกทางให้เลย)

-เกิดวัน เดือน และปีเดียวกับเราทุกอย่าง

เรารู้แต่ชื่อจริงกับชื่อเล่น

เราฝันเห็นชีวิตของเธอตั้งแต่เธอเกิดจนกระทั่งถึงวันตายของเธอตอนอายุ 25 ปี

นั่นแหละค่ะ จุดจบของคนที่ชอบไป Bully คนอื่น

ถูกพวกที่เธอเคยไป Bully รวมตัวกันล้างแค้นโดยการผลักตกน้ำตายและทำเป็นเหมือนอุบัติเหตุ

จุดจบของเธอโหดร้ายกว่าแม่หญิงการะเกดที่โดนมนต์กฤษณะกาลี

เราเชื่อเรื่องโลกคู่ขนานกับจักรวาลคู่ขนานว่ามีอยู่จริงอยู่แล้ว

เราเชื่อว่าอาจจะมีตัวตนของเราอีกหลายคนที่อาศัยอยู่โลกคู่ขนานตามโลกต่างๆ

ชีวิตความเป็นอยู่ รูปร่างหน้าตา และนิสัยอาจจะเหมือนกัน ตรงกันข้าม และใกล้เคียงกับเรา

ปกติจะเคยอ่านเจอในหนังสือเกี่ยวกับการระลึกชาติ บทความ นิยาย เคยดูสารคดี

เคยดูการ์ตูน ภาพยนตร์ และซีรีส์ที่มีพล็อตเรื่องโลกคู่ขนานหลายไทม์ไลน์

ไม่นึกเลยว่าสักวันหนึ่งเราจะได้ไปโลกคู่ขนานจริงๆ แต่ไปในรูปแบบของความฝันแทน

เราตกใจมากตอนที่รู้ว่าตัวตนของเราอีกคนหนึ่งในโลกคู่ขนานเป็นคนที่มีนิสัยร้ายกาจมาก

ตั้งแต่นั้นมา วันดีคืนดีก็ฝันถึงโลกคู่ขนานอีก

ฝันเห็นตัวเองอีกหลายๆตัวตนในโลกคู่ขนานใช้ชีวิตและความเป็นอยู่ไม่ซ้ำกันเลย

พีคสุด คือ ฆาตกรต่อเนื่องโรคจิตลึกลับที่คอยตามฆ่าเราในความฝันในช่วงปีพ.ศ.2556-2557

ดันมีตัวตนอยู่ในโลกคู่ขนานทั้งหมดเลยค่ะhttps://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/bb-big-02.png

แต่กลับไม่มีตัวตนอยู่ในโลกจริงกับโลกคู่ขนานของเราอีกคนที่ร้ายๆที่ตายตอนอายุ 25 ปี

ทุกวันนี้เราก็ยังจำไม่ได้เลยค่ะว่าผู้ชายคนนั้นหน้าตาที่แท้จริงเป็นยังไงและเป็นใคร มาจากไหน

ในฝัน เราเห็นรูปร่างหน้าตาตั้งแต่คอลงมาจนถึงเท้า ยกเว้น ใบหน้า

คนที่ตอบคำถามนี้ได้ก็คงจะเป็นตัวตนของเราอีกหลายๆคนในโลกคู่ขนานทีี่ได้เห็นหน้าของเขา

0
กำลังโหลด

3 ความคิดเห็น

มัณทนา [ทีมหลบหนีโควิด 19] Member 3 ก.ย. 63 23:07 น. 1

ข้อ 3 เป็นบ่อยมากในช่วงหนึ่งประมาณปีพ.ศ.2556-2557

ฝันแบบวนลูป รายละเอียดยาวมากจนหลายๆคนอาจจะขี้เกียจอ่าน

ก็คุณฆาตกรต่อเนื่องโรคจิตคนนั้นแหละค่ะตามฆ่าเราแบบวนลูปมาก

เขามีส่วนสำคัญกับข้อ 4 มากๆ

ข้อ 4 ไม่ใช่ในกระจก แต่ฝันว่าได้ไปโลกคู่ขนาน

ช่วงปีพ.ศ.2556-2557 ฝันทั้งโลกจริงที่เราอยู่กับโลกคู่ขนานสลับกันไปมาและวนลูป

เราฝันเห็นตัวเองกลับไปอยู่ในสมัยยังเป็นเด็กนักเรียนและกลับไปโรงเรียนที่เคยเรียน

คือ โรงเรียนเอกชนสองแห่งที่เราเรียนตั้งแต่อนุบาล 3-ป.6

(โรงเรียนแห่งแรกเรียนตอนอนุบาล 3-ป.3 และโรงเรียนอีกแห่งหนึ่งเรียนตอนป.4-ป.6)

แต่บรรยากาศตรงกันข้ามกับโรงเรียนที่เราเรียนในโลกจริง

เราไม่รู้ด้วยซ้ำว่านั่นคือตัวของเราที่เป็นคนของโลกจริงที่ไปอยู่ในร่างของเด็กประถม

หรือว่าเด็กคนนั้นจะเป็นตัวของเราที่เหลือในโลกคู่ขนานตามโลกต่างๆ

เราฝันครั้งแรกอย่างเป็นทางการก็ตอนปีพ.ศ.2559 เราอายุ 26 ปี

เราฝันเห็นตัวเราอีกคนหนึ่งที่เป็นคนของโลกคู่ขนานซึ่งเป็นคนที่มีนิสัยร้ายกาจมาตั้งแต่เด็กๆ

-มีหน้าตาเหมือนกับเราทุกอย่าง ยกเว้น รูปร่างหน้าตา ขนาดของเท้า ส่วนสูง และน้ำหนัก

เราเป็นคนหน้าตาธรรมดามากๆ ตัวผอม เท้าเล็กประมาณ 20 เซนติเมตร (เท่ากับ 8 นิ้ว)

สูง 155 เซนติเมตร (ครั้งสุดท้ายที่วัดส่วนสูงก็ตอนม.4) น้ำหนัก 35-36 กิโลกรัม

ส่วนเธอเป็นคนสวย หน้าตาดี รูปร่างสวยสมส่วนทุกอย่างทั้งส่วนสูงกับน้ำหนัก

แต่เสียอยู่อย่างเดียว คือ เป็นคนที่มีนิสัยร้ายกาจชอบกลั่นแกล้งคนอื่นไปทั่ว

เป็นที่รังเกียจของทุกคน มีเพียงไม่กี่คนที่ยังรักและเป็นห่วงเธอ

(แม่หญิงการะเกดที่ว่าร้ายกาจยังต้องยกธงขาวขอยอมแพ้และหลีกทางให้เลย)

-เกิดวัน เดือน และปีเดียวกับเราทุกอย่าง

เรารู้แต่ชื่อจริงกับชื่อเล่น

เราฝันเห็นชีวิตของเธอตั้งแต่เธอเกิดจนกระทั่งถึงวันตายของเธอตอนอายุ 25 ปี

นั่นแหละค่ะ จุดจบของคนที่ชอบไป Bully คนอื่น

ถูกพวกที่เธอเคยไป Bully รวมตัวกันล้างแค้นโดยการผลักตกน้ำตายและทำเป็นเหมือนอุบัติเหตุ

จุดจบของเธอโหดร้ายกว่าแม่หญิงการะเกดที่โดนมนต์กฤษณะกาลี

เราเชื่อเรื่องโลกคู่ขนานกับจักรวาลคู่ขนานว่ามีอยู่จริงอยู่แล้ว

เราเชื่อว่าอาจจะมีตัวตนของเราอีกหลายคนที่อาศัยอยู่โลกคู่ขนานตามโลกต่างๆ

ชีวิตความเป็นอยู่ รูปร่างหน้าตา และนิสัยอาจจะเหมือนกัน ตรงกันข้าม และใกล้เคียงกับเรา

ปกติจะเคยอ่านเจอในหนังสือเกี่ยวกับการระลึกชาติ บทความ นิยาย เคยดูสารคดี

เคยดูการ์ตูน ภาพยนตร์ และซีรีส์ที่มีพล็อตเรื่องโลกคู่ขนานหลายไทม์ไลน์

ไม่นึกเลยว่าสักวันหนึ่งเราจะได้ไปโลกคู่ขนานจริงๆ แต่ไปในรูปแบบของความฝันแทน

เราตกใจมากตอนที่รู้ว่าตัวตนของเราอีกคนหนึ่งในโลกคู่ขนานเป็นคนที่มีนิสัยร้ายกาจมาก

ตั้งแต่นั้นมา วันดีคืนดีก็ฝันถึงโลกคู่ขนานอีก

ฝันเห็นตัวเองอีกหลายๆตัวตนในโลกคู่ขนานใช้ชีวิตและความเป็นอยู่ไม่ซ้ำกันเลย

พีคสุด คือ ฆาตกรต่อเนื่องโรคจิตลึกลับที่คอยตามฆ่าเราในความฝันในช่วงปีพ.ศ.2556-2557

ดันมีตัวตนอยู่ในโลกคู่ขนานทั้งหมดเลยค่ะhttps://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/bb-big-02.png

แต่กลับไม่มีตัวตนอยู่ในโลกจริงกับโลกคู่ขนานของเราอีกคนที่ร้ายๆที่ตายตอนอายุ 25 ปี

ทุกวันนี้เราก็ยังจำไม่ได้เลยค่ะว่าผู้ชายคนนั้นหน้าตาที่แท้จริงเป็นยังไงและเป็นใคร มาจากไหน

ในฝัน เราเห็นรูปร่างหน้าตาตั้งแต่คอลงมาจนถึงเท้า ยกเว้น ใบหน้า

คนที่ตอบคำถามนี้ได้ก็คงจะเป็นตัวตนของเราอีกหลายๆคนในโลกคู่ขนานทีี่ได้เห็นหน้าของเขา

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
โมจิ 4 ต.ค. 64 20:03 น. 3

ไม่รู้สิ แต่เราเวลาฝันเราจำความฝันได้เลยว่าฝันอะไรในความฝันรู้สึกทุกอย่างรู้ว่าเป็นความฝัน แต่เวลาที่เล่าออกไปให้ใครฟังคนอื่นอาจจะคิดว่าเราแต่เรื่อง

1
โมจิ 4 ต.ค. 64 20:06 น. 3-1

เราอยากจะรู้ว่ามีใครเป็นเหมือนเราไหมที่จำความฝันได้ทุกครั้งสัมผัสรู้สึกทุกอย่างในความฝันได้ หรือ มันเป็นสิ่ง ที่พิเศษที่จะมีคนจำความฝันทุกอย่างอยากจะรู้ว่า จะมีคน สักกี่เปอร์เซ็นต์ ที่เป็นเหมือนเรา

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด