
วิเคราะห์ 3 ข้อแตกต่างของซอมบี้
ยุคเก่า Vs ซอมบี้ยุคใหม่
ฝ่ากรุงเทพฯ..เมืองนรก และ Vanguard ย้อนเวลา พลิกชะตาอนาคต
ช่วงปีที่ผ่านมาสังเกตว่านิยายแนวซอมบี้กลับมาได้รับความนิยมในเว็บเด็กดีอีกครั้ง จนตอนนี้เวลาเปิดหานิยายอ่านทีไร ต้องเจอนิยายแนวซอมบี้เด้งขึ้นมาให้เลือกอ่านทุกทีเลย (สงสัยจะอ่านเยอะเกินไประบบเลยจำแล้วเลือกมาแนะนำแน่ๆ)
ด้วยความที่พี่หญิงเป็นแฟนคลับตัวยงของนิยายแนวนี้ อ่านมาเยอะมาก ทำให้สังเกตได้ว่านิยายแนวซอมบี้ที่กำลังเป็นกระแสอยู่ในทุกวันนี้ แตกต่างจากนิยายแนวซอมบี้เก่าๆ อยู่นะคะ วันนี้ก็เลยอยากชวนทุกคนมาวิเคราะห์ข้อแตกต่างระหว่างนิยาย “ซอมบี้ยุคเก่า” กับ “ซอมบี้ยุคใหม่” ผ่านนิยายเด็กดี 2 เรื่องที่เขียนคนละยุคกัน นั่นคือ
2. Vanguard ย้อนเวลา พลิกชะตาอนาคต

ข้อแตกต่างที่ 1 การดำเนินเรื่อง
แม้ทั้งสองเรื่องจะเล่าถึงการเกิดไวรัสซอมบี้ระบาดเหมือนกัน แต่การดำเนินเรื่องแตกต่างกันพอสมควรเลยค่ะ
ซอมบี้ยุคเก่า : ฝ่ากรุงเทพฯ..เมืองนรก
เปิดฉากมาด้วยฉากการตื่นขึ้นมาท่ามกลางสถานการณ์ซอมบี้ระบาดของ “แอ๊ด” ตัวเอก มีความสับสน ชุลมุน งงๆ ก่อนที่แอ๊ดจะตั้งตัวได้และตะเกียกตะกายหาทางหนีเอาชีวิตรอดจากซอมบี้ที่เข้ามาจู่โจม และหนีออกจากกรุงเทพ แหล่งระบาดของซอมบี้ได้ในที่สุด
การดำเนินเรื่องของนิยายแนวซอมบี้สมัยก่อนจะเน้นไปที่การรับมือเหตุซอมบี้ระบาดที่ขึ้นแบบไม่ทันตั้งตัว การดิ้นรนเอาชีวิตรอดของตัวละครที่พยายามหนีออกจากพื้นที่ระบาดไปยังพื้นที่ปลอดภัย เสน่ห์ของนิยายซอมบี้ยุคเก่าคือ จังหวะชุลมุนของการเอาตัวรอด พลาดผิดไปนิดเดียวก็อาจตายได้เลย!
ซอมบี้ยุคใหม่ : Vanguard ย้อนเวลา พลิกชะตาอนาคต
เนื้อหาตามชื่อเรื่องเลยค่ะ “ย้อนเวลาพลิกชะตาอนาคต” เริ่มจากการที่ “นรินทร์” ย้อนเวลากลับมาก่อนวันสิ้นโลกพร้อมน้องสาว พวกเขารู้ว่าอีกไม่นานจะเกิดการแพร่ระบาดของไวรัลซอมบี้ขึ้น จึงพยายามทำทุกอย่างเพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการจัดเตรียมเสบียง หาป้อมปราการ หรือแม้แต่ฝึกฝนตัวเองให้แข็งแกร่งขึ้น
การดำเนินเรื่องของนิยายซอมบี้ยุคใหม่เป็นแนวย้อนเวลากลับมารับมือวันสิ้นโลก ตัวละครจะให้ความสำคัญกับการเตรียมตัวรับมือกับวิกฤติที่กำลังจะเกิดขึ้น มีเป้าหมายในชีวิตมากกว่าแค่พยายามหนีเอาตัวรอดจากซอมบี้ไปเรื่อยๆ เสน่ห์อยู่ที่ความเทพของตัวเอกและการย้อนเวลา ซึ่งเป็นแนวการเขียนยอดนิยมในเว็บเด็กดีตอนนี้

ข้อแตกต่างที่ 2 คุณสมบัติของตัวเอก
ความสามารถของตัวละครทั้งสองเรื่องแตกต่างกันขั้นสุดเลยค่ะ ยังไงไปดู
ซอมบี้ยุคเก่า : ฝ่ากรุงเทพฯ..เมืองนรก
ตัวละครส่วนใหญ่ในเรื่องเป็นแค่คนธรรมทั่วไปที่อยู่ๆ ต้องมาเผชิญกับซอมบี้ และถึงแม้จะมีความสามารถ แต่ก็จำกัดอยู่แค่เทคนิคการต่อสู้ที่สามารถฝึกฝนได้ในโลกจริง เช่น ทักษะการยิงปืน การใช้มีด หรือทักษะการคิดวิเคราะห์ วางแผนที่ไม่ได้หลุดโลกจนเกินไป เรียกได้ว่าเล่าถึงการดิ้นรนเอาชีวิตรอดของมนุษย์เดินดินในสถานการณ์เสี่ยงตายนั่นเอง
อย่างตัวละคร “แอ๊ด” เป็นแค่หนุ่มวัยสามสิบห้าธรรมดาๆ คนหนึ่งที่อยู่ๆ ก็ต้องมารับมือปัญหาวันสิ้นโลก แม้จะมีความสามารถด้านการต่อสู้เล็กๆ น้อยๆ แต่มันก็ได้มาจากประสบการณ์ชีวิตที่ผ่านมาทั้งสิ้น ไม่ได้เก่งกาจหรือมีพลังพิเศษใดๆ
ซอมบี้ยุคใหม่ : Vanguard ย้อนเวลา พลิกชะตาอนาคต
ตัวละครของนิยายเรื่องนี้มีพรสวรรค์โดดเด่น ได้รับพลังพิเศษอย่างใดอย่างหนึ่งมาจากสถานการณ์ไวรัสซอมบี้ระบาด บางคนมีมิติพิเศษ สามารถปลูกผักทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องอาหาร บางคนก็สามารถใช้พลังธาตุอย่าง ดิน น้ำ ลม ไฟ ได้ บางคนมีพลังจิต ถ้าจินตนาการตามไม่ออกก็ลองนึกถึง “อลิซ” จากเรื่อง Resident Evil เลยค่ะ ให้มโนไปเลยว่าตัวละครในนิยายซอมบี้ยุคใหม่เกือบทุกคนจะมีความสามารถเหมือนอลิซเลย เพียงแต่จะมีความเก่งมากน้อยแตกต่างกันไป
อย่าง “นรินทร์” เองก็ได้รับความสามารถด้านสติปัญญามา ทำให้สมองมีการประมวลผลที่รวดเร็วจนสามารถต่อสู้เอาชนะซอมบี้ได้สำเร็จ

ข้อแตกต่างที่ 3 เป้าหมายของตัวละคร/เรื่อง
แม้จะเป็นนิยายแนวซอมบี้เหมือนๆ กัน แต่ความแตกต่างด้านความสามารถก็นำพาให้ตัวละครไปพบเจอกับปัญหาที่แตกต่างกันและเป้าหมายที่แตกต่างกัน มาดูกันค่ะ ว่าปัญหามีอะไรบ้างและเป้าหมายของเรื่องคืออะไร
ซอมบี้ยุคเก่า : ฝ่ากรุงเทพฯ..เมืองนรก
อุปสรรคหลักๆ ที่ตัวละครคือต้องคิดหาวิธีให้ได้ว่าจะเอาตัวรอดจากการถูกกินยังไง ใช้วิธีไหนถึงจะหนีจากการแพร่ระบาดของซอมบี้ได้ แม้จะมีการพูดถึงการต่อสู้กันเองของมนุษย์บ้าง แต่ไม่ได้เป็นปมหลักของพล็อตเรื่อง
เหมือนกับเรื่องราวของ “แอ๊ด” ที่เล่าถึงจะต่อสู้กับซอมบี้เป็นหลัก แอ๊ด ต้องการจะหนีออกจากกรุงเทพฯ พื้นที่ระบาดให้ได้ แต่เส้นทางทั้งหมดถูกปิดกั้นโดยซอมบี้ เขาก็ต้องหาทางหนีไปให้ได้
ซอมบี้ยุคใหม่ : Vanguard ย้อนเวลา พลิกชะตาอนาคต
“นรินทร์” รู้อยู่แล้วว่าในอนาคตจะมีเหตุการณ์ซอมบี้ระบาดขึ้น และเคยเผชิญหน้ากับซอมบี้มาก่อนที่จะย้อนเวลามา เขาจึงรู้วิธีรับมือ แต่อุปสรรคที่แท้จริงของเขาคือ มนุษย์ด้วยกันเอง ที่ใช้โอกาสในช่วงวิกฤติเปิดเผยความมืดมิดในจิตใจออกมา เป้าหมายของนรินทร์ในเรื่องคือหาทางกู้โลก เปลี่ยนแปลงอนาคตเพื่อให้โลกพบเจอสิ่งที่ดีขึ้นและไขปริศนาที่มาของซอมบี้ให้พบค่ะ

ทั้ง ฝ่ากรุงเทพฯ..เมืองนรก และ Vanguard ย้อนเวลา พลิกชะตาอนาคต ต่างเป็นนิยายที่ขายความน่ากลัวของซอมบี้เหมือนๆ กัน เรื่องแรกจะเน้นไปที่ความเป็นความตายของมนุษย์ ความหวาดกลัวในสิ่งที่ไม่รู้จัก และการดิ้นรนเอาชีวิตรอดของคนธรรมดาทั่วไป ในขณะที่เรื่องหลัง จะพุ่งเป้าไปที่การเอาชนะหายนะซอมบี้ให้ได้ ไม่เพียงแค่หนีเอาตัวรอดเท่านั้น ด้วยรู้ว่าหากไม่ลุกขึ้นสู้ วันหนึ่งมนุษยชาติก็ต้องล่มสลายอยู่ดี
ถ้าให้เลือกว่าชอบนิยายแนวซอมบี้สไตล์ไหนมากกว่า พี่หญิงขอเลือก ซอมบี้ยุคใหม่แล้วกันค่ะ พอดีชอบความแฟนตาซีหลุดโลก ไซไฟจัดๆ ตัวเอกเก่งๆ ใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์ในโลกซอมบี้มากกว่า ซอมบี้ยุคเก่า ที่มักจะเล่นกับความลุ้นระทึกในจิตใจของคน และบรรยายให้เห็นความน่ากลัวของซอมบี้อย่างชัดเจน ไม่ใช่อะไร กลัว แง
แล้วทุกคนล่ะ ถ้าให้เลือกระหว่างนิยายแนวซอมบี้สองแบบนี้ ชอบอย่างไหนมากกว่ากัน ไหนลองเม้นต์มาคุยกันได้นะ
.
พี่หญิง

1 ความคิดเห็น