Spoil
- ถ้าไม่อยากโชคร้ายต้องไม่พยายามเป็นคนดี
- ไม่ชอบกินมื้อเช้า อาจถึงคราวซวย
- คนที่โชคดีต้องมีความฉลาดทางอารมณ์
___________
ใครว่าเรื่องของโชคดี โชคร้าย เป็นเรื่องของความเชื่อ งมงาย ไร้สาระ คิดผิดคิดใหม่ได้ค่ะ เพราะในทางวิชาการนักจิตวิทยาและนักคณิตศาสตร์ได้ศึกษาพฤติกรรมความแตกต่างระหว่างคนที่โชคดีกับคนที่โชคร้าย ใครไม่อยากให้ชีวิตเจอแต่เรื่องโชคร้ายขอเตือนเลยว่าอย่าหาทำ!
1. ถ้าไม่อยากโชคร้ายต้องยอมให้ชีวิตผิดพลาดบ้าง
คนที่ไม่เคยล้มเหลว ไม่เคยผิดพลาดก็ดีแล้วนี่คะ โชคร้ายตรงไหน? นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัย Arizona ระบุว่าอัตราส่วนความล้มเหลวที่เหมาะสมสำหรับคนเราอยู่ที่ 15% จากการทดลองให้หุ่นยนต์จัดเรียงสิ่งของ พบว่าถ้าวางโปรแกรมให้ถูกต้องประมาณ 85% หุ่นยนต์จะจัดเรียงได้ไวกว่าการตั้งโปรแกรมให้ถูกต้อง 100% เหตุผลก็เป็นเพราะว่ามันง่ายเกินไป ทำให้ไม่เกิดการปรับปรุง คำนวนหาหนทางใหม่ๆ และไม่เกิดการพัฒนา คนเราก็เช่นกัน การไม่เคร่งเครียด ไม่ปล่อยให้ตัวเองผิดพลาดเลย เราก็จะไม่เคยได้เรียนรู้อะไรจากมัน
2. ถ้าไม่อยากโชคร้ายอย่าพยายามเป็นคนดีจนเกินไป
การเป็นคนดีไม่ได้หมายความว่าคุณจะได้รับแต่สิ่งดีๆ เสมอไปนะ คนดีในที่นี้หมายถึงคนที่สุภาพ ขี้เกรงใจและไม่กล้าพูดและแสดงความต้องการที่แท้จริงของตนเอง ในทางตรงกันข้ามคนที่กล้าพูด กล้าทำ และกล้าที่จะเรียกร้องสิทธิ์ของตัวเองอย่างตรงไปตรงมา หลายๆ คนอาจจะรู้สึกว่าคนกลุ่มหลังนี้ไม่มีมารยาท แต่เชื่อมั้ยว่าคนกลุ่มนี้กลับมีสัดส่วนประสบความสำเร็จมากกว่าคนกลุ่มแรก นักวิทยาศาสตร์จากประเทศลักเซมเบิร์ก วิเคราะห์วิจัยจากข้อมูลที่เก็บมาตลอด 40 ปี พบว่าคนที่หัวดื้อ หัวแข็งมาตั้งแต่เด็กๆ จะเติบโตมาเป็นผู้ใหญ่ที่ประสบความสำเร็จ จริงๆ แล้วโชคอาจจะไม่ช่วยเท่าไหร่ แต่สำเร็จได้เพราะความมั่นใจและกล้าหาญ
3. ถ้าไม่อยากโชคร้ายต้องไม่พลาดข้าวเช้า
ถ้าอยากโชคดี ทำทุกสิ่งอย่างได้ดีมีประสิทธิภาพสิ่งที่ข้ามไปไม่ได้เด็ดขาดเลยก็คือมื้อเช้า การกินมื้อเช้าจะช่วยเพิ่มพลังในร่างกาย ช่วยพัฒนาความความจำระยะสั้นได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญมื้อเช้ายังช่วยทำให้มีสมาธิมากขึ้นและนานขึ้นด้วย
4. ถ้าไม่อยากโชคร้ายต้องพัฒนาความฉลาดทางอารมณ์
คนที่โชคดีที่สุดไม่ใช่คนที่มีความรู้มากที่สุดหรือคนที่มีสมองอันชาญฉลาดมากที่สุด แต่คนที่โชคดีคือคนที่มีความฉลาดทางอารมณ์ต่างหากล่ะ ความฉลาดทางอารมณ์ก็คือคนที่มีความสามารถในการควบคุมอารมณ์ของตนเอง รับรู้และเข้าใจอารมณ์ของผู้อื่น อารมณ์ของคนเราสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา คงจะโชคร้ายน่าดูถ้าหากเราไม่สามารถรับมือกับความไม่แน่นอนตรงนี้ได้
5. ถ้าไม่อยากโชคร้ายอย่าพัฒนาตัวเองเพียงแค่ด้านใดด้านเดียว
เราทุกคนต่างมีความชอบและความสามารถเป็นของตัวเอง หลายๆ คนอาจจะคิดว่าถ้าเรารู้ตัวว่าเราเก่งอะไร แล้วมุ่งมั่นตั้งใจพัฒนาด้านนั้นไปเลยน่าจะเป็นเรื่องที่ดี แต่นักวิทยาศาสตร์ไม่เห็นด้วยอย่างแรง จากการทดลองกับทหารจำนวน 10,000 คน พบว่าคนที่ตั้งใจทำให้ร่างกายแข็งแกร่งมากที่สุด ไม่ประสบความสำเร็จเท่ากับคนที่สนใจเรียนรู้เรื่องอื่นๆ ควบคู่กับการพัฒนาร่างกายไปพร้อมๆ กัน
นักจิตวิทยาชาวอังกฤษแนะนำ 6 สิ่งที่คนที่อยากโชคดีต้องมีและต้องพัฒนาก็คือ ความรอบคอบ การปรับตัว ยอมรับกับสิ่งที่ไม่ชัดเจน ความอยากรู้อยากเห็น กล้าเสี่ยง และความทะเยอทะยาน
6. ถ้าไม่อยากโชคร้าย อย่าแนะนำตัวด้วยชื่อจริง นามสกุลจริง
ไม่น่าเชื่อ ก็ต้องเชื่อค่ะ เพราะมีการคำนวนทางสถิติมาแล้วว่าความยาวของชื่อนั้นมีผลต่อเงินเดือน คนที่ชื่อสั้นๆ หรือแนะนำตัวด้วยชื่อเล่นน้อยพยางค์จะดูเป็นคนที่ใจกว้าง น่าเข้าหา และดูเชื่อใจได้มากกว่าคนที่ชื่อยาวๆ นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยที่บอกว่า 1 ตัวอักษรในชื่อมีผลทำให้ได้รับเงินลดลงด้วยนะ คนไทยส่วนใหญ่ก็เรียกกันด้วยชื่อเล่นสั้นๆ อยู่แล้ว แต่สำหรับชาวต่างชาติอย่าง Bill Gates ถ้ามัวแต่ใช่ชื่อเต็ม William Henry Gates III อาจจะไม่ติดอันดับคนที่รวยที่สุดในโลกอย่างทุกวันนี้ก็ได้นะ
7. ถ้าไม่อยากโชคร้าย ต้องใส่ใจดูแลร่างกายของตัวเอง
จริงๆ แล้วรอบเอวส่งผลต่อความสำเร็จด้วยนะว่าบาป ศาสตราจารย์ทางด้านด้านจิตวิทยาสุขภาพ Jane Ogden จากมหาวิทยาลัย Surrey กล่าวว่าผู้หญิงที่เอวบางร่างน้อยมีแน้วโน้มจะประสบความสำเร็จในชีวิตมากกว่า เพราะเป็นคนที่สามารถถ่ายทอดแนวคิดไปสู่คนรอบข้างได้ดี เพราะคนฟังจะรู้สึกว่าคนๆ นี้มีดูแลตัวเองดี ควบคุมความต้องการของตัวเองได้ ดูดี มีพาวเวอร์!
8. ถ้าไม่อยากโชคร้าย ต้องรู้จักปฏิเสธ
การพยักหน้าเห็นด้วยไปกับผู้คนนั้นง่ายกว่าการส่ายหน้าปฏิเสธมากจริงๆ ค่ะ ไหนจะต้องมีเหตุผลในการโต้แย้ง ไหนจะต้องยอมรับความไม่พอใจ ให้ตามน้ำไปก็คงจะดูเป็นมิตรมากกว่า แต่ถ้าอยากประสบความเร็จในชีวิตความเป็นมิตรมันไม่เพียงพอ แต่สิ่งที่จำเป็นจริงๆ คือความจริงใจในความต้องการของตัวเอง กล้าปฏิเสธและกล้าเผชิญหน้า สตรองเข้าไว้ สู้ๆ
เรื่องของโชคชะตาบางทีเราก็ควบคุมไม่ได้ แต่สิ่งที่เราทำได้ก็คือเตรียมตัว เตรียมใจ เตรียมร่างกายให้พร้อมมากที่สุด ถ้ากายใจพร้อมเราก็จะสามารถทำทุกสิ่งทุกอย่างได้ออกมาดีและมีประสิทธิภาพ ว่าแต่น้องๆ ชาว Dek-D คนไหนเป็นสายมู แล้วมีวิธีเด็ดๆ ยังไงเข้ามาแนะนำกันได้นะ พี่แพมก็ไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่หรอกแค่แต่งตัวตามตารางสีมงคลแค่นี่เอง
ข้อมูลจากhttps://brightside.me/inspiration-psychology/10-habits-that-can-turn-anyone-into-a-someone-with-bad-luck-795782/https://www.dailymail.co.uk/femail/article-6292439/Princess-Eugenie-28-5ft-5-28-inch-waist.htmlhttps://www.businessinsider.com/use-a-nickname-at-work-earn-bigger-paychecks-2013-11
11 ความคิดเห็น
นี่มันตุดยอด
ข้อ 6 นี่ ไม่น่าจะใช้ได้ ในบริบทไทย ตามตัวอย่างนั้น่มันชื่อฝรั่งได้ ตามบริบทเขา ลองนึกดูว่าในการทำงานการแนำนตัวตัวต่างๆ (ที่ไม่ใช่ก๊วนเพื่อน) จะแนะเสนอตนเองในชื่อเล่นกันหรือ ผม กบ เรียกเฉยๆกันว่ากบแก๊บ ก็ได้ครับ.. อย่างนั้นหรือ ของไทยเราก็แนะนำตามปกตินั่นแหละในการทำงานหรือนำเสนอต่างๆ