สวัสดีครับ...พี่ลาเต้ มาแล้วครับ...วันนี้มาเอาใจน้องๆที่สนใจในเรื่องราวของประวัติศาสตร์โดยเฉพาะเลยหละครับ...จะเป็นเรื่องอะไรนั้นไปตามอ่านกันเลยครับ...

 

พระราชชายาเจ้าดารารัศมี พระราชธิดาในพระเจ้าอินทวิชยานนท์ เจ้าหลวงเชียงใหม่ องค์ที่ 7 ทรงเป็นพระราชชายาที่ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดปรานมากพระองค์หนึ่ง

 

เพราะนอกจากจะทรงมีพระอัธยาศัยอันงดงามแล้ว ยังทรงเป็นผู้เสริมสร้างความสัมพันธ์อันดี ระหว่างพระบรมราชวงศ์จักรีกับดินแดนล้านนา ซึ่งทำให้สถานการณ์ทางการเมืองแปรเปลี่ยนไปในทางที่ดี เป็นประโยชน์แก่ราชอาณาจักรสยาม และหัวเมืองฝ่ายเหนือเป็นอย่างยิ่ง

 
 

หลังจากที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จสวรรคต พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้พระราชชายาเจ้าดารารัศมี ทรงย้ายกลับไปประทับที่นครเชียงใหม่ จึงทรงสร้าง "พระตำหนักดาราภิรมย์" ขึ้นจากนั้นทรงใช้พระตำหนักองค์นี้ปฏิบัติพระกรณียกิจต่างๆ ที่เป็นคุณูปการ ทั้งด้านการเกษตร และศิลปวัฒนธรรม อาทิ ทรงทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ทรงฟื้นฟูศิลปหัตถกรรมล้านนาให้เป็นที่เชิดหน้าชูตาของชาวเหนือ

 

ทรงสร้างสวนทดลองการเกษตรชื่อ "สวนเจ้าสบาย" เพราะหวังจะช่วยเกษตรกรชาวเหนือ อีกทั้งเป็นความสนพระทัยในเรื่องการเกษตร ทรงทดลองปลูกดอกกุหลาบพันธุ์ใหม่ๆ ที่ทรงได้มาจากสมาคมกุหลาบแห่งอังกฤษที่ทรงเป็นสมาชิกอยู่ และพันธุ์ไม้ที่โปรดที่สุดเป็นกุหลาบดอกใหญ่สีชมพู กลิ่นหอมเย็น จึงทรงตั้งชื่อถวายเป็นพระบรมราชานุสรณ์แด่พระบรมราชสวามี ว่า "จุฬาลงกรณ์" อีกด้วย

 
 

พระตำหนักดาราภิรมย์ จึงเป็นมรดกล้ำค่าของแผ่นดิน ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้รับเกียรติให้เป็นผู้สืบทอดและพิทักษ์รักษา ซึ่งได้ทำการบูรณะพระตำหนักขึ้นใหม่ให้สมบูรณ์งดงาม ใกล้เคียงกับสภาพเดิมเมื่อกาลก่อน และจัดแสดงเป็น "พิพิธภัณฑ์" แสดงสิ่งของเครื่องใช้ที่เกี่ยวเนื่องกับพระราชชายาเจ้าดารารัศมี และพระกรณียกิจต่างๆ โดยได้รับความร่วมมือจากกลุ่มเจ้านายฝ่ายเหนือ พ่อค้า และประชาชนชาวเชียงใหม่ ในการร่วมบริจาคและเสาะหาสิ่งของ เครื่องใช้เพื่อจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ โดยสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงพระกรุณาเสด็จเปิดพิพิธภัณฑ์ ตั้งแต่วันที่ 9 ธันวาคม 2542 และเปิดให้ประชาชนเข้าชมความงดงามได้ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

 

นอกจากอาคารพระตำหนักดาราภิรมย์แล้ว จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยยังได้จัดสร้างอาคาร "รัศมีทัศนา" เพื่อเป็นห้องจัดแสดงนิทรรศการที่เกี่ยวเนื่องกับพระราชชายาเจ้าดารารัศมี และงานด้านศิลปวัฒนธรรมล้านนา ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันทุก 3 เดือนรวมทั้งยังเป็นที่ฝึกอบรมงานทางด้านวัฒนธรรมล้านนาต่างๆ เช่น ดนตรีพื้นเมือง ช่างฟ้อน การตัดตุงและทำโคม แก่นักเรียน นักศึกษาและชุมชนโดยรอบพระตำหนักดาราภิรมย์ เพื่อเผยแพร่พระเกียรติคุณ และสืบสานงานศิลปวัฒนธรรมล้านนาให้คงอยู่สืบไป

 
 

มาถึงวันนี้ ซึ่งมีงาน "วันพระราชชายาเจ้าดารารัศมี" ตรงกับวันที่ 8 ธันวาคมที่ผ่านมา ทางจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับ จ.เชียงใหม่ และเจ้านายฝ่ายเหนือ สมาคมนิสิตเก่า จุฬาฯ ภาคเหนือ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ จัดงานและกิจกรรมต่างๆไปแล้วอย่างสนุกสนานและสวยงาม รวมถึงขบวนสักการะพระราชชายาเจ้าดารารัศมี งานนิทรรศการยังคงจัดอยู่ต่อไป ซึ่งประชาชนและนักท่องเที่ยวยังสามารถเข้าชม และสัมผัสความงดงามของศิลปวัฒนธรรมแห่งล้านนาได้ในพิพิธภัณธ์พระตำหนักดาราภิรมย์ อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 0-2218-3634

 

          หากในช่วงปีใหม่ที่จะถึงนี้ใครยังไม่มีโปรแกรมไปท่องเที่ยวที่ไหน พี่ลาเต้ ก็แนะนำไปเที่ยวยัง พระตำหนักดาราภิรมย์ แห่งนี้ได้เลยนะครับ...รับรองได้ทั้งความรู้ ความสนุกสนานเลยหละครับ...

 
 

พี่ลาเต้ขอขอบคุณข้อมูลจากหนังสือพิมพ์มติชน

 
 
พี่ลาเต้
พี่ลาเต้ - Columnist นักข่าวสายการศึกษา เกาะติดทุกข่าวแทนน้องๆ ตัวถีบ ตัวดันให้ ม.6 สอบติด

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

0 ความคิดเห็น