Chesshire นักเขียนผู้สร้าง #OxygenTheSeries
สวัสดีค่ะ ชาวเด็กดีทุกคน กระแสซีรีส์วายช่วงนี้ก็ยังมาแรงต่อเนื่อง มีนิยายวายหลายเรื่องเลยที่ได้รับการติดต่อไปสร้างเป็นซีรีส์ รวมถึงผลงานของ “Chesshire” นักเขียนชาวเด็กดีที่เราพามาแนะนำวันนี้ด้วยเช่นกันค่ะ ที่มีผลงานกำลังออนแอร์อยู่ในชื่อ “Oxygen The Series”
นิยายวายฟีลกู๊ดที่ถ่ายทอดเรื่องราวความรักในรั้วมหาวิทยาลัยออกมากได้จับใจนักอ่านมากๆ จนมียอดวิวในเด็กดีรวมแล้วมากกว่า 1 ล้าน! วันนี้เราจึงไม่พลาดชักชวนนักเขียนมาทำความรู้จักกับทุกคนกันค่ะ
สวัสดีค่ะ ชื่ออายนะคะ นามปากกา Chesshire ตอนนี้ก็เขียนนิยายมา 4 ปีเต็มแล้วค่ะ
นิยายที่เขียนทั้งหมดจะเป็นนิยายวาย ส่วนใหญ่จะปรับเปลี่ยนแนวเขียนไปเรื่อยๆ ผลงานเรื่องแรกที่เขียนคือเรื่อง Oxygen ที่ตอนนี้กำลังเป็นซีรีส์ออนแอร์อยู่ ส่วนปัจจุบันกำลังสนใจงานเขียนแนวแฟนตาซีเป็นพิเศษ ยินดีที่ได้รู้จักทุกคนนะคะ
ที่มาของนามปากกา จริงๆ ตอนแรกเราเคยใช้นามปากกา Chess มาก่อนค่ะ แต่รู้สึกว่ามันสั้นไปแล้วก็ยังไม่น่าจดจำเท่าไร เลยเอาคำว่า Chess รวมกับแมว Cheshire จากหนังเรื่อง Alice in Wonderland กลายเป็นชื่อนี้ขึ้นมา
จุดเริ่มต้นเส้นทางนักเขียน? จริงๆ ก่อนที่จะมาเขียนก็เป็นนักอ่านอยู่แล้วค่ะ เวลาเราอ่านนิยายไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตามมักจะชอบคิดว่าถ้าเป็นเรา เราจะอยากให้เรื่องเป็นแบบนั้นแบบนี้ คือชอบจินตนาการไปเองอยู่บ่อยๆ ประกอบกับช่วงปลายปี 2559
เรามีปัญหาเรื่องของสุขภาพกายแล้วก็สุขภาพจิต เลยตัดสินใจอยากจะลองเขียนนิยายแบบที่ชอบ มีแต่สิ่งที่ชอบ ประมาณว่าตรงใจไปหมดทุกอย่างเพื่อใช้ฮีลตัวเองดูสักครั้ง ตอนนั้นคิดว่าถ้าเป็นไปได้นอกจากฮีลตัวเองแล้วถ้างานของเราช่วยฮีลคนอื่นได้ด้วยก็คงดี นั่นเป็นที่มาของ Oxygen ค่ะ
เขียนครั้งแรกไม่ยาก แต่ที่ยากคือเรื่องราวหลังจากนั้น
เขียนครั้งแรกยากไหม ถ้าให้พูดตามตรงตอนที่เริ่มเขียนเรารู้สึกว่ามันไม่ยากเลยค่ะ เรื่องของการคิดคำอะไรต่างๆ อาจจะยาก แต่เพราะตอนนั้นยังไม่มีความกดดันหรือความคาดหวังจากใครเลย มันทำให้เราไม่เครียดแล้วก็ยังไม่ได้ตั้งเป้าหมายว่าต้องทำให้ดีขนาดไหน คิดแค่ว่าอยากเขียนอะไรแค่เขียนออกไปก็พอแล้ว
จุดที่ยากน่าจะเริ่มต้นจากการที่เริ่มมีคนเข้ามาอ่าน เริ่มมีความคาดหวังเกิดขึ้นจนกลายเป็นความกดดัน หลังจากนั้นคือยากมากๆ เลยค่ะ
เราต้องคิดให้เยอะขึ้นเพราะเข้าใจแล้วว่านิยายคือการส่งสารอย่างหนึ่ง เราไม่อยากจะส่งสารที่ผิดหรือไม่เหมาะสมไปให้คนอ่าน เลยกลายเป็นหลังจากมีคนติดตามมากขึ้นเรื่อยๆ ก็ทำอะไรตามใจเหมือนเดิมไม่ได้แล้ว
เขียนนิยายแค่อยากฮิลตัวเอง ไม่เคยคาดหวังผลตอบรับ
เรื่องผลตอบรับจากนักอ่านหรือการสร้างเรื่องซีรีส์ ไม่คิดเลยค่ะ อย่างที่บอกว่าตอนแรกเราหวังแค่อยากฮีลตัวเองกับคนที่เผลอเข้ามาอ่าน จำได้ว่าตอนที่เห็นยอดคนอ่านคน Fav.นิยายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ คือตกใจมาก แต่ก็ต้องยอมรับว่าดีใจด้วยเลยพยายามมากกว่าเดิม ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้คาดหวังว่าจะได้ทำเป็นซีรีส์เลยค่ะ ช่วงที่พี่ผู้กำกับติดต่อมาน่าจะเป็นเมื่อสองสามปีมาแล้ว ตอนนั้นซีรีส์วายเพิ่งจะเริ่มลงจอกันได้ไม่กี่เรื่อง ยังไม่ได้กว้างขวางและมีเยอะเหมือนอย่างทุกวันนี้ จนถึงตอนนี้เลยยังดีใจและภูมิใจอยู่เหมือนเดิมที่พี่เขามองเห็นอะไรบางอย่างในงานเรื่องแรกของเรา และตัดสินใจเลือกนิยายเรื่องนี้ไปทำเป็นซีรีส์
“Oxygen ออกซิเจน” ความสัมพันธ์อันแตกต่างที่เติมเต็มกันและกัน
สำหรับเรื่องนี้เราอยากให้คนสองคนที่แตกต่างกันแทบทุกอย่างมาเจอกันค่ะ เรารู้สึกว่าบางครั้งการเข้ากันได้และเติมเต็มกันและกันของบางสิ่งก็ไม่จำเป็นต้องเหมือนหรือเป็นขั้วเดียวกันเสมอไป เพราะงั้นพี่กีล์กับโซโล่เลยตรงข้ามกันแทบทุกอย่าง แล้วก็เพราะเหตุผลนั้นที่ทำให้พวกเขาเติมเต็มกันและกันได้อย่างสมบูรณ์แบบ
เรื่องของรูปลักษณ์นิสัยกับการกระทำก็จะดูแตกต่างจากความคิดของคนทั่วไปเหมือนกัน อย่างเช่นถ้าดูจากภายนอกบางคนอาจบอกว่านิสัยของพี่กีล์ไม่เหมือนเด็กวิศวะ ส่วนโซโล่ก็ไม่เหมือนเด็กที่เรียนดนตรี แต่ใครเป็นคนตัดสินว่าคนที่มีนิสัยแบบนี้ต้องเรียนนั่นเรียนนี่ ส่วนตัวเราจะเลือกสิ่งที่เหมาะสมกับตัวละครอย่างมีเหตุผลตามพล็อตเรื่องมากกว่า
คาแรกเตอร์ของพระเอกนายเอก สองคนนี้เป็นอะไรที่แตกต่างอย่างสุดขั้วเลยค่ะ ที่เหมือนกันคือนิสัยของพวกเขาเกิดจากสภาพแวดล้อมกับการปลูกฝัง พี่กีล์เคยเป็นพี่คนโตของสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า ต้องดูแลน้องๆ หลายคน ถึงจะลำบากมามากแต่ก็มีความสุขเพราะถูกเลี้ยงมาเป็นอย่างดี เลยส่งผลให้กลายเป็นคนอ่อนโยนแล้วก็ใจเย็นโดยธรรมชาติ
ส่วนโซโล่ก็เหมือนเด็กมีปัญหาเพราะเติบโตมาในสภาพแวดล้อมที่ไม่ได้อบอุ่น ต่อให้ครอบครัวมีฐานะยังไงก็ทดแทนสิ่งที่เสียไปไม่ได้ นอกจากแอบดื้อเลยเหมือนเด็กเย็นชาเก็บตัว หลายๆ ครั้งก็ชอบเอาตัวเองเป็นที่ตั้งอยู่บ่อยๆ
การมาเจอกันของสองคนนี้เลยเหมือนเป็นการช่วยเติมเต็มกันและกันมากกว่าการช่วยเหลือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
Oxygen ออกซิเจน นิยายที่สะท้อนให้เห็นถึงอิทธิพลของสภาพแวดล้อม
สำหรับสิ่งที่สอดแทรกไว้ใน Oxygen ออกซิเจน จริงๆ เรามีหลายอย่างเลยค่ะที่สอดแทรกเอาไว้ในเรื่อง กับออกซิเจนนี่จะบอกว่าเป็นเรื่องที่ใส่ความรู้สึกเอาไว้มากที่สุดก็คงได้ แต่ถ้าพูดถึงสิ่งแรกที่ตั้งใจไว้ว่าจะใส่ลงไป ก็คงเป็นเรื่องลักษณะนิสัยของตัวละครที่เกิดขึ้นจากปัจจัยรอบกายค่ะ
ตอนที่สร้างตัวตนของโซโล่กับพี่กีล์ขึ้นมา เราอยากให้คนอ่านมองเห็นว่าทำไมคนสองคนถึงได้เติบโตขึ้นมาเป็นอย่างนี้ เพราะเราเชื่อว่าลักษณะนิสัยและการแสดงออกของคนเรา ส่วนสำคัญมันเกิดมาจากสภาพแวดล้อมและการเลี้ยงดู เพราะอย่างนั้นคนบางคนเขาถึงได้ไม่มีทางเลือก
สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าคนคนนั้นดีหรือไม่ดี ก็คือเขาพัฒนาได้หรือเปล่า รับฟังคนอื่นบ้างไหม เหมือนอย่างโซโล่ที่พอมีคนพูดดีๆ ด้วยแล้วพยายามเข้าใจตัวเองก็ยอมลงให้และกลายเป็นคนที่ดีขึ้นในทุกวัน หรืออย่างพี่กีล์ที่พอมีคนเข้าใจอยู่เคียงข้างก็พยายามเชื่อใจและพึ่งพาคนอื่นมากกว่าเดิม
“Oxygen ออกซิเจน” จากนิยายเป็นซีรีส์
ตอนเขียนไม่เคยคิดเลยค่ะว่าจะได้เป็นซีรีส์ เรารู้สึกว่าเราเขียนนิยายเป็นนิยายมาตลอด คือมันจะมีความเป็นจินตนาการ ความแฟนตาซีมากกว่าการจะเอาไปทำเป็นซีรีส์ลงจอ เพราะง้ันตอนรู้ก็ทั้งดีใจแล้วก็กังวลค่ะ
ดีใจที่เราจะได้เห็นพวกเขามีชีวิต แต่ก็กังวลเนื่องจากเราทุ่มเทกับพวกเขามาก แล้วก็ไม่รู้ว่าบทนิยายของเรามันจะถ่ายทอดผ่านจอได้จริงๆ หรือเปล่า พอเห็นผ่านไปได้ด้วยดีก็สบายใจค่ะ
ซึ่งเรื่องนี้ต้องขอบคุณพี่เจนที่เป็นผู้กำกับเลยค่ะ เพราะตัวเราเองไม่ค่อยสะดวกในการเดินทางไปดูงานอะไรเท่าไร แต่พี่เจนก็จะคอยส่งข่าว ส่งรูปอะไรมาให้ดูตลอด ดังนั้นถึงจะไม่ได้เข้าไปมีส่วนร่วมด้านหน้างานมากนัก เบื้องหลังก็ยังคอยมองอยู่ห่างๆ อย่างห่วงๆ แล้วก็รับรู้เกี่ยวกับสถานการณ์ทุกอย่างอยู่ตลอดค่ะ
ในการสร้างซีรีส์เรื่องนี้ สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับเราคือการถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกของตัวละครค่ะ ที่คาดหวังเลยเป็นเรื่องของการแสดงเป็นหลักเลย เพราะตัวเนื้อเรื่องส่วนตัวมั่นใจว่าพี่ๆ ในทีมจะช่วยปรับปรุงให้ดีขึ้นได้โดยไม่ลืมส่วนสำคัญของนิยายแน่นอน พอออนแอร์แล้วเห็นผลงานออกมาเต็มๆ ก็รู้สึกโล่งใจแล้วก็ดีใจมากๆ ที่ทุกคนให้ความสนใจแล้วก็สนับสนุน ที่สำคัญคือไม่ใช่แค่คนไทยแต่ยังมีชาวต่างชาติให้ความสนใจมากมายด้วย ต้องขอบคุณมากๆ จริงๆ ค่ะ
ฉากที่รอคอยและประทับใจที่สุดเป็นฉากเดียวกันเลยค่ะ คือตอนที่พี่กีล์ไปเจอแม่ใหญ่ที่โรงพยาบาล เราเชื่อว่าฉากนี้เป็นฉากที่คนเคยอ่านนิยายน่าจะจดจำได้มากที่สุด และก็คงคาดหวังไม่ต่างกัน เราเองก็คาดหวังและรอคอยมากๆ แล้วก็ดีใจมากๆ ที่เห็นนักแสดงทำได้ดีสมกับที่ตั้งตารอ
นิยายกับซีรีส์แน่นอนว่าไม่เหมือนกัน 100% ค่ะ แต่อย่างที่บอกว่าทีมงานน่ารักมากๆ เพราะยังคงเคารพผลงานของเราในฐานะนิยายอยู่เสมอ เราคิดว่าความพิเศษคือการเติมเต็มบทให้สมบูรณ์มากขึ้น มีเหตุมีผลมากขึ้น แล้วยังมีตัวละครอื่นๆ ที่เพิ่มเติมเข้ามาเพื่อเพิ่มสีสันและทำให้ซีรีส์น่าสนใจมากขึ้นด้วย
เปิดมุมมองความจริงแล้วนิยายวายไม่ได้แตกต่างจากนิยายชายหญิง
เรามองว่าตรงนี้น่าจะเป็นเรื่องของรสนิยมค่ะ ตัวเราเองชอบการอ่านนิยายและการ์ตูนวายมาตั้งแต่ต้น ก่อนจะเริ่มเขียนนิยายเสียอีก เพราะงั้นพอเริ่มเขียนเลยอยากเขียนสิ่งที่ตัวเองชื่นชอบและคิดว่าจะอยู่กับมันได้นาน โดยส่วนตัวมองว่านิยายวายไม่ได้แตกต่างจากนิยายชายหญิงเลย ขึ้นอยู่กับความชื่นชอบล้วนๆ แล้วก็แบ่งแยกเป็นงานแฟนตาซี งานฟีลกู้ดอะไรพวกนี้ได้ไม่ต่างกันเลยสักนิด เพราะงั้นเสน่ห์ของมันน่าจะอยู่ที่ตัวเนื้อเรื่องและสิ่งที่อยากสื่อในงานมากกว่าค่ะ
“เขียนให้จบ” เป้าหมายที่ยากจะไปถึง
สิ่งที่ยากที่สุดในการเขียนนิยาย คือ การเขียนให้จบค่ะ เวลาเราจะเริ่มทำอะไรสักอย่าง ต้องยอมรับว่ามันมีไฟมากๆ เลยมักจะไปได้ไว แต่ระหว่างทางนั่นแหละที่น่ากลัว สิ่งที่ต้องเจอมีทั้งคอมเมนต์ที่บั่นทอนจิตใจ การคิดอะไรไม่ออกชั่วขณะ และอื่นๆ อีกมากมาย เพราะงั้นกว่าจะถึงปลายทางได้นี่ลำบากสุดๆ ไปเลย จะบอกว่าสิ่งเหล่านั้นเป็นอุปสรรคที่ขัดขวางไม่ให้เราเขียนจบก็คงได้ สำหรับคนที่มีประสบการณ์หรือรู้จักวิธีจัดการกับสิ่งเหล่านั้นก็อาจจะผ่านไปได้ แต่สำหรับคนที่เพิ่งเคยเจอจะยากลำบากกว่าอย่างเห็นได้ชัดเลยค่ะ
ถ้าอยากเขียนนิยายให้สนุก เรามองว่ามันต้องเริ่มมาจากความชอบก่อนนะคะ ถ้าเราชอบสิ่งเหล่านั้นจริงๆ เราจะอยู่กับมันได้นาน และเราจะเสริมเติมแต่งจินตนาการได้ตลอดเวลา กลับกันถ้าแม้แต่ตัวเองยังไม่ชอบสิ่งที่เขียน ไม่คิดว่ามันสนุกเลยสักนิด มันก็จะกลายเป็นการบั่นทอนตัวเอง ทำให้ผลงานไม่เป็นไปตามเป้าหมาย แล้วก็ส่งผลตรงไปถึงนักอ่านเลยแหละ
ถ้าไม่ได้เขียนนิยายออนไลน์ เราก็คงไม่ได้ใช้นามปากกา Chesshire อย่างทุกวันนี้
ต้องบอกว่าถ้าไม่ได้เขียนนิยายออนไลน์ เราก็คงไม่ได้ใช้นามปากกา Chesshire อย่างทุกวันนี้แน่นอนค่ะ การเขียนนิยายออนไลน์เป็นจุดเริ่มต้นของทุกอย่างสำหรับเรา ดังนั้นเรามองว่ามันสร้างโอกาสในเส้นทางนักเขียนได้เป็นอย่างมาก
ข้อดีที่เห็นได้ชัดคือมันเป็นสิ่งที่เข้าถึงคนได้ง่าย ไม่ว่าใครก็เข้ามาอ่านและติดตามผลงานได้ เป็นเหมือนการสร้างชื่อเสียงไปในตัว ทุกๆ ตอนของนิยายที่ลงจะมีนักอ่านที่ชื่นชอบในผลงานเข้ามาให้กำลังใจตลอด และนั่นก็เป็นสิ่งสำคัญมากๆ ที่ทำให้นักเขียนมีกำลังใจเขียนตอนต่อไปเรื่อยๆ จนจบ
อย่างตัวเราเองก็เริ่มต้นจากการเขียนนิยายลงโลกออนไลน์ ทำให้คนมาติดตามและรู้จักกัน จนมีสำนักพิมพ์ติดต่อเข้ามาขอตีพิมพ์ แล้วก็ได้รับความสนใจจนนำไปสู่การได้ทำเป็นซีรีส์ ทั้งหมดเริ่มต้นจากจุดเล็กๆ จุดนี้เลยค่ะ
ที่สำคัญเลยคือต้องขอบคุณแฟนนิยายทุกคนมากๆ เลยนะคะที่คอยสนับสนุนและให้กำลังใจกันมาโดยตลอด นับจากวันที่เริ่มเขียนนิยายจนถึงตอนนี้ก็ผ่านมาสี่ปีเต็มแล้ว ที่เรามาถึงจุดนี้ได้ล้วนแล้วแต่เป็นเพราะทุกคนช่วยกันผลักดันมาโดยตลอด หวังว่าจะยังอยู่ด้วยกันแล้วก็มองดูผลงานของเราเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ไปอีกนานๆ นะคะ
Chesshire ถึงชาวเด็กดี...
สำหรับน้องๆ ที่อยากเป็นนักเขียน ขอให้ทุกคนกล้าที่จะลองและเรียนรู้นะคะ ถ้าเราท้อตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่ม เราจะไม่ได้อะไรกลับมาเลย อย่างน้อยถ้าได้ลองไม่ว่าจะประสบผลสำเร็จตามที่หวังหรือไม่ เราจะบอกตัวเองได้ว่าเราชอบมันจริงหรือไม่และจะอยู่กับมันได้หรือเปล่า
นักเขียนบางท่านอาจจะเริ่มจากศูนย์แล้วไปถึงร้อยได้ไว แต่บางท่านก็ไปได้ช้า ที่เหมือนกันคือเริ่มจากศูนย์ทั้งหมด เพราะงั้นต้องพยายามต่อไปเรื่อยๆ ถ้ามั่นใจว่านี่คือทางของตัวเองจริงๆ อย่าหันหลังกลับกลางทางก็พอค่ะ จะช้าหรือเร็วยังไงก็ต้องถึงเส้นชัย
ก่อนจากลากันไปขอบคุณทุกคนที่อ่านบทสัมภาษณ์นี้มาจนถึงหัวข้อสุดท้ายนะคะ สำหรับตอนนี้เรากำลังสนใจงานแนวแฟนตาซีเป็นอย่างมาก แล้วก็มีโอกาสได้เขียนงานแนวนี้จนจบออกเล่มไปแล้วหนึ่งเรื่อง ในอนาคตยังมีแผนการที่จะเขียนงานให้หลากหลายมากยิ่งขึ้นไปอีก ที่กำลังออนแอร์อยู่ตอนนี้คือเรื่อง ‘ว่าด้วยเรื่องราวการเอาชีวิตรอดของซอมบี้ในวันโลก’ ยังไงก็ขอฝากทุกคนติดตามด้วยนะคะ
ยินดีที่ได้รู้จัก และหวังว่าจะได้เจอกันในผลงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งของเราค่ะ^^
และนี่คือเรื่องราวดีๆ จาก อาย หรือ Chesshire นักเขียนเจ้าของผลงานเรื่อง Oxygen ที่เรานำมาฝากทุกคนในวันนี้ค่ะ พี่หญิงต้องขอบคุณมากๆ เลยมาร่วมแชร์ประสบการณ์ดีๆ กับเรา ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมถึงประสบความสำเร็จในงานเขียนตั้งแต่แต่งนิยายเรื่องแรก เพราะจากอายจะเขียนนิยายด้วยความใส่ใจทุกรายละเอียดแล้ว เธอยังเขียนนิยายเรื่องนี้ด้วยความรัก ความปรารถนาดีที่ต้องการใช้นิยายเป็นสื่อกลางเยียวยาจิตใจของผู้คน ผ่านเรื่องราวความรักของ “กีล์” และ “โซโล่” ชายหนุ่มสองคนที่ถึงแม้จะแตกต่างต่างก็สามารถเติมเต็มกันและกันได้อย่างลงตัว
แต่ก็อย่างที่อายได้เล่าไปว่ากว่าจะเขียนประสบควาสำเร็จแบบนี้มันไม่ง่ายเหมือนกัน ระหว่างทางเธอได้พบกับความกดดันมากมาย แต่เป็นเพราะการเขียนนิยายเป็นสิ่งที่อายรัก เธอจึงไม่คิดล้มเลิกการเขียนกลางคัน จนทำให้ในที่สุด เธอก็สามารถเขียนนิยายจบได้ตามที่ตั้งใจ
สำหรับน้องๆ ใครไหนที่อยากเขียนนิยายแต่ยังลังเลใจ ก็ตามที่อายได้พูดไว้เลยว่า ขอให้ทุกคนกล้าที่จะลองและเรียนรู้ เพราะถ้าเราท้อตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่ม เราจะไม่ได้อะไรกลับมาเลย หรือถ้าใครไม่รู้ว่าจะเริ่มยังไงดีก็ลองเริ่มต้นเขียนจากสิ่งที่ชอบก่อนได้นะ เราชอบอ่านนิยายแนวไหน ชอบเนื้อหานิยายอย่างไร ก็ลงมือเขียนจากตรงนั้นเลยค่ะ
ติดตามผลงานของ Chesshire
- Oxygen ออกซิเจน
- ว่าด้วยเรื่องราวการเอาชีวิตรอดของซอมบี้ในวันสิ้นโลก
- ดวงอาทิตย์ของคุณชายเล็ก
- PRINCE LUCIANO AND HIS DEMON
- AFTERMOON จันทร์ระฟ้า
- Nitrogen ไนโตรเจน
- ANAKIN อนาคิน
- SCENT : SILVER BULLET [OMEGAVERSE]
- 3KINGS ตอน ประมุข
- 3KINGS ตอน จักรพรรดิ
พี่หญิง

26 ความคิดเห็น