สวัสดีน้องๆ นักเขียนชาวเด็กดีทุกคนค่ะ ใครที่กำลังมองหารายได้เสริมจากการเขียนนิยาย ต้องไม่พลาดเรื่องราวจากนักเขียนสาวนามปากกา No.7even คนนี้เลยค่ะ แม้ว่าเราจะเห็นเธอเขียนนิยายบนเว็บเด็กดีเรื่อง โครงกระดูกร่างนี้คือสามีข้า อยู่เพียงเรื่องเดียว แต่ความจริงแล้วเธอมีผลงานมาแล้วมากมาย หลากหลายนามปากกา แถมยังมีงานอดิเรกคือการเขียนนิยายเป็นอาชีพเสริมมานานกว่า 10 ปีอีกด้วย

เธอทำได้จริงๆ เหรอ? โม้รึเปล่า? คำถามเหล่านี้จะหายไปทันทีที่ได้อ่านเรื่องราวของเธอแน่นอนค่ะ เพราะว่าเบื้องหลังการเป็นนักเขียนของ No.7even นั้น แม้จะดูเป็นเส้นทางที่นักเขียนหลายคนเคยผ่านมาแล้ว เช่น การได้ตีพิมพ์นิยายตั้งแต่เรื่องแรกที่เขียน หรือแม้แต่การเปลี่ยนนามปากกาเพื่อเขียนนิยายแนวใหม่ๆ ก็เป็นเรื่องที่พบเจอในแวดวงนักเขียนได้ไม่ยาก แต่ว่าเบื้องหลังของ No.7even ที่อยากพาทุกคนไปรู้จักกันนั้น คือ การที่เธอเขียนนิยายเป็นอาชีพเสริมควบคู่ไปกับการทำงานประจำจนมีรายได้มากกว่าอาชีพหลักนั่นเอง

เมื่อการเขียนนิยายกลายเป็นงานงานหนึ่ง การเป็นนักเขียนจึงไม่ใช่แค่การเขียนนิยายและอัปตอนขึ้นเว็บเท่านั้น เรามาดูไปพร้อมๆ กันเลยว่านักเขียนสาวคนนี้เธอเขียนนิยายเป็นอาชีพเสริมยังไงให้เห็นผลระยะยาวได้อย่างทุกวันนี้ 

เริ่มต้นเป็นนักเขียนจากการเขียนนิยายออนไลน์

เริ่มต้นเลยเนี่ย ตอนนั้นเราเรียนมหาวิทยาลัยอยู่ค่ะ เขียนตั้งแต่ตอนสมัยเรียนปี 1 เลยค่ะ รู้สึกว่าเพิ่งรู้จักเว็บเด็กดีด้วย ตอนแรกเขียนลงยาหยียาใจกับแจ่มใสก่อน แล้วทีนี้เราก็มารู้จักกับเว็บเด็กดีแล้วก็เห็นเป็นแพลตฟอร์มนิยายที่เขียนง่ายค่ะ คือเราสามารถที่จะใช้งานได้เลยทันที ไม่ยุ่งยากอะไร เราก็เลยสนใจ แล้วก็หน้าตาการจัดการอ่านนิยายก็สะดวกค่ะ หลังจากนั้นเป็นต้นมาเราก็เขียนกับเด็กดีมาโดยตลอดเลยค่ะ 

 เรื่องแรกที่เขียนก็มาจากการที่เราอ่านนิยายมาก่อน อ่านเยอะมาก ตอนนั้นอ่านเรื่องเพชรพระอุมาของคุณพนมเทียนค่ะ อ่านทั้งวันทั้งคืนแบบติดมาก เราก็เลยอยากจะลองเขียนดูบ้าง พอเราเขียนนิยายเรื่อง เพียงตาลัย ก็เป็นนิยายเรื่องแรกที่ได้ตีพิมพ์กับสำนักพิมพ์เลยเหมือนกันค่ะ 

ตลอด 10 ปี เปลี่ยนนามปากกาทุกครั้งที่เขียนเรื่องใหม่

ก่อนหน้านี้ใช้อยู่ 3 นามปากกาค่ะ ก็จะมีนามปากกา พรสวรรค์ ซึ่งเป็นชื่อจริงของเราเลยค่ะ ก็จะเป็นนิยายที่เขียนเกี่ยวกับแนวอิงประวัติศาสตร์ค่ะ จะเป็นนิยายไทยที่ตีพิมพ์กับสำนักพิมพ์ แล้วก็จะมีนามปากกา รรรรรรณ์ นะคะ แล้วก็จะมีนามปากกา โม่โฉวอิ่งเยว่ อันนี้เป็นนามปากกาจีนที่ใช้ออกกับสำนักพิมพ์เหมือนกัน แล้วก็ล่าสุดก็จะเป็นนามปากกา No.7even ค่ะ เป็นนามปากกาที่เราใช้ขายออนไลน์กับทางเด็กดีอยู่ตอนนี้ค่ะ

คือเราต้องการจะแยกนามปากกาเพราะว่าเราจะแยกประเภทนิยายค่ะ แล้วก็อีกอย่างการเปลี่ยนนามปากกาก็เหมือนกับว่าเราได้เริ่มงานใหม่อยู่ตลอดค่ะ เหมือนเราได้นับหนึ่งใหม่ทุกครั้ง มีข้อดีก็คือทำให้เรามีความกระตือรือร้นที่จะเขียนงานมากขึ้นค่ะ เพราะมันเหมือนกับว่า 

ถ้าเราเริ่มนามปากกาใหม่เราก็จะต้องเริ่มใหม่ทั้งหมด ตั้งแต่สร้างฐานแฟนคลับ แฟนนิยาย ในทุกๆ เรื่อง ซึ่งเราก็จะต้องมีความขยันเพิ่มขึ้น เราจะต้องมีความมุมานะพยายามมากขึ้น เหมือนเรากลับมาเริ่มต้นศูนย์ใหม่อีกครั้งหนึ่ง แล้วเราก็จะต้องทำขึ้นไปให้ได้ค่ะ ทำให้เรามีไฟ มีแรงบันดาลใจเพิ่มขึ้นด้วยค่ะ 

ไม่ใช่ว่าเราไม่แคร์แฟนคลับนะคะ เราเป็นนักอ่านมาก่อน เราอยากให้เขาได้อ่านนิยายที่เขาอยากอ่านจริงๆ เราก็เลยมีความรู้สึกว่า เราแต่งนิยายเรื่องใหม่เพื่อที่จะให้คนที่ชอบนิยายเรื่องนี้จริงๆ เข้ามาอ่านดีกว่า ไม่ใช่อ่านเพราะยังติดภาพว่าเป็นแฟนคลับของเราอยู่อ่ะค่ะ

ไม่เคยทิ้งการเขียนนิยายแม้จะทำงานประจำแล้ว

ตั้งแต่เด็กเลยค่ะ คือเราชอบเขียนนิยาย แต่คือเหมือนตอนเด็กอ่ะ เราไม่รู้ว่าเราอยากเรียนอะไร แล้วเกรดเราถึง เราก็เอนทรานซ์ไปอย่างนั้น นึกออกไหมคะ สมัยก่อนการศึกษามันยังไม่ได้เปิดกว้าง เราเรียนถึงเกรดเท่านี้ เราเข้าคณะวิทย์ได้เราก็เรียนไป แต่ก็ยังชอบเขียนนิยายอยู่ แล้วทีนี้พอเราจบมาทำงานจริงๆ เราก็ยังคงเขียนอยู่ ไม่ยอมทิ้งมัน ก็เลยเริ่มเข้าใจว่าจริงๆ แล้ว 

สิ่งที่เราต้องการจริงๆ ที่เป็นความฝันของเราก็คือการเขียนนิยายค่ะ มันไม่ใช่งานอดิเรกที่เราจะทำ ว่างเมื่อไหร่ถึงจะทำ แต่เราทำตลอดมาตั้งแต่เรียนมาก็เกือบ 10 กว่าปีแล้วค่ะ

มันมีคำพูดหนึ่งของคุณหวังอี้ป๋อในทวิตเตอร์บอกว่า 
“ทำไมเราต้องเลือกระหว่างงานงานประจำกับงานที่เราชอบ”

เรารู้มาว่าเขาเป็นทั้งนักแข่งรถ เป็นทั้งนักแสดงด้วย แล้วเป็นหลายอย่างมาก แล้วทีนี้เขาให้สัมภาษณ์เหมือนประมาณว่า ทำไมเขาต้องเลือกทำด้วยในเมื่อเขาสามารถทำด้วยกันทั้งหมดได้ เราก็คิดว่าจริงนะ ก็เหมือนเราอ่ะ เราเป็นครูพี่เลี้ยงเราก็ทำได้ สิ่งที่เราชอบเราก็ทำได้ แล้วทำไมต้องเลือกล่ะคะ เหมือนกับว่ามันกระแทกใจเรามาก แล้วเราก็เลย เออ เราทำได้ทำไมเราต้องเลือก ประมาณนั้น 

คือจริงๆ ถ้าทำตามแรงบันดาลใจ ดูเหมือนว่าไม่ได้เงินเยอะ แต่จริงๆ มันเยอะนะคะ มันจะมีบางเดือนที่เราได้มากกว่าเงินเดือนของตัวเองด้วยซ้ำ 

 ที่ผ่านมา มันดูเหมือนกับว่าคุณตั้งใจทำแล้วทำไมมันถึงไม่มีผลตอบแทนได้ได้อย่างที่เราคาดหวังใช่ไหมคะ แต่ถ้าผลงานคุณดีจริง สักวันนึงนักอ่านก็มาเจอ แล้วถ้านักอ่านเขาอ่านของเราแค่เรื่องเดียวแล้วเขาชอบ แต่เรามีตุนไว้แล้ว 10 เรื่องใน 10 ปี เขาก็ตามไปซื้อ แค่รอเวลา แล้วรายได้มันก็เวียนมาหาเราเอง ยิ่งตอนนี้มันเป็นออนไลน์ ไม่ผ่านสำนักพิมพ์ พอเขาซื้อของเราปุ๊ป มันก็เข้ากระเป๋าเราเลย 

การขายแบบรายตอน
การขายแบบรายตอน

การขายรายตอนทำให้มีไฟ มีรายได้ เขียนนิยายได้ทุกวัน

ในวัยที่เขียนมานาน การเปิดขายเป็นรายตอนทำให้นักเขียนมีไฟมากขึ้น มีความรับผิดชอบมากขึ้น คุณจะต้องกัดนิยายของคุณไม่ปล่อย ต่อให้หัวตันยังไงก็ตาม เพราะคุณเปิดขายแล้วนี่คะ คุณต้องทำต่อ หยุดเขียนไม่ได้นะ คุณต้องรับผิดชอบนะ นักอ่านซื้อของคุณไปแล้วนะ ยังไงเรื่องนี้คุณต้องเขียนให้จบอย่างนี้ค่ะ  

วิธีการนี้ทำให้เรามีความขยันมากที่สุดเลยค่ะ เพราะว่าเราจะต้องมีนิยายออกไปให้นักอ่านได้อ่านทุกวัน ไม่ว่าเราจะเปิดขายแบบรายตอนหรือแบบแพ็กเกจ

ในมุมมองของนักเขียน คือทำให้นักเขียนสามารถมีไฟอยู่ได้ตลอดเวลาแน่นอน ส่วนในมุมมองของรายได้ก็เป็นรายได้ที่ได้มาเลยอย่างนี้ค่ะ สำหรับคนที่ต้องการเขียนนิยายเป็นรายได้หลัก ก็เป็นผลดีกับเขาตรงที่เขาจะได้ไม่ต้องรอนาน แต่สำหรับเรา เราไม่ได้ต้องการเป็นรายได้หลัก เราแค่ต้องการการรับประกันว่า ความฝันของเรายังคงดำเนินต่อไปได้ เพราะยังมีนักอ่านให้การสนับสนุนอยู่ค่ะ 

สำหรับเรื่องการตั้งราคาคือทุกตอนของเราจะต้องมีอย่างน้อย 2,000 คำค่ะ คือจะตั้งไว้เลย เราต้องซื่อสัตย์ ทำให้ได้ ยืนพื้นเลย แต่ในฐานะนักอ่านนะคะ ต่อให้ตอนแพงเขาก็ซื้ออ่านค่ะ เรื่องราคาไม่เท่าไหร่แต่มันอยู่ที่ว่า คุณจะรักษาแฟนนิยายของคุณตรงนั้นยังไง เราขอแค่ 2 คน 3 คนก็ได้ ที่อยู่กับเราแน่นอน ไม่ขอเป็นหมื่นเป็นแสนคนที่มาดูนิยายแค่ 1 ตอน หรือสองตอนแล้วคุณก็หายไป เราขอแค่สองคนที่อ่านของเราตั้งแต่ตอนแรกถึงตอนสุดท้าย ก็แค่นั้น แล้วเราก็ตั้งราคาตามที่เราคิดว่าเหมาะสมค่ะ

การขายแบบแพ็กเกจ
การขายแบบแพ็กเกจ

แบ่งเวลาได้ง่ายๆ แค่ทำงานให้เต็มที่ การเขียนนิยายก็เช่นกัน

เราทำงานประจำตั้งแต่เช้าเลยค่ะ คืองานประจำก็จะเข้า 8.00 น. เลิก 16.00 น อย่างนี้ค่ะ เราก็ทำงานประจำของเราเต็มที่ ในตอนที่มีภาระหน้าที่ งานของเราก็ต้องทำใช่ไหมคะ เราทำงานกลางวันเต็มที่ หลังจากนั้นเสร็จแล้ว เวลาที่เรากลับมาบ้าน อาบน้ำทานข้าว ทำภารกิจอะไรเสร็จแล้ว ก็จะเป็นเวลาว่างของเรา 

ช่วงเวลานั้นคือเราต้องแลกกับเวลาที่เราจะได้นอนตั้งแต่หัวค่ำเพื่อที่ว่าจะต้องมาแต่งนิยายใช่ไหมคะ แลกกับเวลาที่เราจะดูหนังหรืออะไรอย่างนี้ แต่คือ ถ้าเราทำในสิ่งที่เรารักอ่ะ เราจะทำกับมัน อยู่กับมันได้นาน แต่ว่าถ้าสิ่งไหนที่เราทำเพื่อหน้าที่ หรือว่าภาระของเรา มันจะทำได้แค่ช่วงระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น แต่ถ้ามันเป็นสิ่งที่เรารักจริงๆ อ่ะ เราก็จะทำได้นานแน่นอนค่ะ  เราก็เลยมีความรู้สึกว่าไม่ได้เสียเวลาแต่อย่างใดเลย 

สิ่งสำคัญที่สุดที่ทำให้เรายังคงทำงานได้อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยก็คือกำลังใจจากนักอ่านแล้วก็คอมเมนต์ค่ะ แค่อิโมจิตัวเดียว แค่คำขอบคุณสั้นๆ หรือแค่เราเห็นคุณเข้ามาอ่าน แค่เห็นยอดวิวมันมี จริงๆ พอผ่านไประยะเวลาหนึ่ง เราขอแค่คนเดียวก็ได้ ที่ยังมีคนอ่านนิยายเราอยู่ เราก็ยังคงทำมันต่อไปได้อยู่ดี ก็คิดว่านักอ่านคือสิ่งที่สำคัญแล้วค่ะ ที่ทำให้เราสามารถที่จะเขียนต่อไปได้นานๆ ตราบใดที่ยังมีคอมเมนต์แล้วก็ยังมียอดวิวอยู่นั่นแหละค่ะ 

 

เขียนนิยายต้องมีต้นแบบ มีเป้าหมาย เริ่มจากเงินรอดยาก 

การเป็นนักเขียนต้องมีแรงบันดาลใจ ต้องมีไอดอลและต้องมีต้นแบบค่ะ เมื่อเวลาเราหมดไฟจริงๆ  ถ้าเราไม่มีต้นแบบ หรือมีอะไรให้เราดูให้เรายึด เราจะเขียนไม่ได้ค่ะ  ไปมีไอดอลก็มีต้นแบบแล้วจะเห็นว่า เขายังไม่ยอมแพ้เลยนะ เขายังทำเขายังสู้อยู่เลย แล้วเราอ่ะก็เหมือนกับเขาเหมือนกัน ทำไมเราถึงหยุดแค่นี้ เราก็ต้องสู้ต่อไปได้ ก็ลุกขึ้นมาอีกครั้ง คือจริงๆ แล้วก็ต้องมีต้นแบบสักคน มันพูดยากมากเลยค่ะ คือมันต้องมีต้นแบบเพื่อที่ให้เรายึดว่า โอเค ฉันท้อแล้วนะ แต่ว่าคุณยังไม่ท้อเลย ฉันก็ท้อไม่ได้เหมือนกันอ่ะค่ะ 

แล้วถ้าคุณคิดเรื่องเงินมาเป็นอันดับแรกเลย บอกเลยว่าท้อ ยิ่งคิดเรื่องยอดวิวด้วยจะยิ่งท้อหนัก จากประสบการณ์ที่เราเป็นนักเขียนมานะคะ มันไม่เกี่ยวเลยค่ะ ถ้าเรามียอดวิวน้อย แต่ถ้ามีคนที่ตั้งใจสนับสนุนจริงๆ อ่ะ เรามีรายได้นะคะ  เพราะฉะนั้นเลยสิ่งแรกเลยก็คือว่า คุณอย่าทิ้งมัน คุณต้องเขียนให้จบค่ะ 

สิ่งสำคัญที่นักอ่านทุกคนต้องการก็คือนักเขียนต้องเขียนให้จบค่ะ ไม่ใช่การเขียนแล้วค้าง หรือไม่แน่ใจว่าคุณจะแต่งจบหรือเปล่า เพราะว่าทุกคนที่จ่ายเงินไปแล้ว เขาก็ต้องการผลงานที่จบ แล้วก็ผลงานที่ดีค่ะ อย่าเพิ่งข้ามไปที่รายได้ก่อนนะคะ มันต้องอยู่ที่ความพยายามและความตั้งใจของเราก่อน 

เคล็ดลับที่ทำให้เขียนนิยายเป็นอาชีพเสริมได้นาน (ฉบับ  No.7even )

  • รักในการเขียนนิยาย
  • ขยันเติมไฟให้ตัวเองบ่อยๆ
    • เปลี่ยนนามปากกา หรือลองเขียนนิยายแนวใหม่ๆ
    • เปิดขายรายตอน จะได้มีไฟมาเขียนนิยายทุกวัน
    • หาต้นแบบหรือไอดอลที่ชอบเอาไว้เติมไฟ
  • แบ่งเวลาให้เหมาะสม เต็มที่กับงานประจำ และให้เวลากับการเขียนนิยายเสมอ

หากใครกำลังมองหาวิธีการสร้างรายได้จากการเขียนนิยาย  เรื่องราวของ   No.7even น่าจะช่วยให้เรามองเห็นแนวทางการเขียนนิยายเป็นอาชีพเสริมได้ชัดเจนขึ้นแน่นอน

แม้ว่าสิ่งที่เธอนำมาเล่าสู่กันฟังในวันนี้ จะเป็นประสบการณ์การเป็นนักเขียนที่ผ่านมานานกว่าสิบปีแล้ว แต่สิ่งที่เธอนำมาบอกต่อนั้น เธอทำมันจริงๆ และพิสูจน์ด้วยตัวเองจริงๆ มาแล้วว่า การจะเขียนนิยายเป็นอาชีพเสริมให้ได้ผลยาวนานนั้น นอกจากเราจะต้องรักในการเขียนนิยายแล้ว เรายังต้องมีวินัยกับตัวเองมากๆ อีกด้วย ถ้าแบ่งเวลามาเขียนนิยายแล้ว ก็ต้องทำให้ได้จริงๆ ด้วย หากเราสามารถเขียนนิยายได้อย่างสม่ำเสมอแล้ว การหารายได้เสริมจากการเขียนนิยายก็จะไม่ใช่เรื่องยากเลยค่ะ 

ดังนั้น มาเริ่มต้นเขียนนิยาย และศึกษาการขายกันได้ง่ายๆ ที่ลิงก์ด้านล่างนี้เลยค่ะ

ศึกษาการขายนิยาย

พี่แนนนี่เพน

พี่แนนนี่เพน
พี่แนนนี่เพน - Columnist สาวเหนือที่มีความสุขกับการเขียนนิยาย และเชื่อว่านิยายให้อะไรดีๆ กับสังคมเสมอ

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

2 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด