|
สวัสดีครับ...วันนี้ พี่ลาเต้ นำข่าวความปลื้มปิติของเหล่า ศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบันของคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย มาบอกเล่าให้ได้อ่านกันครับ...ซึ่ง พี่ลาเต้ เชื่อว่าภาพของข่าวชื้นนี้คงจะไม่ได้เห็นกันบ่อยมากนักครับ...จะเป็นอะไรนั้นไปตามอ่านกันเลย... โดยนับเป็นครั้งแรกที่นิสิตคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทั้ง 75 รุ่น ได้มีโอกาสแสดงความกตัญญูกตเวทิตาในพระคุณต่อสถาบันการศึกษา ด้วยการร่วมกันบริจาคทุนทรัพย์เพื่อใช้ในการก่อสร้างอาคารเรียนหลังใหม่ "อาคารมหาจักรีสิรินธร" ซึ่งถึงแม้จะได้รับงบประมาณจากแผ่นดินในการก่อสร้างอาคาร 300 ล้านบาท หากกระนั้น ก็ยังต้องการงบประมาณสำหรับตกแต่งส่วนที่เหลือ รวมทั้งดูแลซ่อมแซมอาคารในระยะต่อไป จำนวนอีกกว่า 100 ล้านบาท โดยขณะนี้อาคารอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง ซึ่งจะแล้วเสร็จในปี 2552
ด้วยเหตุนี้ จึงเป็นที่มาของการจัดงาน "เทวาลัยรำฦก : รวมพลคนอักษรฯ" ที่ศาลาดุสิดาลัย พระราชวังดุสิต ซึ่งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประธานมูลนิธิมหาจักรีสิรินธรเพื่อคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะองค์นิสิตเก่าคณะอักษรศาสตร์ รุ่นที่ 41 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดงานขึ้นเพื่อเชิญชวนศิษย์เก่า และผู้มีจิตศรัทธาผู้เห็นความสำคัญของวิชาการด้านอักษรศาสตร์ ร่วมบริจาคทุนทรัพย์เพื่อช่วยเหลือบำรุงรักษา ดูแลอาคารมหาจักรีสิรินธร และเพื่อธำรงรักษาความเป็นเลิศทางวิชาการในการผลิตบัณฑิตรุ่นต่อไปให้สำเร็จการศึกษาออกมารับใช้สังคมและประเทศชาติ ซึ่งงานนี้นิสิตทุกรุ่นต่างพร้อมใจกันมาร่วมงานถึง 950 คน บรรยากาศภายในงานจึงเต็มไปด้วยความชื่นมื่น และเมื่อสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จฯถึงบริเวณงาน ทรงมีพระราชดำรัสขอบใจผู้มาร่วมงานทุกคน และตรัสต่อว่า ขณะนี้คณะอักษรศาสตร์ขาดแคลนหลายสิ่งหลายอย่าง จึงเป็นโอกาสอันดีที่ทุกคนจะมาช่วยกัน เพื่อให้คณะอักษรฯเจริญ
"อยากให้มาช่วยกันสร้างฐานการศึกษาที่ดีให้แก่คนรุ่นใหม่เพื่อที่จะไปทำประโยชน์ให้กับประเทศต่อไป ไม่จำเป็นต้องเป็นคนคณะอักษรศาสตร์เท่านั้น เป็นใครก็ได้ที่ต้องการพัฒนาชาติไทย เพราะประเทศจะเจริญได้ต้องมีโครงสร้างการศึกษาที่ดี" นอกจากกระแสพระราชดำรัสที่ทรงมีต่ออักษรศาสตร์บัณฑิตรุ่นต่างๆแล้ว ในการแสดงละครเวทีเรื่อง "ล่ามดี" พระองค์ทรงสร้างความประทับใจให้กับชาวอักษรฯ ด้วยการเสด็จฯขึ้นไปทรงร่วมแสดงละครด้วย
"เทวาลัยรำฦก" จึงจบลงด้วยความชื่นมื่น เพราะเป็นงานรวมพลคนอักษรฯที่นอกจากจะได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนสุดาฯ แล้ว ยังได้กลับมารำลึกความหลังสมัยเรียน และได้ร่วมแรงร่วมใจกันค้ำชูสถาบันศึกษาอีกด้วย โดยยอดบริจาคที่คนอักษรฯ ร่วมกันบริจาคในครั้งนี้ เป็นจำนวนทั้งสิ้นกว่า 14 ล้านบาท เมื่อรวมกับยอดบริจาคก่อนหน้านี้ เป็นจำนวนกว่า 92 ล้านบาท นับเป็นความสมัครสมานสามัคคีที่ไม่ว่าจะจบการศึกษาไปนานเพียงใด "ความรักในสถาบันการศึกษาไม่เคยเสื่อมคลาย" ร่วมสมทบทุนวางรากฐานการศึกษาของไทย โดยติดต่อขอรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 0-2218-4885 หรือเข้าชมได้ที่ www.arts.chula.ac.th ได้อ่านบทความชิ้นนี้แล้ว...สิ่งแรกที่เกิดกับ พี่ลาเต้ เลยคือ การยิ้มครับ...ไม่น่าเชื่อแค่เพียงรูปภาพและเนื้อหาเพียงไม่กี่ประโยค จะสร้างรอยยิ้มและความประทับใจให้ พี่ลาเต้ อย่างมากเลยหละครับ...ขอให้พระองค์ทรงพระเจริญ ยิ่งยืนนานครับ... |
|
พพี่ลาเต้ขอขอบคุณข้อมูลจากหนังสือพิมพ์มติชนพ |




12 ความคิดเห็น
ขอให้ท่านทรงพระเจริญ...
พระเทพท่านไม่ถือตัวเลยจริงๆ...
ควรคุยกับท่านเเล้ว > w <...
อยากให้พระเทพเป็นควีนของไทย ^ ^ ขอพระองค์ทรงพระเจริญค่ะ
ขอพระองค์ทรงพระเจริญ
ไม่อยากให้จุฬาฯออกนอกระบบเลยT^T
ขอพระองค์ทรงพระเจริญ