สุดปัง! 5 วิธีเขียนนิยายให้เหมือนกับการทำสวน
เขียนนิยายให้เหมือนกับการทำสวน! ทำได้จริงเหรอ! บ้าไปแล้ว!
ทำได้จริงแน่นอนค่ะ พี่แนนนี่เพนอ่านเจอฮาวทูจากหลายๆ บล็อกเลย เขาบอกว่า เราทุกคนมักจะคิดว่าเราไม่มีเวลาว่าง แต่กลับมีเวลาไปเดินเล่นในสวนได้ซะงั้น เขาเลยคิดขึ้นมาได้ว่า สวนแต่ละที่ก็ต้องมีการออกแบบให้เหมาะกับคนใช้งาน เราไปเดินเล่นในสวน เพื่อผ่อนคลายและออกกำลังกาย แต่ไม่มีใครคิดจะสร้างสวนขึ้นมาเป็นของตัวเองเลย
พอมีไอเดียนี้ปิ๊งขึ้นมา เขาก็เลยไปหาวิธีทำสวนแล้วก็พบว่ามันเหมือนกับขั้นตอนการเขียนนิยายมากๆ คราวนี้ก็เลยมีไอเดียเขียนนิยายให้เหมือนกับการทำสวนขึ้นมา ซึ่งพี่มองว่าไอเดียนี้น่าสนใจและเหมาะกับคนที่อยากเขียนนิยายให้จบเรื่องมากๆ จึงเป็นที่มาของบทความนี้นั่นเอง ว่าแล้วก็มาสวมหมวกกันแดด แล้วลงมือปลูกสวนไปพร้อมๆ กันเลย
5 ขั้นตอนง่ายๆ ได้ทำสวน และเขียนนิยายไปด้วย
1. ค้นหาแปลงที่ใช่สำหรับทำสวน
อันดับแรกเราต้อง Find your plot กันก่อนเลยค่ะ จะลงมือทำสวนด้วยตัวเองทั้งทีต้องเริ่มจากการมองหาพื้นที่รอบบ้านของเราก่อนว่ามีพื้นที่ตรงไหนบ้างที่เราชอบ เมื่อเจอแล้วก็ลงมือปักต้นกล้าลงไปบนสวนของเราเลย ไม่ต้องกังวลว่าปลูกต้นกล้าแบบนี้จะถูกหลักนั่นนี่หรือเปล่า เพราะเราเลือกแปลงตรงนี้แล้ว เราจะปลูกอะไรที่นี่ก็ได้ แต่ก็ต้องคำนึงไว้เหมือนกันว่าต้นกล้าบางชนิดเหมาะที่จะปลูกลงบนที่ดินแปลงนี้ แต่บางชนิดก็อาจตายได้เลย
การค้นหาแปลงที่ใช่สำหรับทำสวนก็เหมือนกับการเขียนนิยายที่ต้องมีการวางพล็อต วางโครงเรื่องเอาไว้ก่อน ตอนแรกที่เราเดินหาสวนก็เพื่อตามหาพล็อตนิยายที่เราชอบ และอยากจะทำมันจริงๆ นั่นเอง เมื่อเราเจอพล็อตที่ใช่แล้ว ก็ควรเริ่มวางโครงเรื่องทันที จะเขียนตอนจบเอาไว้ก่อน หรือมีฉากไหนที่คิดออกได้ทันทีก็เขียนมันออกมาให้หมด ถึงแม้ว่าบางฉากอาจจะไม่เข้ากับธีมนิยายของเราในภายหลัง แต่เขียนให้มีไว้ก่อน ค่อยมาแก้ทีหลังก็ยังไม่สาย
2. ถอนหญ้าและวัชพืชให้หมด
ถ้าเราเริ่มลงมือตั้งแต่วันนี้ วันข้างหน้าเราก็จะสบายค่ะ การทำสวนก็เช่นกัน ถ้าเราไม่กำจัดวัชพืชตั้งแต่ตอนนี้มันจะฝังรากลึกและแพร่ขยายไปทั่วแปลงของเราเลยค่ะ กำจัดยังไงก็ไม่หมด ยิ่งในอนาคตเราใช้น้ำยาเคมีมากำจัดวัชพืช ยิ่งทำให้สวนของเราพังเข้าไปใหญ่ จากที่ปลูกพืชผักเอาไว้กิน เอาไว้สูดอากาศบริสุทธิ์ ตอนนั้น สวนของเราอาจจะไม่น่าดู ปลูกอะไรก็ไม่ขึ้นแล้วก็ได้
ถ้าเราไม่อยากเจอเหตุการณ์สวนพังๆ แบบนี้ ก่อนจะลงมือเขียนนิยายลองตรวจสอบดูหน่อยว่าไอเดียของเราเป็นยังไง ลองคิดจากพล็อตที่เราเขียนขึ้นมา แล้วดูความเป็นไปได้ ความเข้ากันของตัวละครกับสถานที่ว่ามีความเหมาะสมกันไหม ถึงแม้ว่าเราจะชอบตัวละครหนึ่งมากๆ แต่ถ้าตัวละครนั้นไม่สมเหตุสมผลเลย เราต้องตัดไฟตั้งแต่ต้นลมไปเลยค่ะ ถ้าปล่อยให้มีตัวละคร ฉาก หรือเหตุการณ์แปลกๆ เกิดขึ้นปุ๊ป นิยายที่อุตส่าห์ตั้งใจเขียนมาร้อยกว่าตอนพังแน่ๆ
3. หาข้อมูลพืชในสวนไว้หน่อย
แม้ว่าเราจะปลูกต้นกล้าโง่ๆ ในแปลงที่เราเลือกไปแล้ว แต่เมื่อทุกอย่างเริ่มเข้าที่เข้าทาง เรากำจัดวัชพืชหมดแล้วก็อย่าลืมใส่ปุ๋ยเพื่อให้สวนของเราเติบโตกันด้วย นอกจากนี้ ต้องไม่ลืมหาข้อมูลพืชที่เราปลูกเอาไว้ด้วย พืชบางชนิดต้องการแสงมาก บางชนิดต้องการน้ำน้อย บางชนิดก็อาจจะปลูกขึ้นตามฤดูกาล ดังนั้น อย่าลืมเตรียมพร้อมเอาไว้เพื่อสวนสวยๆ ของเรา
เช่นเดียวกับการเขียนนิยายของเราเลยค่ะ เราควรเตรียมปุ๋ย เอ้ย เตรียมภูมิหลัง วาดแผนผังความสัมพันธ์ตัวละครเอาไว้ให้พร้อม ถ้าเรายังวาดไม่ได้ แปลว่าความสัมพันธ์ในเรื่องมีจุดบกพร่อง และความไม่สมเหตุสมผลอยู่ วิธีการนี้ช่วยให้เรามองเห็นภาพรวมได้ชัดเจนขึ้นว่าเราขาดความรู้ตรงไหน เราควรหาข้อมูลเพิ่มเติมในเรื่องอะไรบ้าง เช่น ตัวละครมีอาชีพเป็นตำรวจ เรารู้จักยศ รู้จักการเรียกตำแหน่งในภาษาชาวบ้าน หรือวิธีการทำงานของตำรวจเป็นอย่างไร เราควรทำวิจัย หรือศึกษาจากหนัง สารคดี ซีรีส์ ตามความชอบได้เลย เพื่อที่เวลาเขียนถึงตัวละครตัวนี้ เราจะได้ไม่ต้องไปหาข้อมูลเพิ่มเติม และสวมบทบาทเป็นตัวละครนั้นได้เลยทันที
4. ลงมือสร้างสวนกันเถอะ!
เราไม่สามารถสร้างสวนให้เสร็จในครั้งเดียวได้แน่นอน เราต้องรอฤดูกาลเพื่อตัดสินใจว่าควรปลูกพืชชนิดไหนเอาไว้ และเอาพืชชนิดไหนออกไป ตอนเริ่มแรกสวนของเราอาจมีต้นไม้ใหญ่ที่ให้ความร่มรื่น แต่เมื่อเปลี่ยนผันฤดูกาลไป ต้นไม้ใหญ่กลับทิ้งใบลงบนสวนจนเราอาจตามเก็บไม่ไหวก็ได้ หรือพืชที่เราชื่นชอบ มักส่งกลิ่นเหม็นเมื่อได้ความชื้น เป็นต้น ดังนั้นการทำสวนจึงต้องตามใจผู้อยู่ และดูฤดูกาลสำหรับพืชผลแต่ละชนิดด้วยเช่นกัน
เมื่อเปรียบกับการเขียนนิยาย เรามีพล็อต เรามีโครงร่างที่เกือบจะสมบูรณ์แล้ว รอให้เราเข้าไปบรรเลงจินตนาการลงไปเท่านั้น แต่เราจะเริ่มต้นยังไงดีล่ะ เราจะเริ่มเขียนจากบทที่หนึ่งเลยก็ได้ หรือเริ่มเขียนที่ฉากสำคัญเลยก็ได้ หน้าจอที่เปิดเอาไว้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้นค่ะ ในกรณีที่เรามีพล็อตมีโครงร่างค่อนข้างชัดเจนแล้ว ให้เขียนฉากที่เราอยากเขียนก่อนได้เลย มันจะไม่มีปัญหาในภายหลังแน่นอน เพราะเราสามารถเอามันไปรีไรต์ได้นับไม่ถ้วน แต่เราจะพลาดโอกาสเขียนสิ่งที่เราอยากเขียนไปไม่ได้เด็ดขาด (ไฟมาต้องรีบเขียนกันนะ!)

5. ปรับแต่งสวนเมื่อมีเวลา
เอาล่ะ สวนของเราเริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาแล้ว ถึงแม้ว่ามันจะมีพืชบางชนิดที่อยู่ผิดที่ผิดทาง หรือมีพืชบางชนิดที่ล้มหายตายจากไปบ้าง แต่เมื่อมองภาพรวมของสวนแล้ว เชื่อว่าต้องมีบางส่วนที่เราอยากปรับแต่งเพิ่มเติมแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นการตัดกิ่งใบที่ขวางทางเดิน การเปลี่ยนกระถางต้นไม้ใหม่ หรือแม้แต่การซื้อต้นไม้สวยงามมาลงเพิ่ม เมื่อเทียบกับการกำจัดวัชพืชแล้ว บางทีเราอาจพอใจกับสวนที่เป็นอยู่ โดยไม่อยากเพิ่มเติมอะไรเลยก็ได้
และเราก็หวังว่าการเขียนนิยายจะเป็นที่น่าพอใจสำหรับทุกคนเหมือนกัน ไม่ว่าตอนนี้เราจะเขียนนิยายได้หลายตอนแล้ว หรืออาจจะเขียนจบเรื่องจนเริ่มเรื่องใหม่ไปแล้ว แต่อย่าลืมกลับไปทบทวนนิยายที่เราเคยเขียน เข้าไปลองอ่านไปลองเช็คดูก่อนว่ามีคำผิดไหม มีสำนวนไหนอยากแก้ให้เข้าใจง่ายมากขึ้นรึเปล่า ขั้นตอนการรีไรต์ก็เหมือนการมองดูสวนของเรานั่นเองค่ะ ถ้าเราพอใจแล้วก็ไม่จำเป็นต้องแก้ไขอะไร แต่ถ้ามีให้แก้ เราก็แค่แก้ไขให้มันดีขึ้นเท่านั้นเอง ลองกลับไปดูกันว่าเราพอใจสวนของเรากันไหม
เป็นยังไงกันบ้าง สร้างสวนด้วยการเขียนนิยายสนุกกันไหม พี่แนนนี่เพนว่าไอเดียนี้ดีเลยค่ะ แต่อาจจะเหมาะกับคนชอบสร้างพล็อตมากกว่าคนชอบด้นสดนะ ถ้าใครกำลังเขียนนิยายอยู่ ลองจับไอเดียการสร้างสวนมาเป็นจุดเริ่มต้นในการเขียนนิยายของเรากันค่ะ ถ้าสร้างสวนสวยๆ เสร็จแล้ว ก็อย่าลืมชื่นชมและให้กำลังใจตัวเองกันด้วยนะคะ ส่วนใครที่กำลังอยากสร้างสวนของตัวเองขึ้นมาบ้าง ก็มาเริ่มต้นเขียนนิยายกันเลยค่ะ
พี่แนนนี่เพน
เริ่มเขียนนิยายกันเลย
1 ความคิดเห็น
ดีมากๆๆๆ