วัยรุ่นผู้หญิง ประจำเดือนมาๆ หายๆ หาหมอดีไหม?

Spoil

  • ประจำเดือนจะมาทุกๆ 28-30 วัน  ครั้งประมาณ 3-5 วัน ไม่ควรเกิน 7 วัน
  • ปริมาณแต่ละวันไม่ควรเกิน 80 cc  หรือเปลี่ยนผ้าอนามัยชุ่มเต็มแผ่นไม่เกิน 4 ผืน/วัน
  • ภาวะไม่มีระดู คือ การที่ไม่เคยมีประจำเดือนเลย
  • ภาวะขาดระดู คือ การที่ประจำเดือนมาๆ หายๆ มาไม่ครบทุกเดือน หรือหายไปหลายเดือน

สวัสดีค่ะ พบกับคอลัมน์ Sex Education by Dek-D เรื่องเพศคุยกันได้ พร้อมให้ความรู้ที่ถูกต้อง ประจำการตอบทุกคำถามเพศศึกษาโดยพี่หมอเลิฟเช่นเคย วันนี้เราจะคุยกันเรื่อง “ประจำเดือน” ต้องบอกก่อนว่าเรื่องประจำเดือนนี่ไม่ใช่เรื่องของผู้หญิงเท่านั้นนะคะ หนุ่มๆ ก็ศึกษาไว้ได้ จะได้นำไปช่วยดูแลคนใกล้ตัว ไม่ว่าจะแฟน เพื่อนสาว หรือพี่สาว-น้องสาวก็ได้หมด

                เอาล่ะ สาวๆ มาเริ่มสังเกตตนเองกันดีกว่าค่ะว่า กำลังมีปัญหาเรื่องประจำเดือนบ้างหรือเปล่า ประจำเดือนมาๆ หายๆ แท้จริงแล้วมันเกิดจากอะไร แล้วควรไปพบแพทย์หรือเปล่า? ใครกำลังเจอปัญหาแบบนี้ ที่ไม่ใช่เกิดจากการตั้งครรภ์ ตามมาเลยค่ะ

        ประจำเดือนคืออะไร?

          ย้อนความพาไปรู้จักประจำเดือนก่อนนิดนึง เผื่อน้องผู้ชายจะงงกัน  ประจำเดือน (Menstruation) คือ การที่มีเลือดออกมาทางช่องคลอดเป็นประจำทุกเดือน เป็นอาการแสดงความพร้อมของร่างกายสู่การเจริญพันธุ์ เกิดจากอิทธิพลของฮอร์โมน Estrogen และ Progesterone ที่ทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกหนาขึ้น เพื่อรองรับการฝังตัวของตัวอ่อน ในแต่ละเดือนผู้หญิงเราจะมีไข่ตกเดือนละ 1 ฟอง หากไข่ที่ตกนั้นไม่มีการปฏิสนธิกับอสุจิ เยื่อบุโพรงมดลูกที่เตรียมไว้จะลอกหลุดออกมากลายเป็นประจำเดือนที่สาวๆ ทุกคนมี 

         ประจำเดือนแบบไหนเรียกว่าปกติ?

          ประจำเดือนที่ปกติควรมีลักษณะดังนี้

  1. ผู้หญิงจะมีประจำเดือนทุกๆ 28-30 วัน หรืออยู่ในช่วง 21-35 วัน
  2. ระยะเวลาของประจำเดือนที่มาแต่ละครั้งจะมาประมาณ 3-5 วัน หรือไม่ควรเกิน 7 วัน หากเกินกว่านั้นจะถือว่านานผิดปกติ
  3. ปริมาณประจำเดือนในแต่ละวันไม่ควรเกิน 80 cc  หรือเทียบได้กับการเปลี่ยนผ้าอนามัยที่มีเลือดชุ่มเต็มแผ่นไม่เกิน 4 ผืนต่อวัน

         ประจำเดือนมาๆ หายๆ เกิดจากอะไรได้บ้าง?

          น้องๆ ต้องแยกก่อนว่า ตัวเองนั้นประจำเดือนมาๆ หายๆ หรือ ไม่เคยมีประจำเดือนเลยทั้งๆ ที่อายุ 18 ปี แล้ว เพราะว่าสองอย่างนี้มีความหมายและสาเหตุการเกิดต่างกันมาก 

ภาวะไม่มีระดู (primary amenorrhea)  คือ การที่ไม่เคยมีประจำเดือนเลย

ภาวะขาดระดู (secondary amenorrhea)  คือ การที่ประจำเดือนมาๆ หายๆ มาไม่ครบทุกเดือน บางคนก็หายไปหลายเดือน

         ภาวะขาดระดู (secondary amenorrhea) 

คือ ภาวะที่เคยมีประจำเดือนมาแล้ว แต่ประจำเดือนขาดไปนานเกิน 6 เดือน หรือขาดไปมากกว่า 3 รอบเดือน สาเหตุการเกิดสามารถแบ่งออกได้ดังนี้

  1. ความผิดปกติที่เกิดระดับสมองส่วนไฮโปธาลามัส (hypothalamus) 
    โดยระบบประสาทบริเวณสมองส่วน hypothalamus ทำงานผิดปกติหรือมีโครงสร้างผิดปกติ เป็นผลจากยาบางชนิด เช่น ยาคุมกำเนิด ยาโรคทางจิตเวช หรือยาเสพติด  ภาวะความเครียด การออกกำลังกาย น้ำหนักลด มีภาวะไม่ตกไข่เรื้อรัง (PCOS) และโรค anorexia nervosa หรือเรียกภาษาทั่วไปเรียกว่า โรคคลั่งความผอมนั่นเองค่ะ
  2.      ความผิดปกติที่เกิดระดับต่อมใต้สมอง
       โดยระดับโปรแลคตินในเลือดสูง เป็นสาเหตุที่พบมากที่สุดในกลุ่มนี้ รวมถึงพยาธิสภาพถูกทำลาย เช่น Sheehan’syndrome  และ   เนื้องอก (prolactinoma)
  3. รังไข่ผิดปกติ ซึ่งอาจจะเกิดจากมีความผิดปกติของโครโมโซมมาตั้งแต่เกิด  หรือรังไข่ถูกทำลายไม่ว่าจะด้วยวิธีการตัดรังไข่ เคมีบำบัด ติดเชื้อ หรือรังไข่เสื่อมสภาพไปเอง และสุดท้ายคือเนื้องอกบริเวณรังไข่
  4. พังผืดในโพรงมดลูก (Asherman’s syndrome)
  5. สาเหตุอื่นๆ เช่น การตั้งครรภ์ เข้าสู่วัยทอง

ประจำเดือนมาไม่ปกติเกี่ยวข้องกับการตั้งครรภ์ไหม?

          เกี่ยวแน่นอนค่ะ หากประจำเดือนมาไม่ปกติก็อาจทำให้สาวๆ ตั้งครรภ์ยากหรือครรภ์ไม่สมบูรณ์ เพราะความผิดปกติข้างต้นที่บอกมา แต่ไม่ใช่ว่าประจำเดือนไม่มาแล้วก็เลยมีเพศสัมพันธ์แบบไม่ป้องกันนะคะ เพราะอาจจะตั้งครรภ์ได้โดยไม่รู้ตัวก็ได้ค่ะ เพราะงั้นถ้าไม่พร้อมก็ต้องป้องกันไว้ก่อน ส่วนใครที่ต้องการตั้งครรภ์แต่ประจำเดือนเกิดมาไม่ปกติ แน่นอนว่าต้องพบแพทย์ และแพทย์ก็จะแนะนำวิธีดูแลรักษาต่อไปค่ะ

         

หลังจากอ่านมาถึงตรงนี้แล้วน้องๆ หลายคนถึงกับร้องโห! สาเหตุมันเยอะมากมายขนาดนี้เลยหรอคะ  ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อค่ะว่า ร่างกายมนุษย์เราเป็นระบบที่ซับซ้อนมากที่สุดแล้วล่ะค่ะ  ดังนั้นน้องๆ คนไหนมีอาการประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ พี่หมอขอแนะนำให้เริ่มจากการปรับตัวเองก่อนเลยค่ะ ทั้งด้านการกิน การออกกำลังกายที่มากเกินไปจนทำให้ไขมันในร่างกายลดลงและเกิดภาวะเครียดตามมา ด้านจิตใจ และด้านสังคมที่ทำให้น้องๆ เกิดความเครียดได้ หากปรับพฤติกรรมต่างๆ แล้วไม่ดีขึ้น พี่หมอขอแนะนำให้ไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อช่วยหาสาเหตุและแก้ไขต่อไปค่ะ

 หากน้องๆ คนไหนมีข้อสงสัยสามารถถามกันมาได้ในคอมเม้นต์เลยนะคะ วันนี้พี่หมอต้องไปก่อนนะ ไว้รอบหน้ามีเรื่องอะไรมาเล่าสู่กันฟังอีก รอติดตามได้ที่คอลัมน์ Sex Education by Dek-D เรื่องเพศคุยกันได้ พร้อมให้ความรู้ที่ถูกต้องนะคะ

 


ที่มา 
ภาควิชาสูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. นรีเวชวิทยา ฉบับสอบบอร์ด. ครั้งที่ 4 . เชียงใหม่: ลักษมีรุ่ง; 2559
 
พี่หมอเลิฟ
พี่หมอเลิฟ - Columnist พี่หมอใจดี ประจำคอลัมน์ Sex Education by Dek-D เรื่องเพศคุยกันได้

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

0 ความคิดเห็น