
Spoil
- ภาวะหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศไม่เปิด เป็นภาวะที่ผิวหนังบริเวณปลายองคชาตหดตัวจนไม่สามารถดึงให้เปิดขึ้นได้ตามปกติ
- ทำให้เกิดอาการบวมแดง เจ็บปวดขณะปัสสาวะ หรือรู้สึกเจ็บปวดเมื่ออวัยวะเพศแข็งตัว
- การรักษาสุขอนามัยอวัยวะเพศไม่ดี ล้างไม่สะอาด ทำให้เกิดกลิ่นเหม็นได้
- ผู้ชายบางคนไม่รู้ว่า การที่หนังหุ้มปลายอวัยวะเพศไม่เปิด อาจเป็นเรื่องผิดปกติ
- การรักษาทำได้โดยการผ่าตัด หรือขริบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศ
หนังหุ้มปลายอวัยวะเพศผมไม่เปิด บางครั้งก็มีกลิ่นเหม็น ทำยังไงดีครับ?
สวัสดีค่ะน้องๆ ชาวคอลัมน์ Sex Education by Dek-D ครั้งที่แล้วพี่หมอชวนคุยเรื่อง "กลิ่นปลาเค็ม" ของสาวๆ ที่มาจากตกขาวผิดปกติกันไปแล้ว ย้อนไปอ่านกันได้ที่นี่ ค่ะ
คราวนี้ก็อดที่จะพูดถึง "กลิ่นปลาเค็ม" ของหนุ่มๆ ไม่ได้เช่นกัน ที่จริงไม่อยากจะเรียกว่ากลิ่นปลาเค็มเลยนะคะ เพราะรู้สึกว่าไม่เป็นธรรมกับอาหารเอาซะเลย แต่ก็เป็นคำที่ทำให้เข้าใจตรงกัน ดังนั้น พี่หมอขอเรียกอาการอวัยวะเพศมีกลิ่นนี้รวมๆ ว่าเป็นกลิ่นปลาเค็มนะคะ ขออภัยคนที่ชอบกินปลาเค็มด้วยค่ะ (พี่หมอก็ชอบ) :P
กลับมาที่เรื่องกลิ่น สาวๆ มักจะบ่นว่าหนุ่มๆ หาว่าอวัยวะเพศของสาวๆ มีกลิ่น ทั้งที่จริงแล้วมันไม่ได้มีกันทุกคน ตัวหนุ่มๆ เองต่างหากที่ฉี่แล้วก็ไม่ได้ล้าง ไม่ได้ทำความสะอาดทุกครั้งที่เข้าห้องน้ำ สุขอนามัยแบบนี้สิน่าจะมีกลิ่นเหม็นมากกว่า เป็นเรื่องจริงเลยล่ะค่ะ โดยเฉพาะกับหนุ่มๆ ที่มีปัญหาหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศไม่เปิด!!!
อ่านมาถึงตรงนี้ พี่หมอขอฟันธงเลยแล้วกันค่ะว่า น้องผู้ชายหลายคนน่าจะเคยเจอปัญหาหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศไม่เปิดหรือหนังหุ้มปลายตีบ แต่อาจจะไม่กล้าเล่าให้ใครฟัง หรือบางคนอาจจะยังไม่รู้ว่า การที่หนังหุ้มปลายอวัยวะเพศตีบนั้นอาจเป็นเรื่องผิดปกติ วันนี้พี่หมอจะเล่าให้ฟังค่ะว่า เจ้าภาวะนี้มันส่งผลยังไงกับอวัยวะเพศของเรา แล้วมีวิธีรับมือยังไงบ้าง

หนุ่มๆ บางคนอาจจะเคยเจอปัญหาหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศไม่เปิด แต่ไม่กล้าเล่าให้ใครฟัง หรือบางคนอาจจะยังไม่รู้ว่า การที่หนังหุ้มปลายอวัยวะเพศไม่เปิดนั้น อาจเป็นเรื่องผิดปกติ
ธรรมชาติของ "อวัยวะเพศชาย"
โดยปกติแล้วตั้งแต่เกิด เพศชายจะมีหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศปิดอยู่ ไม่สามารถดึงลงมาได้ จนกระทั่งโตขึ้นหลัง 3 ขวบ หนังหุ้มปลายอวัยวะเพศสามารถค่อยๆ ดึงลงได้เองตามธรรมชาติร้อยละ 99 แต่ในเด็กบางคนนั้น หนังหุ้มปลายมีความผิดปกติ ไม่สามารถรูดเปิดได้จนถึงตอนโต ซึ่งเกิดได้จากหลายสาเหตุ และส่งผลให้มีอาการไม่พึงประสงค์ตามมาค่ะ
ภาวะหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศไม่เปิด (Phimosis)
เป็นภาวะที่ผิวหนังบริเวณปลายอวัยวะเพศหดตัวจนไม่สามารถดึงให้เปิดขึ้นได้ตามปกติ แบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ ได้แก่
1. หนังหุ้มปลายอวัยวะเพศตีบทางสรีรวิทยา (Physiologic Phimosis)
คือ ภาวะหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศตีบที่มักเกิดขึ้นตั้งแต่แรกเกิด ส่วนใหญ่จะหายได้เองเมื่อมีอายุ 5-7 ปี ซึ่งปัจจุบันทางการแพทย์ยังไม่ทราบสาเหตุของภาวะหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศตีบตั้งแต่แรกเกิดที่แน่ชัด
2. หนังหุ้มปลายอวัยวะเพศตีบทางพยาธิวิทยา (Pathologic Phimosis)
เกิดจากการติดเชื้อ การอักเสบ หรือการเกิดรอยแผลเป็น ทำให้ผิวหนังสูญเสียความยืดหยุ่นและแข็งกระด้าง จึงยากต่อการรูดเปิด ซึ่งมักพบในผู้ชายวัยทำงาน เนื่องจากอายุที่มากขึ้นผิวหนังสูญเสียความยืดหยุ่นตามอายุ หรือในรายที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน จะมีแนวโน้มที่จะเกิดการติดเชื้อและการอักเสบได้ง่ายกว่าคนปกติ
อาการที่พบได้มีอะไรบ้าง?
การที่หนังหุ้มปลายอวัยวะเพศตีบนั้น อาจทำให้หนุ่มๆ บางคนใช้ชีวิตลำบากขึ้น แถมด้วยอาการเจ็บปวดบางอย่างตามนี้ค่ะ
- ปลายองคชาตและหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศบวมแดงและรู้สึกเจ็บปวด
- รู้สึกเจ็บปวดขณะปัสสาวะ
- ปัสสาวะไม่ออกหรือปัสสาวะลำบาก โดยในเด็กทารกอาจมีอาการร้องไห้ขณะปัสสาวะเนื่องจากมีอาการเจ็บบริเวณอวัยวะเพศ
- รู้สึกเจ็บปวดเมื่ออวัยวะเพศแข็งตัว
- รักษาสุขอนามัยไม่ดี ทำให้เกิดกลิ่นเหม็น
อ๊ะ! ใครที่อ่านมาถึงตรงนี้แล้วอย่าเพิ่งกลัวไปค่ะ พี่หมอยังมีวิธีการรักษาและการปฏิบัติตัวที่ถูกต้องมาบอกน้องๆ ด้วยค่ะ

การรักษาอาการหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศตีบ
- สำหรับผู้ป่วยเด็ก แพทย์จะสอนผู้ปกครองเกี่ยวกับวิธีรูดเปิดผิวหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศให้เด็กทีละน้อยเป็นประจำทุกวันจนกระทั่งเปิดได้เป็นปกติ
- ยาสเตียรอยด์ชนิดทาภายนอก เพื่อช่วยให้หนังหุ้มปลายนุ่มและรูดเปิดได้ง่ายขึ้น แนะนำในรายที่หนังหุ้มปลายพอเปิดได้บ้างเล็กน้อย
- การผ่าตัด
- การผ่าตัดแยกหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศออกจากปลายอวัยวะเพศ แต่วิธีนี้จะมีโอกาสเกิดภาวะหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศตีบซ้ำได้ วิธีนี้แพทย์ไม่ค่อยแนะนำ แต่เป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับคนที่ไม่อยากขลิบค่ะ
- การขลิบหนังหุ้มปลาย เป็นการผ่าตัดนำหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศออก ช่วยป้องกันการเกิดภาวะซ้ำได้ดีซึ่งภาวะแทรกซ้อนที่เกิดจากการผ่าตัดทั้งสองวิธี คือ ภาวะเลือดออกและติดเชื้อ เป็นภาวะที่พบได้ 1% เท่านั้น พบได้น้อยมาก
- การป้องกัน ควรทำความสะอาดด้วยน้ำอุ่นทุกวันในระหว่างอาบน้ำ รวมทั้งดึงหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศให้เปิดออกอย่างช้า ๆ และล้างทำความสะอาดผิวหนังข้างใต้ แต่สำหรับทารกและเด็กเล็กนั้นไม่จำเป็นต้องดึงหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศให้เปิดออกเพราะอาจทำให้เกิดแผล ควรเช็ดให้แห้งทุกครั้ง ควรหลีกเลี่ยงการใช้สบู่ที่มีน้ำหอมหรือมีส่วนผสมของสารเคมี รวมถึงการใช้แป้งฝุ่นหรือสารระงับกลิ่นบริเวณอวัยวะเพศ เพื่อป้องกันการระคายเคือง
การป้องกันไม่ให้เกิดกลิ่นเหม็น คือ การทำความสะอาดด้วยการดึงหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศให้เปิดออกช้าๆ และล้างทำความสะอาดผิวหนังข้างใต้ หรือขลิบหนังหุ้มปลายเพื่อช่วยให้รักษาความสะอาดได้ดีขึ้น
*หลีกเลี่ยงการใช้สบู่ที่มีน้ำหอม/มีส่วนผสมของสารเคมี/แป้งฝุ่น/สารระงับกลิ่น
หากน้องๆ ชาว Dek-D.com คนไหนมีอาการดังที่กล่าวมา พี่หมอขอแนะนำให้ไปพบแพทย์เพื่อทำการวินิจฉัยและรักษานะคะ เพราะถ้าทิ้งไว้นานอวัยวะเพศของเราจะกลายเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค มีความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งอวัยวะเพศ และอาจทำให้ต้องสูญเสียเนื้อเยื่อบริเวณอวัยวะเพศอย่างถาวรได้
วันนี้พี่หมอต้องขอตัวก่อนนะคะ น้องๆ คนไหนมีข้อสงสัยสามารถฝากคำถามไว้ที่คอมเมนต์ได้เลยนะคะ แล้วอย่าลืมติดตาม คอลัมน์ Sex Education by Dek-D เรื่องเพศคุยกันได้ พร้อมให้ความรู้ที่ถูกต้อง ตอนต่อไปนะคะ
ที่มาhttps://www.pobpad.com/phimosishttps://www.praram9.com/articles/http://119.110.207.4/webpage/03_Health/health-idea/Circumcision.pdf
1 ความคิดเห็น