Teen Coach EP.3 : "เหงาตัวเท่าบ้าน" แต่เราจะผ่านมันไปได้

Spoil

  • BBC survey พบ  วัยรุ่นเหงามากถึง 40% เป็นวัยที่ขี้เหงาที่สุด
  • อยู่คนเดียวไม่ได้แปลว่าเหงา สำหรับบางคนอาจแค่รักสันโดษ
  • หากปล่อยให้เหงาเรื้อรัง อาจส่งผลให้เกิดโรคซึมเศร้าได้

อยู่ท่ามกลางคนเยอะแยะ แต่ก็ยังเหงา ใครเคยมีความรู้สึกแบบนี้ พี่นักเก็ตจะบอกว่าไม่ใช่เรื่องแปลกหรอกนะ เพราะ BBC survey เคยสำรวจกลุ่มตัวอย่างถึง 55,000 คน พบว่า วัยรุ่นอายุ 16-24 ปี รู้สึกเหงามากถึง 40% และจัดเป็นวัยที่ขี้เหงาที่สุด เนื่องจากต้องพบเจอความเปลี่ยนแปลงในชีวิตมากมาย แม้แต่องค์การอนามัยโลก (WHO) ก็ยังให้ความสำคัญกับความเหงา และมองว่าเป็นปัญหาทางสุขภาพที่ควรระมัดระวัง เพราะสามารถส่งผลกระทบต่อทั้งร่างกายและจิตใจได้ ที่สำคัญคือมีงานวิจัยพบว่า ความเหงาสามารถส่งผลกระทบต่อการทำงานของสมองและฮอร์โมน มีผลเสียต่อร่างกายโดยตรง ทำให้ภูมิคุ้มกันแย่ลง และมีโอกาสติดเชื้อหรือป่วยง่ายได้ขึ้นด้วย

 โอ้โฮ! ตอนนี้ความเหงาดูเป็นเรื่องใหญ่กว่าที่คิด แล้วน้องๆ ชาว Dek-D ล่ะรู้จักความเหงาแค่ไหน? วันนี้พี่นักเก็ตจะพาน้องๆ มาเปิดประตูสู่โลกแห่งความเหงากันค่ะ

 ความเหงา (Loneliness) คืออารมณ์ทางลบอย่างหนึ่ง ทำให้รู้สึกโดดเดี่ยว อ้างว้าง เป็นความทุกข์ที่เกิดขึ้นภายในจิตใจเมื่อมนุษย์รู้สึกว่าตนเองขาดปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นหรือคนในสังคม (disconnection from society) ความเหงาอาจเกิดขึ้นได้จากหลากหลายปัจจัย เช่น สภาพแวดล้อม สังคม อารมณ์ เป็นต้น หรือเมื่อเกิดความเปลี่ยนแปลง เช่น ย้ายโรงเรียน เลิกกับแฟน ก็อาจทำให้เกิดความเหงาได้เช่นเดียวกัน

ความเหงานั้นแตกต่างจากความรู้สึก รักสันโดษ (Solitude) เพราะความเหงาเป็นสภาวะอารมณ์ในขณะหนึ่ง ทำให้เกิดอารมณ์ด้านลบ หรือเกิดความรู้สึกทุกข์ขึ้นมา แต่ความรู้สึกรักสันโดษคือการที่เราเลือกจะอยู่คนเดียวในบางโอกาส เช่น การปลีกวิเวกมาทำสมาธิ อ่านหนังสือ เที่ยวคนเดียว ทำอะไรคนเดียว แต่ไม่ได้รู้สึกเศร้าหรือทุกข์ และไม่ได้รู้สึกว่าอยู่ตัวคนเดียวในสังคม ดังนั้นไม่ต้องแปลกใจที่บางครั้งเรานั่งอ่านหนังสือเงียบๆ คนเดียว แต่ไม่ได้รู้สึกเหงา แต่พอไปปาร์ตี้ที่มีคนเยอะๆ กลับเหงาขึ้นมา สิ่งนี้ขึ้นอยู่กับจิตใจของเราล้วนๆ เลย

จริงๆ แล้วทางจิตวิทยามีมาตรสำหรับวัดความเหงาที่จัดทำขึ้นโดย UCLA ด้วยนะคะ ลองคลิกไปทำแบบทดสอบกันได้ที่นี่ แต่พี่นักเก็ตต้องอธิบายก่อนว่าแบบวัดนี้มีการพัฒนาเรื่อยๆ จึงอาจไม่ได้คำตอบที่แม่นยำเสมอไป แต่ก็ทำให้พอจะมองเห็นภาพได้ค่ะว่าตอนนี้เรากำลังเหงามากๆ หรือแค่เหงานิดนึง

สำหรับใครที่มั่นใจแล้วแน่ๆ ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวฉันคือความเหงา ไม่ใช่ความรักสันโดษ พี่นักเก็ตก็อยากบอกว่า อย่าเพิ่งชะล่าใจ แล้วปล่อยให้ตัวเองเหงาแบบไม่มีที่สิ้นสุดค่ะ เพราะถ้าความรู้สึกเหงาเกิดขึ้นนานๆ จะสามารถส่งผลกระทบได้ต่อทั้งอารมณ์และจิตใจ จนเกิดความรู้สึกด้านลบอื่นๆ ตามมาได้ ไม่ว่าจะความโดดเดี่ยว ความรู้สึกว่าไม่ได้รับการยอมรับ และความรู้สึกว่าถูกทอดทิ้ง นำไปสู่ปัญหาสังคมอีกหลายอย่าง เช่น การติดแอลกอฮอล์ การแยกตัวออกจากสังคม การมีความมั่นใจในตนเองต่ำ (Low self-esteem) และยังนำไปสู่การฆ่าตัวตายได้ด้วย

เริ่มเป็นเรื่องใหญ่แล้วใช่ไหมล่ะ! 

แต่ก็ไม่ต้องหวาดกลัวความเหงาจนเกินไปหรอกนะคะ เพียงแต่เมื่อไรที่รู้สึกเหงาขึ้นมา ขอให้น้องๆ รับรู้และยอมรับอารมณ์ที่เกิดขึ้น เพื่อจะได้หาทางรับมือได้ เพราะจริงๆ ความเหงาเป็นสภาวะอารมณ์ที่เกิดขึ้นเพียงชั่วคราว สามารถหายได้เองถ้าเราคุ้นชินและยอมรับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น หรือปรับมุมมองความคิด ก็จะทำให้เราเข้าใจต้นตอของความเหงา และรับมือกับมันได้ค่ะ

ในทางกลับกัน หากน้องๆ ปล่อยให้ตัวเองเหงานานๆ จนเกิดเป็น ความเหงาเรื้อรัง (Chronic Loneliness) จะทำให้เกิดความรู้สึกติดลบ และ แยกตัวจากสังคม (Social isolation) เพราะรู้สึกว่าไม่มีใครยอมรับ ไม่อยากอยู่ในสังคมแล้ว การปล่อยให้เป็นแบบนี้จะส่งผลลบต่อทั้งสุขภาพร่างกายและจิตใจ ทำให้เกิดความวิตกกังวล เครียด นอนไม่หลับ และสามารถนำไปสู่โรคซึมเศร้าได้ ดังนั้นใครที่รู้สึกตัวว่าความเหงาของเรามันเริ่มจะเรื้อรังแล้วนะ ก็อาจจะต้องมีการพูดคุยหรือปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญหรือคนที่ไว้ใจได้สักหน่อยแล้วค่ะ

จริงๆ แล้วความเหงาไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด เพราะคือหนึ่งในอารมณ์ที่เกิดขึ้นปกติ และสามารถหายไปได้เพียงแต่เราต้องยอมรับและรู้จักรับมือกับมัน อย่าปล่อยให้ตัวเองเหงาหรือเดียวดายเป็นเวลานานๆ ลองหันไปโฟกัสสิ่งอื่นๆ เข้าหาคนรอบข้าง พูดคุยหรือพบปะผู้คนบ้าง ถึงแม้จะรู้สึกอึดอัดในบางครั้งก็ตามค่ะ

อีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยให้เราหายเหงา แม้ว่าเราจะไม่ชอบเข้าสังคมก็ตาม คือการหากิจกรรมที่ชอบทำแล้วแชร์กับกลุ่มคนที่ชอบเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นเพลง ภาพยนตร์ หนังสือ กีฬา การ์ตูนอนิเมะ หรือแม้แต่ดาราที่ชอบ การได้พูดคุยกับคนที่มีความชอบคล้ายคลึงกันจะช่วยให้เราโฟกัสสิ่งอื่นมากขึ้น และรู้สึกเหงาน้อยลง

เห็นไหมคะ ความเหงาไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดเลย เพียงแต่เราต้องเข้าใจและไม่ปล่อยให้ตัวเองจมอยู่กับอารมณ์นี้นานเกินไปค่ะ ยิ่งช่วงที่ผ่านมาน้องๆ หลายคนต้องกักตัว เรียนอยู่ในบ้าน ออกไปปาร์ตี้สังสรรค์กับเพื่อนๆ ไม่ได้ ถ้าใครมีวิธีที่ช่วยแก้เหงาแก้เบื่อได้ ก็อย่าลืมมาแชร์กันบ้างนะคะ

 

แหล่งข้อมูลอ้างอิงhttps://www.campaigntoendloneliness.orghttps://www.ctvnews.cahttps://www.psychologytoday.comhttps://medium.comhttps://edition.cnn.com
โค้ชพี่นักเก็ต

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

1 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
กำลังโหลด