Spoil
- อ่านไม่ตอบ อ่านแล้วตอบช้า ตอบไม่ตรงคำถาม ยิ่งทำให้ชวนสงสัย
- ยิ่งตอบยาวๆ อธิบายเยอะๆ ยิ่งดูมีพิรุธ
- คนโกหกมักจะใช้คำกำกวม ไม่ยอมรับแต่ก็ไม่ปฏิเสธ
การแชตคุยกัน มันคือการสื่อสารผ่านตัวอักษร มองไม่เห็นสีหน้า แววตา ท่าทาง หรือแม้แต่น้ำเสียง เราจะรู้ได้ยังไงว่าคนที่พิมพ์มาจริงใจแค่ไหน ข้อความที่เห็นเป็นเรื่องจริงหรือเรื่องโกหก วันนี้เรามีวิธีการจับโป๊ะคนโกหกผ่านทางแชตมาฝาก
1. คนโกหกจะพิมพ์ยาวผิดปกติ
คนที่กำลังโกหกมักจะพิมพ์ข้อความมายาวๆ อธิบายนู่นนี่ เพิ่มเติมรายละเอียดของเรื่องราวต่างๆ ทั้งๆ ที่ไม่จำเป็น ไม่ใช่เรื่องที่อยากรู้ เช่นถามว่า "เมื่อวานออกไปไหนมารึเปล่า?" แล้วได้รับข้อความตอบกลับมาว่า "ไม่ได้ไปไหนเลย เมื่อวานอยู่บ้านทั้งวัน ทำการบ้านเสร็จแล้วก็มากวาดบ้านถูบ้านต่อ แม่ยังใช้ไปกรอกน้ำอีก ร้อนมากเลย บ้านเธอล่ะ ร้อนมั้ย?" เล่นพิมพ์ตอบมาซะยืดยาว แถมพาแถออกนอกเรื่องอีก พิรุธนะคะ ดูออก
2. คนโกหกมักจะใช้คำกำกวม
คนที่ไม่อยากบอกความจริงส่วนใหญ่จะใช้พูดที่มันไม่ชัดเจน ไม่ตอบออกมาตรงๆ หรือเรียกง่ายๆ ว่า 'แถ' สมมติว่าเรามีนัดไปเที่ยวกับเพื่อนเป็นกลุ่ม คนที่อยากไปก็จะตอบว่า "ไปจ้า โอเคจ้า" คนที่ไม่ไปหรือไปไม่ได้ก็จะบอกตรงๆ ว่า "ไม่ไป ไม่ว่าง ไว้คราวหน้านะ" อะไรก็ว่าไป แต่คนที่ไม่อยากไปแต่ไม่กล้าปฏิเสธตรงๆ ก็จะใช้คำพูดแบบว่า "ดูก่อน" ซึ่งคำว่า "ดูก่อน" ก็แปลได้ว่า "ไม่อยากไป" นั่นเอง
3. คนโกหกมักจะพิมพ์ย้ำเรื่องเดิมซ้ำๆ
มันมีคำพูดที่ว่า เรื่องโกหกที่ได้ยินมาร้อยครั้ง สุดท้ายจะกลายเป็นเรื่องจริง เพราะการตอกย้ำซ้ำๆ จะทำให้เกิดความน่าเชื่อถือ บอกครั้งแรกอาจจะไม่เชื่อ ครั้งที่ 3 - 4 ก็จะเริ่มลังเลใจ พอผ่านไปถ้ายังยืนยันคำเดิมก็เริ่มแน่ใจว่าคงเป็นเรื่องจริงแล้วล่ะ ถึงแม้ว่าเรื่องนั้นจะเป็นเรื่องไม่จริงก็ตาม อีกหนึ่งข้อสังเกตคือ คนโกหกจะพูดถึงเรื่องเดิม สตอรี่เดียวเป๊ะๆ ไม่ว่าจะพูดกี่ครั้งก็จะไม่มีรายละเอียดอะไรเพิ่มเติมเด็ดขาด เพราะคนที่โกหกจะกังวลว่ากลัวพูดไม่เหมือนเดิม
4. อ่านแล้วตอบช้า
อาการนี้อาจจะยากหน่อย เพราะต้องเดาว่าเป็นเพราะอ่านแล้วตอบทิพย์ อ่านแล้วลืมตอบ หรือตอบช้าเพราะหายไปหาคำแก้ตัวอยู่ ถ้ากำลังอยู่ในท็อปปิคสุ่มเสี่ยงก็อาจเป็นไปได้ว่าเขากำลังลังเลว่าจะตอบว่าอะไรดี จะพูดความจริง หรือหาคำโกหกต่อไป ถ้าแชตในไลน์อาจจะสังเกตยาก แต่ถ้าคุยผ่าน Facebook Messenger จะเห็นเลยว่าอีกฝ่ายกำลังพิมพ์อยู่หรือเปล่า ถ้าตัวจุดๆ วิ่งๆ หายๆ รู้เลยว่ากำลังพิมพ์ๆ ลบๆ อยู่แน่ๆ
5. ตอบไม่ตรงคำถาม
อ่านแล้วตอบช้า ยังไม่แรงเท่าอ่านแล้วข้ามข้อความที่เราส่งไป แล้วไม่ตอบรับ ไม่ปฏิเสธ แต่มองข้ามไปเลยแล้วเปลี่ยนเรื่องคุยทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ที่ตอบไม่ตรงคำถามแบบนี้ ต้องมีอะไรแอบซ่อนอยู่แน่นอน
6. ตอบตัดบท
ถ้าเราถามไปรัวๆ ประมาน 5 บับเบิล แล้วมีข้อความตอบรับจากปลายทางมาแค่ "ครับ ค่ะ อ่าาา อืม เค เดี๋ยวมา ไปนอนก่อนนะ" ถ้าเจอบทสนทนาที่เหมือนไม่เต็มใจคุย พยายามตัดบท ตัดจบแบบยังไม่เคลียร์แบบนี้ มีสิทธิ์เป็นเรื่องโกหกสูง
7. โบ้ยความผิด
เสต็ปโบ้ยความผิดจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อรู้สึกว่าถูกต้อนจนหลังชนฝา ก็เลยหาทางออกด้วยการทำเป็นโกรธบ้าง เริ่มโยนความผิดไปให้อีกฝ่าย "ทำไมเธอไม่เชื่อใจเราเลย" "เธอคิดว่าเราเป็นคนนิสัยแย่แบบนั้นเลยเหรอ" อ้าว เป็นคนโกรธอยู่ดีๆ กลายเป็นฝ่ายผิดเฉย
8. ดึงดราม่า
คนที่โกหก ถ้าสุดท้ายจะไม่ยอมรับความจริง สิ่งที่จะตามมาก็คือฉากดราม่า เบี่ยงเบนความสนใจจากที่กำลังสงสัยๆ ให้กลายเป็นความรู้สึกผิดหรือสงสารแทน "ใช่สิ เราผิดเอง เราผิดทุกเรื่องแหละ" รับบทนางเอกผู้น่าสงสาร ส่วนเราก็เอาบทนางร้ายไปโดยไม่รู้ตัว
ถ้าคนที่เราคุยด้วยเป็นแบบนี้อยู่แล้วก็คงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร แต่เมื่อไหร่ที่มีเรื่องให้น่าสงสัยก็เอาเคล็ดลับเหล่านี้ไปใช้ได้ แล้วชาว Dek-D ล่ะคะ มีเคล็ดลับในการจับโกหกยังไงบ้าง? ใช้วิธีไหนแล้วเวิร์ค? มาแชร์กัน!
ข้อมูลจากhttps://brightside.me/inspiration-psychology/11-types-of-texting-behavior-that-show-a-person-is-lying-to-you-408460/https://www.wikihow.com/Know-if-Someone-Is-Lying-in-a-Text
2 ความคิดเห็น
เยี่ยม ????
ก็ไม่ใช่ทุกคนเด้อ ที่จะเป็นแบบที่คุณบอกอ่ะ คนที่เขาชอบพิมพ์ยาวๆเพื่ออธิบายในสิ่งที่คนเข้าใจผิดก็มีนะอย่าเหมารวมจ้าาาา