Teen Coach EP.14 : ไม่ต้องมีคำพูดปลอบใจเลยก็ได้ ขอแค่ "เข้าใจ" กันบ้างก็พอ...(Empathy)

Spoil

  • Empathy คือ "ความเข้าอกเข้าใจ" เป็นมากกว่าความเห็นใจ แต่เข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในมุมของอีกฝ่ายเป็นอย่างดี
  • คนที่มี Empathy มักจะรู้สึกอ่อนไหวต่อประเด็นต่างๆ ในสังคม
  • การมี Empathy เป็นสิ่งที่ดี แต่หากมีมากเกินไป เราจะจมดิ่งอยู่กับปัญหาของคนอื่น จนเกิดเป็นปัญหาต่อสุขภาพจิตของเราเอง

วันที่พลาดพลั้ง เสียใจ ขอแค่ใครสักคนที่ "เข้าใจ" อย่างแท้จริงก็พอ

น้องๆ เคยไหมคะ เวลาที่เราทำผิดพลาด หรือตกอยู่ในสภาวะที่ทำให้รู้สึกเครียดมากๆ แม้จะมีคนมากมายเข้ามากอด ปลอบใจ ถามไถ่อย่างเป็นห่วงเป็นใย แต่สุดท้ายคนที่ฮีลหัวใจเราได้จริงๆ ก็คือคนที่เข้าใจความรู้สึกของเรา เข้าใจสถานการณ์ และเข้าใจข้อจำกัดต่างๆ ที่เรากำลังเผชิญอยู่ ราวกับเป็นอีกร่างแยกหนึ่งของเรา ซึ่งไม่ใช่อะไรที่จะหาได้ง่ายๆ เลย

ในปัจจุบันที่ผู้คนในสังคมมี Critical Thinking หรือ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ มากขึ้น ทำให้ปัญหาสังคมต่างๆ ถูกนำขึ้นมาถกเถียงและพูดถึง ไม่ว่าจะเป็นปัญหาครอบครัว ปัญหาการศึกษา ปัญหาการเมือง ปัญหาเรื่องเพศ ฯลฯ แต่หลายครั้งมุมมองที่มีต่อปัญหาต่างๆ ก็เป็นมุมมองจากแต่ละฝ่าย หรือคนส่วนใหญ่ในสังคม จนเผลอมองข้ามมุมมองของผู้ถูกกระทำ ผู้ที่เดือดร้อน หรือแม้กระทั่งมุมมองของผู้ที่กระทำผิดเอง

ซึ่งจริงๆ แล้วไม่ใช่ความผิดของใครเลยค่ะ เพราะในโลกที่วุ่นวายนี้ ทุกคนต่างมีความเครียดและความยากลำบากเป็นของตัวเอง ทำให้เผลอตัดสิน หรือเย็นชากับคนรอบข้างไปบ้าง แต่หากลองวางความตึงเครียดนั้นลงสักนิด แล้วค่อยๆ ทำความเข้าใจในมุมมองใหม่ๆ ก็อาจทำให้ได้รู้ว่า จริงๆ แล้วแทบจะไม่มีใครเลยที่เลวร้ายไปซะ 100%

วันนี้พี่นักเก็ตเลยจะพาทุกคนมารู้จักคำว่า Empathy กันค่ะ

Empathy หรือ ความเข้าใจผู้อื่น เป็นความเข้าใจในระดับที่ “เอาใจเขามาใส่ใจเรา” ถ้าให้นิยามอย่างชัดเจนเลยก็คือ เป็นความรู้สึกเข้าอกเข้าใจผู้อื่น รับรู้สภาวะหรืออารมณ์ว่าบุคคลนั้นกำลังรู้สึกอย่างไรในมุมมองของเขา และจินตนาการว่าหากตัวเราอยู่ในจุดเดียวกับเขาจะรู้สึกอย่างไร การมี Empathy จึงไม่ใช่เพียงความเข้าใจโดยไม่ตัดสินเท่านั้น แต่คือความเข้าใจผ่านมุมมองของเจ้าตัว แบบที่สำนวนฝรั่งเรียกว่า “Put yourself in someone else’s shoes.” หรือ การสวมรองเท้าคู่เดียวกับบุคคลนั้น หมายถึงเมื่อเราเห็นคนอื่นเป็นทุกข์ เราสามารถคิดภาพตัวเองตอนอยู่ในสถานการณ์เดียวกับเขาได้ และร่วมรู้สึกไปกับเขาได้ เข้าใจได้ว่าเขากำลังเผชิญกับอะไรอยู่นั่นเอง

สิ่งนี้ถือเป็นความสามารถทางปัญญา (Cognitive Ability) รูปแบบหนึ่ง ที่สามารถคิดและรู้สึกถึงประสบการณ์ภายในชีวิตผู้อื่นได้ แตกต่างจาก ความสงสาร (Pity) ที่หมายถึงความวิตกกังวลที่มีให้ผู้ด้อยกว่าเรา และแตกต่างจาก ความเมตตา (Compassion) ที่เราปรารถนาจะช่วยให้เขามีความสุข

อีกหนึ่งคำที่คนมักสับสนก็คือ Sympathy หรือ การเห็นอกเห็นใจผู้อื่น เพราะ Empathy คือการเข้าใจใครสักคนผ่านมุมมองเดียวกับเขา เข้าใจว่าเขาคิด รู้สึก และมีอารมณ์อย่างไรในสถานการณ์นั้น แต่ Sympathy คือความเห็นใจ ความสงสาร หรือความเศร้าเมื่อเห็นผู้อื่นเป็นทุกข์ แต่ยังไม่ถึงขั้นที่เข้าใจผ่านมุมมองของเขาอย่างแท้จริง 

การมี Empathy นั้นสำคัญ แต่ก็ไม่ได้แปลว่า Sympathy จะไม่สำคัญ แม้ใครๆ จะอยากได้รับความเข้าใจ ว่าสิ่งที่ตนเองกำลังเผชิญอยู่นั้นคืออะไร (Empathy) มากกว่าแค่สงสาร เห็นใจ หรืออยากให้มีความสุข (Sympathy) แต่ถ้าคนในสังคมมีได้ทั้งสองอย่างร่วมกัน ก็จะยิ่งเป็นสิ่งที่ดีค่ะ

ข้อสังเกต ใครกันนะมี Empathy ในตัว?

  • คนที่เป็นผู้ฟังที่ดี
  • คนที่มักเป็นที่ปรึกษาปัญหาให้คนรอบข้าง
  • คนที่จับอารมณ์ ความรู้สึกคนอื่นได้เก่ง
  • คนที่แคร์ความรู้สึกคนอื่นเสมอ
  • คนที่รู้สึกแย่หรือเศร้า เมื่อมีเหตุการณ์ร้ายเกิดขึ้น
  • คนที่พยายามช่วยเหลือคนที่เป็นทุกข์
  • คนที่อ่อนไหวและสะเทือนใจเมื่อเกิดประเด็นต่างๆ ในสังคม

รู้แบบนี้แล้วพี่นักเก็ตเชื่อว่า หลายคนต้องมีไฟ อยากจะเป็นคนที่มี Empathy กันแน่ๆ เลยใช่ไหมคะ แต่ในทางกลับกัน ถ้าเรามี Empathy มากเกินไปก็ไม่ใช่เรื่องดี เพราะอาจทำให้ขอบเขตความสัมพันธ์นั้นคลุมเครือ หรือเราเอาตัวเองไปสวมบทบาทเป็นเขามากเกินไปจนทำให้จมดิ่ง ส่งผลกระทบต่อจิตใจของเราเอง ดังนั้นการมี Empathy ที่ดี ก็คือการมี Empathy ในระดับที่เหมาะสมนะคะ

 

รายการอ้างอิงhttps://www.psychologicalscience.org/observer/neuroscience-empathythe-psychology-of-emotional-and-cognitive-empathyhttps://www.psychologytoday.com/intl/basics/empathyhttps://www.verywellmind.com/what-is-empathy-2795562
โค้ชพี่นักเก็ต

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

0 ความคิดเห็น