อยากหาแรงกระตุ้นเขียนนิยายก็มาลองเปิดขายสิ! ; ไพรินสีมุก

อยากหาแรงกระตุ้นเขียนนิยายก็มาลองเปิดขายสิ! ; ไพรินสีมุก


“เวลาอ่านนิยาย เหมือนได้หลุดไปโลกอีกใบ”

เคยถามตัวเองกันไหมคะว่าเรามาเขียนนิยายเพราะอะไร หลายคนอาจเขียนเพราะเป็นความฝัน เขียนเพราะนิยายที่อ่านไม่เป็นดังใจเลยต้องการสร้างนิยายของตัวเองขึ้นมา แต่กับ “ไพรินสีมุก” มีจุดเริ่มต้นในเส้นทางนักเขียนต่างออกไป เธอเริ่มเขียนเพราะมันทำให้ตัวเธอเองหลีกหนีจากโลกของความเป็นจริงได้ชั่วขณะ

สำหรับนักอ่านหลายคน การอ่านนิยายเหมือนได้หลุดไปโลกอีกใบ ตัดทุกความเคร้าเสียใจ ปัญหาจากโลกภายนอกออกไปทั้งหมด แล้วโบยบินอย่างอิสระไปในโลกของจินตนาการ ไพรินสีมุก ก็เริ่มต้นจากจุดนี้เช่นกัน เธอรักการอ่านนิยาย หลงใหลการหลุดเข้าไปในโลกของจินตนาการ และด้วยความรักมากมายนี้เอง ในที่สุดแล้วมันก็ทำเธอตัดสินใจที่จะลงมือเขียนนิยาย สร้างโลกในจินตนาการของตัวเองขึ้นมา และที่น่าใจก็คือโลกในจินตนาการใบนี้มันได้กลายเป็นอีกหนึ่งช่องทางสร้างรายได้ที่คาดไม่ถึงให้กับ “ไพรินสีมุก” เจ้าของผลงานเรื่อง ปลายจวักหวนคืน อีกด้วย!

คุณบิ๋ม นักเขียนนามปากกา ไพรินสีมุก
คุณบิ๋ม นักเขียนนามปากกา ไพรินสีมุก

ชื่อเล่นบุ๋มบิ๋มค่ะ อายุปีนี้ก็ 28 ปีแล้ว มีงานประจำเป็น HR ของบริษัทเล็กๆ ที่หนึ่ง เขียนนิยายถ้าเรื่องแรกที่ลงในเด็กดีคือนานจะประมาณเกือบ 7 -8 ปี แล้วค่ะ 

เขียนตั้งแต่ช่วงเรียนมหาลัยเลย มาหยุดช่วงเริ่มทำงาน ก็เขียนได้อีก 2 เรื่องก็หยุดไป มาเริ่มอีกทีก็ช่วงปีที่แล้วค่ะ จริงๆ ชอบอ่านนิยายแบบใสๆ มาก่อนเลยค่ะ ตั้งแต่ม.6 แล้วก็ลามไปเรื่อย การ์ตูน อนิเมะ ซีรีส์ แล้วพอเข้ามาหาวิทยาลัยก็มาเจอเรื่องเพชรพระอุมาค่ะ อันนั้นคือจุดเริ่มว่าเราอยากเขียนเรื่องราวแบบที่เราต้องการเองบ้างค่ะ

เขียนนิยาย คืออาวุธลับทลายชีวิตแสนน่าเบื่อ

อีกอย่างคือเรารู้สึกว่าสึกว่าชีวิตประจำวันของเราน่าเบื่อค่ะ คือตั้งแต่โตมามีไม่กี่ที่ที่บิ๋มไปค่ะ ก็คือบ้าน ห้องเรียน กับห้างสรรพสินค้า แล้วมันก็วนลูบอยู่แค่นั้นค่ะ สำหรับบิ๋มมันไร้สีสันมากๆ แล้วก็มีช่วงที่เราอยากหลบหนีออกจากโลกความจริงสักพัก 

ช่วงนั้นรู้สึกเหมือนโลกมันไม่น่าอยู่ค่ะ ไม่มีใครเข้าใจเราไม่มีใครให้ระบาย มองไปทางไหนเราก็รู้สึกโดดเดี่ยว ตอนนั้นรู้สึกชีวิตไร้เป้าหมายมากๆ ค่ะ

คือบิ๋มเรียนรัฐศาตร์ มันเป็นความคิดว่าเราอยากลองรับราชการ แต่พอเข้ามาเรียนและด้วยความโตขึ้น มองเห็นอะไรมากขึ้นมันก็ไม่ใช่อย่างที่เราเคยคิดนะคะ ก็คิดว่านี่มันไม่ใช่สิ่งที่เราคิดไว้ ตอนนั้นจะพูดกับพ่อแม่ก็คิดว่าท่านคงไม่ได้เข้าใจขนาดนั้น ก็เลยรู้สึกเคว้งไปช่วงหนึ่งค่ะ

แต่ด้วยหน้าที่เราจะมาใช้อารมณ์ส่วนตัวตรงนั้นไม่ได้ ก็เลยคิดว่าตั้งใจทำหน้าที่ของเราไป และใช้เวลาที่ว่างทั้งหมดไปกับการอ่านนิยายค่ะ ซึ่งตอนนั้นเพื่อนก็มองเราอ่ะมีโลกส่วนตัวนะ ติดนิยายมากเกินไป มันดูไร้สาระมากๆ อะไรแบบนี้ เพราะรอบตัวไม่มีใครอ่านนิยายแบบเราเลย แล้วก็มีน้องสาวบิ๋มที่ชอบหนังซอมบี้มากๆ นางชอบพูดประมาณว่า ถ้ามีซอมบี้บุกจะสนุกไหมน่ะค่ะ 555

นิยายของบิ๋มเลยมีจุดที่เหมือนกันคือ
แนวแฟนตาซีหรือมีอะไรที่ไม่ธรรมดาแฝงอยู่

แม้นักเขียนจะไม่ใช่อาชีพในฝัน แค่คืองานอดิเรกที่รักที่สุด

สำหรับอาชีพนักเขียน เอาจริงๆ ไม่ได้เคยคิดแบบนั้นเลย บิ๋มมองว่าการเขียนนิยายเป็นทั้งงานอดิเรกที่รัก สิ่งที่อยากทำ สิ่งที่เราอยากพยายามทุ่มเท เราไม่ได้มองว่านิยายคือสิ่งที่ต้องทำ แต่เป็นความสุขของเรา เป็นสีสันในชีวิตค่ะ

ถ้าถามว่าตอนนี้บิ๋มเป็นนักเขียนมืออาชีพหรือยัง ตอบได้เลยว่ายังค่ะ บิ๋มน่าจะยังเป็นแค่นักเขียนมือสมัครเล่น ตัวเล็กๆ ที่ยังต้องพัฒนาต่อไป เรามองว่าอาชีพนักเขียนเป็นอาชีพที่เปิดกว้างมากๆ ค่ะ คุณสามารถเลือกเส้นทางของตัวเองเองแบบไม่จำกัดเลย

อยากเขียน เล่าเรื่อง แบ่งปันอะไรก็ไม่มีเส้นขีดกั้นจินตนาการ แถมยังสามารถหาค่าขนมหรือค่ากำลังใจในการเขียนต่อไปเรื่อยๆ ได้อีก ถ้าเราต้องการ และเป็นอาชีพที่ต้องมีวินัยมากๆ เมื่อต้องการประสบความสำเร็จในการอัพจนจบเรื่อง

หลายคนอาจคิดว่าก็แค่เขียน แต่นักเขียนก็รู้ดีว่ามันไม่ใช่แค่นั้นค่ะ 
อาชีพที่นึกว่าง่ายแต่ไม่ง่ายจริงๆ

ถ้าขี้เกียจอัปนิยายให้นึกถึงนักอ่านที่รออยู่!

อุปสรรคคือถ้าเป็นตอนอายุน้อยกว่านี้จะอยู่ที่แม่เพราะเขาคิดว่านิยายเป็นเรื่องแบบไม่มั่นคง ไม่สามารถสร้างรายได้ได้ พอโตขึ้นมาก็เป็นเรื่องเวลาค่ะ เราทำงานประจำด้วย ทำจันทร์ - เสาร์ มีเวลาแค่ตอนกลางคืนกับวันอาทิตย์ บางทีก็เพลียจนรุู้สึกขี้เกียจอัปนิยาย แต่ก็พยายามนึกถึงคนที่รออ่านค่ะ สะลึมสะลือพิมพ์นิยายก็เคยเพื่อให้อัปทุกวัน หรือสม่ำเสมอที่สุดค่ะ

สำหรับตอนนี้การแบ่งเวลาเขียนนิยาย ตอนนี้บิ๋มใช้เวลากลางคืนในการเขียนนิยายค่ะ กลางวันทำงานประจำ และกำหนดว่าคืนนี้จะต้องแต่งในได้หนึ่งตอน หรืออาจมากกว่านั้น และกำหนดเวลานอนชัดเจนว่าห้ามเกิน ห้าทุ่มครึ่งค่ะ ส่วนวันหยุดเราก็จะทำกิจวัตรส่วนตัวก่อน ค่อยมาจดจ่อกับนิยายค่ะ เน้นเขียนกลางคืนเพราะรู้สึกว่าเป็นเวลาที่เงียบสงบและสร้างสมาธิได้ง่ายค่ะ

นิยายอัปนิยายทุกวัน แต่ความจริงก็เคยตัน 

ถามว่าเคยตันไหม สารภาพตรงนี้เลยตันบ่อยมากค่ะ เป็นปัญหาที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เลย บางครั้งนั่งเปิดคอมนิ่งๆ ก็เคยค่ะ

วิธีแก้...อืม ก็ทำหลายวิธีค่ะ ออกไปชมวิวที่ระเบียงบ้าน อาบน้ำสระผม เดินไปเซเว่น อ่านนิยายที่ติดตามไว้ และนอนหลับค่ะ สรุปคือออกห่างจากคอมสักหน่อย พอรู้สึกสมองโล่งก็กลับมาไล่อ่านเนื้อหาของเราดูว่ามันควรไปทางไหนก็เขียนต่อได้ค่ะ

พื้นที่เขียนนิยานของ  ไพรินสีมุก
พื้นที่เขียนนิยานของ  ไพรินสีมุก

เปิดขายนิยายคือแรงกระตุ้นชั้นดี

สาเหตุที่เปิดขายนิยาย ส่วนหนึ่งคือหาแรงกระตุ้นให้ตัวเองค่ะ เพราะแต่งตามความชอบกับพล็อตที่คิดแบบกะทันหันมากๆ ค่ะ พอคนตามอ่านเยอะ ก็กลัวว่าตัวเองจะละเลยหรือแบบอัปตามอารมณ์เกินไป อีกส่วนก็ทำให้คนที่บ้านเห็นว่าความชอบของเรามันเป็นรูปธรรม มันสร้างรายได้พิเศษให้กับเราได้

ผลลัพท์หลังเปิดขาย?

ก็มีทั้งบอกว่าเต็มใจเปย์ค่าขนมให้ กับสายฟรีคงแบบไม่ได้ต่อแล้วเพราะติดเหรียญ เราก็แก้ให้เป็นแบบลงไว้ประมาณ 1-2 วัน ค่อยติดเหรียญค่ะ win-win ทุกฝ่าย ใครพร้อมเปย์ก็กดได้ ใครอ่านฟรีก็รีบเข้าอ่านในช่วงเวลานั้นๆ ค่ะ

คาดหวังกับกระแสตอบรับไหม? จริงๆ ก็แอบคาดหวังไว้ประมาณหนึ่ง เพราะเห็นจากนักเขียนคนอื่นๆ เราก็หวังจะต้องมีไม่น้อยที่เห็นว่างานเราคุ้มค่าจะเสียเหรียญให้ค่ะ ตอนที่เริ่มติดเหรียญกังวลมาก ต้องคอยกดดูเลยมามีคอมเมนต์อะไรไหม มีคนกดเหรียญให้เราไหม มาช่วงหลังๆ ก็ต้องห้ามตัวเองว่าอย่าเข้าดูบ่อยเกิน เพราะมันจะกลายเป็นกดดันตัวเอง

ตอนนี้ผลตอบรับดีพอสมควรเลยค่ะ โดยเฉพาะกับเรื่องล่าสุด สารภาพว่าเรื่องนี้มาจากความหิวส่วนตัวล้วนๆ ไม่คิดว่าจะได้เสียงตอบรับดีขนาดนี้ค่ะ

ปลายจวักหวนคืน นิยายที่เกิดขึ้นเพราะความหิว

นิยายเรื่องล่าสุด ปลายจวักหวนคืน เราเขียนเรื่องนี้เพราะไปเจอเรื่องแนวเขียนทำอาหารไลฟ์สดมาสองสามเรื่องค่ะ แต่เขาแต่งไม่จบล่ะหายไปเลย เราอ่ะอยากอ่านตรงกับช่วงนั้นคือเราควบคุมอาหารลดพวกขนม กับอาหารบางอย่างลง ก็ไม่รู้จะระบายที่ไหน ก็เลยเอามาเขียนในสไตล์ตัวเอง หาคนหิวเป็นเพื่อนกันค่ะ

เมนูอาหารในเรื่องก็เขียนจากประสบการณ์ของตัวเองเลย ที่บ้านทำทานเอง ส่วนใหญ่เป็นอาหารไทย พวกอาหารฝรั่งนี้ทำในครัวไทยยากค่ะ อาศัยทำแบบง่ายๆ แทน เมนูในนิยายก็เลยต้องหาข้อมูลเพิ่ม ไปดูของจริงจากร้านที่เราชอบไปแทนค่ะ

สุดท้ายนี้…

ขอฝากผลงานเขียนล่าสุดปลายจวักหวนคืนและผลงานต่อๆ ไปไว้ด้วยนะคะ  ขอบคุณนักอ่านที่ติดตามตั้งแต่ในช่วงที่นิยายเรื่องนี้หยุดอัปจนมาอัปต่อเนื่องอย่างทุกวันนี้ รวมถึงนักอ่านทุกคนที่ให้การสนับสนุนทุกๆ เลย ไม่เคยคิดว่านิยายที่เกิดจากอารมณ์เล็กๆ ของตัวเองจะมาได้ถึงขนาดนี้ อยากให้ทุกคนเดินทางไปพร้อมกันกับปลายจวักหวนคืนจนกว่าจะถึงปลายทางของนิยายเรื่องนี้ค่ะ

สำหรับนักเขียนที่ท้อกับผลตอบรับ อยากบอกว่า ก่อนจะมีร้อยทุกคนล้วนเริ่มจากศูนย์ค่ะ บิ๋มเขียนจบมาสี่เรื่องก็ยังกังวลทุกครั้งที่เริ่มเรื่องใหม่ ในใจก็คิดว่าขอแค่มีคนกดติดตามจาก 0 เป็น 1 นั้นคือมีคนรออ่านงานเขียนของเราแล้ว มีคนแบ่งปันจินตนาการของเรา เวลาพิมพ์ลงไปแต่ละตัวอักษรมันคือความสุขความชอบของเรา และสิ่งนี้คนอ่านจะสัมผัสมันได้ และต่อให้มีคอมเมนต์ไม่ว่าจะติหรือชม ก็เปิดรับเอาไว้ค่ะ 

เพราะการที่นักอ่านกดคอมเมนต์มันถือเป็นการตอบรับอย่างหนึ่ง สุดท้ายอย่าหยุดที่จะเขียนและจินตนาการ พักระหว่างทางได้แต่อย่าทิ้งมัน สักวันความตั้งใจของเราจะส่งผลตอบแทนแน่นอนค่ะ

 

“ก่อนจะมีร้อยทุกคนล้วนเริ่มจากศูนย์” เป็นคำพูดของ ไพรินสีมุก ที่พี่หญิงได้ยินแล้วเห็นด้วยร้อยเปอร์เซ็นต์เลยค่ะ นักเขียนที่ประสบความสำเร็จทุกคนก็ล้วนเริ่มต้นมาจากจุดนี้เหมือนกัน เคยผิดหวัง เคยท้อใจกับผลตอบรับที่ไม่ดี แต่เพราะทุกคนไม่ยอมแพ้ และมุ่งมั่นที่จะพัฒนางานเขียนของตัวเองต่อไป ในที่สุดแล้วความพยายามจึงส่งผลให้นิยายได้รับผลตอบรับที่ดีตามมา

ส่วนใครที่ตอนนี้รู้สึกขาดแรงบันดาลใจในการเขียนนิยาย ลองมาใช้วิธีของคุณบิ๋มก็ได้นะ “เปิดขายนิยาย เพราะต้องการแรงกระตุ้น” พี่หญิงคิดว่าเป็นอีกหนึ่งไอเดียที่ดีเลยค่ะ ได้ทั้งแรงกระตุ้นและมีรายได้จากการขายนิยายไปพร้อมๆ กัน ทูอินวัน ไปเลย!

ติดตามผลงานของ ไพรินสีมุก ได้ที่นี่

พี่หญิง

พี่หญิง
พี่หญิง - Columnist มนุษย์บ้านิยายที่สิงอยู่แถวๆ คลังนิยายเด็กดีเป็นประจำ

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

0 ความคิดเห็น