Spoil
- การดูแต่โทรทัศน์ช่องเดิมๆ ติดตามแต่คนที่มีความเห็นเหมือนกัน ทำให้เราอยู่ใน Filter Bubble โดยไม่รู้ตัว
- Filter Bubble ทำให้เราเห็นแต่คนที่ทัศนคติเดียวกัน ได้รับแต่ข้อมูลที่เราคิดว่าจริง ทั้งที่จริงอาจไม่ใช่
- ต้องยอมรับว่า "สิ่งที่เราอยากให้เป็นความจริง มันอาจไม่ใช่ความจริงเสมอไป "
ถ้าตั้งคำถามว่า “อินเทอร์เน็ต มีประโยชน์อย่างไรบ้าง?” มีคำตอบไหนผุดขึ้นมาในใจบ้างคะ?
บางคนอาจจะตอบว่ามีไว้คุยกับเพื่อน, มีไว้ดูหนัง ฟังเพลง, มีไว้อ่านข่าวสารต่างๆ และที่สำคัญ มีไว้เปิดโลกทัศน์ให้กว้างขึ้น จากสาระความรู้มากมายบนอินเทอร์เน็ต แต่เราจะรู้ได้อย่างไรล่ะ? ว่าข่าวสารหรือความรู้ที่ได้รับนั้นเป็นข้อเท็จจริงที่ถูกต้อง ไม่ใช่แค่ข้อมูลที่ถูกบิดเบือนมา หรือเป็นข้อมูลที่เราเลือกเสพเฉพาะด้านที่เราเชื่อ คล้ายกับการขังตัวเองไว้ในฟองอากาศแล้วนั่งเล่นอินเทอร์เน็ต หรือที่เรียกว่า Filter Bubble Effect
สำหรับใครที่ยังคิดไม่ออกว่า Filter Bubble Effect เป็นยังไง ลองคิดตามพี่นักเก็ตช้าๆ นะคะ ว่าเคยรู้สึกกันไหม? เวลาเราสนใจอะไร เราก็มักจะเห็นสิ่งนั้นมากมายบนอินเทอร์เน็ต เช่น เราชอบไปเที่ยวคาเฟ่ ก็จะพบเจอรีวิวคาเฟ่มากมายบนเฟซบุ๊ก หรือเราชอบไอดอลเกาหลี ไทม์ไลน์ทวิตเตอร์ก็จะเต็มไปด้วยไอดอลเกาหลีที่เราชอบ จนทำให้หลายครั้งลืมไปว่า ยังมีกลุ่มคนที่ชอบเดินป่า ชอบไอดอลญี่ปุ่น หรือสนใจเรื่องราวอื่นๆ อีกมากมาย แต่ในเมื่อมันไม่ใช่สิ่งที่เราสนใจ Algorithm (ระบบประมวลผล) ของอินเทอร์เน็ตจึงไม่ได้นำมาให้เราเห็นเท่านั้นเอง
นอกจาก Algorithm แล้ว อีกสิ่งที่ขังเราไว้ใน Filter Bubble ก็คือ ตัวเราเอง นี่แหละ ไม่เชื่อลองทบทวนดูสิว่า เคยไหม? block หรือ mute บุคคลในโซเชียลฯ ที่เราไม่ชอบความคิดของเขา เคยไหม? เลือกติดตามเฉพาะเพจหรือทวิตเตอร์ที่มีความคิดเห็นคล้ายๆ เรา และเคยไหม? แค่เป็นสำนักข่าวหรือบุคคลที่เราไม่ชื่นชอบ ก็เลือกจะไม่รับฟังข้อมูลจากเขาแล้ว ทำให้รู้ตัวอีกที รอบตัวเราก็มีแต่คนที่ชอบเหมือนเรา คิดเหมือนเรา
Filter Bubble จึงเปรียบเสมือนฟองอากาศที่คอยกั้นเราจากข้อมูลที่ไม่ได้สนใจ รวมถึงมุมมองที่เราไม่ถูกใจ จนบางครั้งทำให้พลาดข้อเท็จจริงบางอย่างไปโดยไม่รู้ตัว Filter Bubble Effect เป็นส่วนหนึ่งของ Echo Chamber Effect หรือ ปรากฎการณ์ห้องเสียงสะท้อน เป็นลักษณะของพฤติกรรมที่เราจะได้รับข่าวสารหรือข้อมูลเพียงด้านเดียว คือข้อมูลที่คล้ายคลึงกับความคิดเรา เพราะเข้าใจว่าข้อมูลเหล่านั้นถูกต้อง เปรียบได้กับเวลาที่เราร้องเพลงในห้องคาราโอเกะทึบๆ แล้วได้ยินแต่เสียงตัวเองก้องไปมา ถ้าไม่เปิดประตูก็จะไม่รู้เลยว่าคนอื่นๆ กำลังทำอะไรอยู่
โดยปกติ มนุษย์จะเลือกรับข้อมูลและข่าวสารที่ตรงกับความเชื่อหรือทัศนคติของตนเอง เรียกพฤติกรรมแบบนี้ว่า Confirmation Bias หรือ อคติยืนยันตนเอง คือการที่เราเลือกรับแต่ข้อมูลที่ตรงกับความเชื่อของเราซ้ำๆ ทำให้เสริมแรงเน้นย้ำให้ความเชื่อและทัศคตินั้นเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ส่งผลให้ปิดใจ ไม่เปิดรับข้อมูลในแง่มุมอื่น และไม่เกิดการถกเถียงอย่างสร้างสรรค์ แน่นอนว่าเรื่องนี้เป็นปัญหาใหญ่ของยุคปัจจุบัน จนกระทั่งบริษัทใหญ่ๆ อย่าง Google และ Facebook ก็ต่างระดมความคิดเพื่อหาทางออก แต่ยังไม่มีทางแก้ไขปัญหา Filter Bubble ได้ นอกจากเราต้องรู้ตัวเองอยู่เสมอ ว่ากำลังตกอยู่ในฟองอากาศที่มีแต่เสียงสะท้อนของเราเองหรือไม่
เช็กตัวเอง เราอยู่ใน Filter Bubble รึเปล่า?
อย่างที่พี่นักเก็ตบอกไป ว่าปรากฎการณ์นี้เกิดขึ้นโดยที่เราแทบไม่รู้ตัวเลย แต่ถ้าหากอยากจะเริ่มรู้เท่าทันมันล่ะก็ ลองสังเกตดูว่า...
- ข้อมูลที่ได้รับมา เป็นข้อมูลจากด้านเดียวหรือไม่?
- มุมมองที่เราเชื่อ เป็นมุมมองที่เกิดจากข่าวลือ หรือคำพูดกล่าวอ้างลอยๆ หรือไม่?
- เวลาที่มีใครมาโต้เถียง เราเพิกเฉยต่อมุมมองของเขาหรือเปล่า?
ถ้าตอบว่า “ใช่” ทั้ง 3 ข้อนี้ ก็โป๊ะเช้ะแล้วค่ะ ที่น้องๆ อาจจะอยู่ใน Filter Bubble โดยไม่รู้ตัว
วิธีเอาตัวเองออกจาก Filter Bubble
แม้จะไม่สามารถการันตีได้ว่าวิธีที่ดีที่สุดคือวิธีไหน แต่พี่นักเก็ตก็พอจะมีเคล็ดลับซัก 2-3 ข้อมาบอกต่อ ถึงวิธีที่จะทำให้เราไม่หลงทางอยู่ใน Filter Bubble
- เช็กข้อมูลที่ได้รับจากหลายๆ แหล่งอ้างอิงให้ติดเป็นนิสัย เพื่อให้แน่ใจว่าเราได้รับข้อมูลอย่างถูกต้อง ครบถ้วนทุกด้าน
- พูดคุยกับคนที่มีความเห็นต่างจากเราบ้าง เพื่อให้เกิดการถกเถียงอย่างสร้างสรรค์ การทำแบบนี้เราจะได้เห็นมุมมองใหม่ๆ และข้อเท็จจริงบางอย่างที่เคยพลาดไป รวมถึงฝึกจิตให้เป็นคนอดทน และเคารพต่อความคิดเห็นของผู้อื่น
- จำไว้ว่า สิ่งที่เราอยากให้เป็นความจริง มันอาจไม่ใช่ความจริงเสมอไป ถ้ายอมรับข้อนี้ได้ เราก็จะมองทุกอย่างด้วยใจที่เป็นกลางมากขึ้นค่ะ
ปรากฏการณ์ Filter Bubble และ Echo Chamber ไม่ได้เกิดขึ้นแค่บนโลกออนไลน์เท่านั้น แต่ในชีวิตจริงก็สามารถเกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะเมื่อมีการเเลกเปลี่ยนความคิดเห็น หรือการที่สังคมส่งต่อข้อมูลด้านเดียวซ้ำๆ ให้เรา เช่น พ่อแม่ที่ดูโทรทัศน์ช่องเดิมๆ กลุ่มเพื่อนที่ไม่ชอบเรียนวิชาใดวิชาหนึ่งเหมือนกัน สังคมที่ชอบดูดวง ฯลฯ ดังนั้นเราควรจะตระหนักถึงความน่าเชื่อถือ แหล่งที่มา และความถูกต้องเสมอ พยายามหาข้อมูลหรือข้อเท็จจริงจากหลายๆ แหล่งอ้างอิง พูดคุยกับคนที่มีมุมมองต่างจากเรา เพื่อให้เราได้เห็นสิ่งที่อยู่ภายนอกกรอบหรือมุมของเรามากขึ้น และสามารถรับข้อมูลที่กว้างขวางมากขึ้นด้วย
ที่มาhttps://edu.gcfglobal.org/https://edu.gcfglobal.org/https://www.pnas.org/https://www.academia.edu/
0 ความคิดเห็น