รวมลิสต์ 7 วิธีเขียนนิยายสุดแปลก
ที่คุณอาจเคยทำแต่ไม่รู้ตัว!

 

สวัสดีค่ะ ชาวเด็กดีทุกคน เคยได้ยินกันบ่อย ๆ ใช่ไหมคะว่านักเขียนเป็นอาชีพที่โดดเดี่ยวมากกกก แม้ว่าเราจะมีเพื่อนๆ นักเขียนที่พูดคุยกันเรื่องนิยาย  มีกลุ่มสำหรับนักเขียนคอยแชร์ไอเดียและแรงบันดาลใจดีๆ ให้กัน แต่ในท้ายที่สุดเราก็ต้องกลับมาอยู่เพียงลำพังกับหน้าเวิร์ดเปล่าที่มีเคอร์เซอร์กระพริบถี่ๆ รอให้เราลงมือทำงานที่ควรทำสักที และการอยู่ตามลำพังกับความคิดของเรานี่แหละ ที่ทำให้เราเหล่านักเขียนเกิดนิสัยแปลกประหลาดขึ้นมาไม่รู้ตัว แต่ความแปลกที่ว่านี้ไม่ใช่เรื่องแย่แน่นอน แถมมันยังช่วยให้เราเขียนนิยายดีขึ้นอีกด้วย มาดูกันเลยว่าแปลกแต่ดีมันเป็นยังไง!? 

 

Photo by Brooke Cagle on Unsplash
Photo by Brooke Cagle on Unsplash

1.พูดกับตัวเอง

เชื่อไหมว่าการอ่านประโยคที่เราพิมพ์อยู่ออกมา หรือลองพูดบทสนทนาออกมาดังๆ ให้ตัวเองได้ยิน เป็นวิธีเขียนนิยายที่นักเขียนหลายคนนิยมใช้กันมาก เพราะนอกจากจะช่วยให้ประโยคลื่นไหลขึ้นแล้ว ยังทำให้นักเขียนมีสมาธิขึ้นอีกด้วย เพราะการพูดออกมาดังๆ  เปรียบเสมือนการสะกดจิตตัวเองให้อยู่กับเรื่องราวเหล่านั้น  และทำให้นักเขียนค้นพบจังหวะการเล่าเรื่องของตัวเองได้อีกด้วย 

แต่ข้อเสียของมันก็คือ เราอาจจะลืมตัวพูดกับตัวเองในที่สาธารณะได้!

 

2.พูดกับตัวละคร 

แม้ว่าจะเจอนักเขียนที่พูดกับตัวละครน้อยมาก แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีเลย จำได้ว่าสมัยก่อนจะมี Q&A เกี่ยวกับตัวละคร ที่ให้นักอ่านถามคำถามเกี่ยวกับตัวละครเข้ามา แล้วนักเขียนจะให้ตัวละครเหล่านั้นมาตอบคำถามด้วยตัวเอง ไม่แน่ใจว่านักเขียนยุคนี้เคยเล่นกันไหม แต่วิธีนี้ช่วยให้นักเขียนเข้าใจลักษณะนิสัยตัวละครมากขึ้น เพราะนักเขียนต้องตอบคำถามตามคาแรกเตอร์ของตัวละครให้ได้นั่นเอง 

วิธีนี้เหมาะสำหรับนักเขียนที่รู้สึกว่าตัวละครขาดมิติ และอยากเพิ่มความสมจริงให้ตัวละคร 

Photo by Nathana Rebouças on Unsplash
Photo by Nathana Rebouças on Unsplash

3.อากู๋คือผู้ช่วยนักเขียน

อากู๋ = google อาจจะไม่ใช่แหล่งหาข้อมูลที่ถูกต้องซะทีเดียว แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าอากู๋คือผู้ช่วยหลักที่ทำให้นักเขียนพบทางออกของปัญหา ไม่ว่าจะเป็นการสะกดคำ การหาข้อมูลสถานที่ หรือแม้แต่การหาไอเดียมาเขียนนิยาย เพียงแค่ถามอากู๋ก็คลี่คลายปัญหาทุกอย่างได้ อากู๋จึงทำให้นักเขียนรู้สึกโล่งใจ และกล้าที่จะลงมือเขียนมากขึ้น 

แต่ๆ เราจะนำข้อมูลทุกอย่างที่เจอในอากู๋มาใช้เขียนนิยายไม่ได้นะ แม้ว่าเราจะติดอากู๋มาก มีอากู๋แล้วรู้สึกปลอดภัย แต่เราในฐานะนักเขียนต้องคัดกรองข้อมูลและนำมาย่อยในแบบฉบับของเราให้ได้  เช่น เราเขียนให้ตัวเอกไปเที่ยวหอไอเฟลที่ปารีส เราไปอ่านเจอบล็อกของคนที่บรรยายเกี่ยวกับสถานที่นั้นมาแล้วชอบ จะคัดลอกมาลงในนิยายเลยไม่ได้นะ ห้าม! ถ้าเราอ่านแล้วอินให้ซึมซับบรรยากาศเหล่านั้นมา แล้วค่อยเล่าเรื่องด้วยถ้อยคำของเราจะดีที่สุด 

 

4.สวมชุดนอนทั้งวัน มีชีวิตอยู่เพื่อเขียน

ก็อย่างที่เคยได้ยินกันมาว่านักเขียนเป็นอาชีพที่โดดเดี่ยว หลายคนทุ่มเทให้กับการเขียนนิยายมากจนไม่ยอมเปลี่ยนชุดในหนึ่งวัน บางคนตื่นมาด้วยชุดนอน ระหว่างวันมีกิจกรรมไม่มาก กินข้าว เขียนนิยาย  แล้วก็นอน ดังนั้น การสวมชุดนอนตลอดทั้งวันจึงไม่ใช่เรื่องแปลก  เพราะนักเขียนบางคนไม่ชอบการขัดจังหวะระหว่างวัน ชอบให้หัวโล่งๆ เขียนนิยายไป ดูฟีดแบ็กไป ไม่ได้กิจกรรมนอกบ้านเป็นพิเศษ หรือถ้ามีก็พยายามออกนอกพื้นที่ส่วนตัวให้น้อยที่สุด 

ไม่รู้เหมือนกันว่ามันเป็นข้อดีหรือข้อเสีย ยังไงก็ขอให้นักเขียนรักษาสุขภาพของตัวเองให้มากนะคะ 

 

5.ให้ความสนใจคนรอบตัวตลอดเวลา

นักเขียนหลายคนไม่ได้โดดเดี่ยว และถึงแม้จะโดดเดี่ยว พวกเขาก็มีทักษะความสนใจที่ไม่เหมือนใคร อย่างเช่น การตอบสนองต่อเรื่องราวของคนรอบข้าง ก็เป็นทักษะหนึ่งที่นักเขียนหลายคนเป็นกัน เพราะเรื่องราวรอบๆ ตัวนักเขียนสามารถนำมาเป็นแรงบันดาลใจและเป็นไอเดียในการเขียนนิยายได้หมด ดังนั้น จึงไม่แปลกที่นักเขียนจะชอบฟังเรื่องเม้าๆ หรือชอบเป็นที่ปรึกษาให้คนอื่นๆ เพราะเราไม่มีทางรู้เลยว่าเราจะได้ยินบทสนทนาในชีวิตจริงที่คนพูดกันจริงๆ แล้วเข้าถึงอารมณ์และความรู้สึกได้อย่างไร 

ฉะนั้น หากใครบังเอิญเจอประโยคเด็ดๆ โดนใจ อย่าลืมจดเก็บไว้กันนะ ไม่แน่ว่าประโยคเหล่านั้นอาจทำให้นิยายของเราสมบูรณ์ขึ้นได้ 

Photo by The Creative Exchange on Unsplash
Photo by The Creative Exchange on Unsplash

6.ทำทุกอย่างเพื่อหลีกเลี่ยงการเขียน

จริงๆ ข้อนี้เป็นหนึ่งในนิสัยผัดวันประกันพรุ่งเลยแหละ นักเขียนหลายคนอาจรู้ตัวอยู่แล้วว่าเวลาจะเขียนนิยาย ตัวเองจะมีงานเข้าตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นการกวาดบ้าน ล้างจาน ไปซื้อของเข้าบ้าน ทำอาหาร หรือแม้แต่ถอนหญ้า ทั้งๆ ที่บางงานเป็นงานที่เหนื่อยและใช้แรงมาก  ต้องอยู่ในสภาพอากาศร้อนๆ บางงานทำวันอื่นก็ได้ แต่ก็ยอมทำ เพราะอะไรก็ไม่รู้เหมือนกัน  แต่ดีกว่าเขียนนิยาย!!!

หากใครเป็นแบบนี้อยู่ อย่าเพิ่งคิดว่าตัวเองหมดไฟ หรือไม่ชอบการเขียนนิยายแล้วนะคะ ในข้อเสียก็ยังมีข้อดีอยู่ แม้ว่าเราจะทำทุกอย่างเพื่อหลีกเลี่ยงการเขียนนิยาย หรือขอทำมันในลิสต์ท้ายๆ ของวันก็ตาม แต่เชื่อเถอะว่าการทำอย่างอื่นในบ้าน หรือในชีวิตประจำวันให้เสร็จก่อน ก็เป็นส่วนหนึ่งของการเขียนนิยายเหมือนกัน เมื่อเราทำทุกอย่างจนหมดห่วงแล้วก็เหลือนิยายไงล่ะที่ต้องทำให้เสร็จ!

 

7.กินจุกจิก / กินได้หมด /ไม่กินเลย

ขอรวมเรื่องอาหารการกินของนักเขียนไว้เป็นเรื่องสุดท้ายเลยค่ะ เพราะนักเขียนแต่ละคนก็มีนิสัยการกินที่ไม่เหมือนกัน  แถมความอดทนก็ต่างกันด้วย เช่น

  • นักเขียน A : เขียนนิยายไปกินไป กินทุกอย่างที่ขวางหน้า มีเท่าไหร่กินให้หมด
  • นักเขียน B : มีอาหารที่สั่งมา แต่เย็นชืดแล้วก็ยังกินได้ แต่ขอเขียนนิยายให้เสร็จก่อน
  • นักเขียน C  : เขียนให้เสร็จก่อน สรุปไม่ได้กิน

 ความหิวโหยเป็นทั้งตัวช่วยและตัวขัดขวางการทำงานของนักเขียนเลยค่ะ ไม่ว่าเราจะเป็นนักเขียน A,B หรือ C เราก็ควรใส่ใจในเรื่องการกินให้มากกว่านี้ แม้ว่าการเขียนนิยายจะสำคัญ แต่สุขภาพของเราสำคัญกว่านะคะ ถึงจะได้งาน แต่ถ้าเราป่วย ก็ได้ไม่คุ้มเสียนะคะ 

 

เป็นยังไงกันบ้าง? อ่านแล้วเจอนิสัยประหลาดๆ ของเรากันบ้างไหม พี่แนนนี่เพนเป็นข้อ 1 เลยค่ะ ชอบพูดกับตัวเอง เวลาอ่านออกเสียงมันทำให้เรามีสมาธิได้จริงนะ  แถมอ่านไปอ่านมาตรงไหนขัดๆ ก็แก้สำนวนได้เลยทันที พี่ว่าวิธีนี้เวิร์คนะ ถ้าน้องๆ ลองคนไหนมีนิสัยประหลาดในการเขียนนิยาย หรือเอาไปทำตามแล้วดี อย่าลืมมาคอมเมนต์บอกกันด้วยนะ รออ่านเล้ยย ^^

เริ่มเขียนนิยาย

พี่แนนนี่เพน

พี่แนนนี่เพน
พี่แนนนี่เพน - Columnist สาวเหนือที่มีความสุขกับการเขียนนิยาย และเชื่อว่านิยายให้อะไรดีๆ กับสังคมเสมอ

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

0 ความคิดเห็น