Teen Coach EP.30 : รู้จัก "ภาวะเหนื่อยทางอารมณ์" ของวัยรุ่นไทย ในยุคที่ถูกพรากโอกาสไปมากมาย

Spoil

  • "ภาวะเหนื่อยทางอารมณ์" ทำให้เรารู้สึกสมองชา ไม่อยากทำอะไร เรื่องที่ไม่เคยกังวลก็กังวลขึ้นมา เรื่องที่เคยทำแล้วไม่เหนื่อย ก็กลายเป็นเหนื่อย
  • หากปล่อยไว้นานจะส่งผลให้เราไม่สามารถโฟกัสกับการเรียนและการทำงานได้
  • นอกจากนี้ยังมี "ภาวะเครียดการเมือง" ที่ทำให้เกิดความเหนื่อยทางอารมณ์ได้ พบมากในวัยรุ่นที่รู้สึกโกรธจากการถูกพรากโอกาส และประสบการณ์ที่ควรได้รับต่างๆ

เป็นวัยรุ่นไทยในยุคนี้ เหมือนใช้ชีวิตอยู่ใน ปีชง ตลอดเวลา เพราะสารพัดปัญหาถาโถมเข้าใส่ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาโรคระบาดที่ส่งผลกระทบต่อการเรียน การใช้ชีวิต และความปลอดภัย แล้วไหนจะเจอข่าวการเมืองที่มันบั่นทอนจิตใจแทบทุกวัน เรียกว่าถ้าผ่านวิกฤติครั้งนี้ไปได้ พวกเราทุกคนสมควรได้โล่รางวัล คนอดทน 2021 จริงๆ ค่ะ

แต่ก่อนจะไปถึงจุดที่วิกฤตินี้จบลง เราก็ยังต้องต่อสู้กับมันไปอีกยาวๆ จนส่งผลต่อสภาพจิตใจ จากทั้งประเด็นทางการเมือง รวมถึงสถานการณ์แวดล้อมที่ตึงเครียด เต็มไปด้วยข่าวหดหู่ แม้แต่การเรียนออนไลน์ที่ก็สูบพลังไปจนหมดสิ้น ทำให้หลายคนรู้สึก เหนื่อย โดยไม่ต้องไปวิ่งออกกำลังกาย หรือใช้แรงทำอะไรเลย

ภาวะ เหนื่อย ที่หลายๆ คนรู้สึกในช่วงนี้ เรียกว่า ภาวะเหนื่อยทางอารมณ์ (Mental Exhaustion) เป็นภาวะที่นอกจากเราจะเหนื่อยล้าทางกายแล้ว ยังเหนื่อยล้าทางใจ รู้สึกเหมือนสมองชา ไม่อยากทำอะไร อยากนอนเฉยๆ ให้หมดไปวันๆ เพื่อหนีความน่าหดหู่ในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นความเครียดจากการเรียน สถานการณ์บ้านเมืองที่ไม่ปกติ พ่อแม่ที่ไม่เข้าใจ หรือโรคระบาดที่ไม่รู้จะมาถึงเราวันไหน รู้ไหมคะว่าสิ่งเหล่านี้ล้วนส่งผลกระทบทางลบต่ออารมณ์ของเรา ทำให้หงุดหงิด อารมณ์เสีย ฉุนเฉียว และควบคุมอารมณ์ไม่ได้ รวมถึงไม่สามารถโฟกัสการเรียนหรือการทำงานได้ด้วย

ภาวะเหนื่อยทางอารมณ์ แตกต่างจากความเครียดในแง่ที่ว่า มันสามารถส่งผลกระทบในด้านอื่นๆ กับเราด้วย ส่วนหนึ่งเกิดจากความเครียดที่สะสมต่อเนื่องจนเรื้อรัง ทำให้เราหมดอาลัยในชีวิต ไม่มีกะจิตกะใจจะทำอะไร ในหัวมีแต่ความคิดว่า “ฉันเหนื่อย ฉันไม่ไหวแล้ว ฉันอยากพัก”

แน่นอนว่าเมื่อไหร่ที่เรารู้สึกว่าไม่ไหว การถอยออกมาเป็นเรื่องที่ดีค่ะ เพื่อให้เราได้อยู่กับตัวเอง ปล่อยให้ตัวเองได้พักผ่อนทั้งร่างกายและสมอง ตัดขาดจากความวุ่นวายของโลกภายนอกบ้าง อาจทำให้เรารู้สึกดีขึ้นได้

อาการแบบไหนนะ? ที่บอกว่าเรา “เหนื่อยทางอารมณ์” แล้ว

  • นอนไม่หลับ หรือนอนไม่เต็มอิ่ม อาจมีอาการทั้งสะดุ้งตื่นกลางดึก หรือเหนื่อยจนนอนไม่หลับ ทั้งที่พยายามข่มตาแล้วแต่สมองยังไม่หยุดพัก เอาแต่คิด หมกมุ่นในเรื่องต่างๆ จึงกลายเป็นปัจจัยที่ทำให้เราเหนื่อยล้า
  • เริ่มกังวลในสิ่งที่ไม่เคยกังวล เพราะความเครียดที่มีมากจนเกินไป
  • ทำเรื่องเดิมๆ แต่รู้สึกเหนื่อยมากกว่าเดิม เช่น การออกกำลังกายที่ร่างกายเคยคุ้น แต่ช่วงนี้ต้องใช้พลังงานมากขึ้น
  • การกินเปลี่ยนไป ไม่ว่าจะกินมากขึ้นหรือน้อยลงก็ตาม สิ่งเหล่านี้มีความเครียดเป็นปัจจัยค่ะ

ในเมื่อภาวะนี้ส่งต่อผลในการใช้ชีวิตประจำวัน แล้วทำอย่างไรดีล่ะถึงจะดีขึ้น หรือสามารถลดความเหนื่อยล้าบ้าง? จริงๆ แล้วขึ้นอยู่กับปัจจัยหลักๆ ที่ก่อให้เกิดความเครียดนะคะ แต่ก็พอมีวิธีที่ช่วยให้เราผ่อนคลาย และสามารถปรับสภาวะของตนเองได้มากขึ้น เช่น

  • เปลี่ยนสภาพแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นสถานที่เรียนหรือทำงาน ลองเปลี่ยนจากห้องนอนเป็นห้องนั่งเล่นบ้าง นอกบ้านบ้าง หรือการจัดโต๊ะใหม่ หาต้นไม้เล็กๆ หรือโมเดลการ์ตูนที่ชอบมาตั้ง หรือจะจุดเทียนหอม ใช้ธูปหอมกลิ่นที่ดมแล้วรู้สึกสดชื่น ทุกอย่างทำให้เราผ่อนคลายขึ้นได้ค่ะ
  • ใส่ใจดูแลตนเอง ง่ายๆ ก็เซิร์จหาจากอินเทอร์เน็ตได้เลยค่ะว่าชอบวิธีไหนบ้าง เช่น การออกกำลังกาย ทานอาหารเพื่อสุขภาพ แล้วเราจะรู้สึกดีขึ้นเมื่อเราได้ทำอะไรเพื่อตนเอง
  • ทำจิตใจให้สงบ อาจจะไม่ต้องถึงกับนั่งสมาธิเสมอไป แต่ลองทำกิจกรรมที่เราต้องโฟกัสกับมัน เช่น การปลูกต้นไม้ วาดรูป หรือสวดมนต์ก็ได้ จะช่วยให้จิตใจเราจดจ่อกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง และคลายความเครียดลงได้

ที่สำคัญเลยก็คือ ช่วงนี้ ภาวะเหนื่อยทางอารมณ์ สามารถเกิดขึ้นได้กับวัยรุ่นมากเป็นพิเศษ เพราะเป็นวัยที่ต้องเติบโตในสถานการณ์คับขัน ไม่สามารถใช้ชีวิต หาความรู้ หรือออกไปสร้างประสบการณ์ได้อย่างที่ควรจะเป็น จึงทำให้วัยรุ่นหลายคนรู้สึกเครียด กังวล และโกรธจากการถูกพรากโอกาส พรากความฝัน พรากชีวิตและเวลาไป เกิดเป็นอีกภาวะที่เรียกว่า ภาวะเครียดจากการเมือง (Political Stress Syndrome) ฟังดูน่ากลัวใช่ไหมคะ แต่ไม่ต้องตกใจเลย เพราะอาการนี้เป็นแค่สภาวะทางอารมณ์อย่างหนึ่งเมื่อเราตกอยู่ในสถานการณ์ตึงเครียด แต่หากปล่อยไว้นานก็จะทำให้เกิดอาการทางร่างกายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นนอนไม่หลับ ปวดศีรษะ อารมณ์ไม่คงที่ ฉุนเฉียว สิ้นหวัง และท้อแท้ เป็นต้น

วิธีหยุด “ภาวะเครียดจากการเมือง” ที่วัยรุ่นไทยควรทำกันตั้งแต่วันนี้

  • มองหาเรื่องที่ทำให้ผ่อนคลาย คลิกไลค์หรือฟอลโลว์สิ่งอื่นนอกจากการเมืองบ้าง เช่น ไอดอลที่ชอบ หมา แมว วาฬเบลูก้า หรืออะไรก็ตามที่สามารถเบรคอารมณ์ของเราได้ท่ามกลางไทม์ไลน์อันดุเดือดในแต่ละวัน
  • พูดคุยระบายกับคนที่มีความคิดคล้ายกัน นี่ไม่ใช่การ Filter Bubble แต่เป็นการระบายความรู้สึกแย่ๆ ที่คั่งค้างในจิตใจออกมากับคนที่มีประสบการณ์ร่วมกัน หรือมีความคิดเห็นที่คล้ายกัน ทำให้จิตใจเราปลอดโปร่งได้มากขึ้น แต่ทั้งนี้ก็ยังต้องรับข่าวสารอย่างรอบด้านอยู่นะคะ เพื่อไม่ให้เกิดเป็น Filter Bubble Effect ค่ะ (Filter Bubble คืออะไร คลิกเลย)
  • หากิจกรรมที่ผ่อนคลายทำ เอาตัวเองออกจากหน้าจอมือถือ แท็ปเล็ต แล็บท็อป ทีวี หรืออะไรก็ตามที่ข่าวสารจะพุ่งมาหาเราได้ แล้วลองนอนฟังเพลงเงียบๆ อ่านการ์ตูน เล่นบอร์ดเกม ฝึกทำอาหารกับคุณแม่ หรืออะไรก็ตามที่ทำแล้วผ่อนคลายอารมณ์ได้ค่ะ
  • ลดหรือจำกัดเวลาเสพข่าว เช่น ตั้งกฎกับตัวเองง่ายๆ ว่า ช่วงเวลาก่อนนอน หรือหลัง 4 ทุ่มเป็นต้นไป เราจะไม่เสพข่าวอะไรแล้ว อาจจะแยกแอคเคาท์โซเชียลเลยก็ได้ว่าแอคเคาท์นี้มีไว้เสพข่าว แอคเคาท์นี้มีแต่เรื่องน่ารักๆ ฮีลหัวใจ เพื่อให้เราได้มีพื้นที่หายใจสะดวกบ้าง

ทั้งนี้ทั้งนั้น ทั้งหมดที่ว่ามาพี่นักเก็ตไม่ได้หมายความว่าให้น้องๆ สนใจข่าวการเมืองน้อยลงนะคะ เพียงแค่ถ้ามันถึงจุดที่จิตใจเรารับไม่ไหวแล้วเมื่อไหร่ การฮีลตัวเองก็เป็นเรื่องสำคัญค่ะ แต่หากลองทั้งหมดแล้วยังรู้สึกหดหู่ ไม่มีความสุข เหนื่อย เนือย ส่งผลกระทบต่อการเรียนและงาน ทำให้สุขภาพกายแย่ตาม พี่นักเก็ตขอแนะนำให้ไปพบผู้เชี่ยวชาญ เช่นคุณหมอหรือนักจิตวิทยานะคะ อย่าปล่อยทิ้งไว้ เพราะมันจะส่งผลกระทบต่อเราในระยะยาวค่ะ

น้องๆ ชาว Dek-D คนไหนรู้สึกเหนื่อยจากเรื่องอะไรกันบ้างในช่วงนี้ เข้ามาคอมเมนต์บอกกันได้นะคะ

 

รายการอ้างอิงhttps://www.wltx.com/https://www.webmd.com/https://www.medicalnewstoday.com/https://www.healthline.com/https://greatist.com/
โค้ชพี่นักเก็ต

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

1 ความคิดเห็น

supanida101244 Member 16 ต.ค. 64 10:38 น. 1

เหนื่อยจริงค่ะ เมื่อก่อนวาดรูปเเล้วมีความสุข แต่เดี๋ยวนี้วาดไม่ได้เเล้ว เป้าหมายที่คิดไว้เหมือนถูกลดทอนไปทีละนิดจากสิ่งรอบข้างที่กระทบในทุกวัน คิดว่าต้องใช้เวลาปรับตัวนานกว่าจะปกติ และกว่าจะทำแบบนั้นได้ก็อีกนาน ไม่รู้จะประคับประคองได้ไปถึงเมื่อไหร่ จิตใจตอนนี้มัันเละหมดเเล้ว บทความนี้ช่่วยให้ไปต่อได้อีก หวังว่ามันจะจบเร็ว ๆ นี้ค่ะ


0
กำลังโหลด
กำลังโหลด