Anxing นักเขียนผู้สร้างกำลังใจในการเขียน
จากพลังแห่งมิตร!
สวัสดีนักเขียนชาวเด็กดีทุกคนค่ะ พบปะพุดคุยวันนี้อยากพาทุกคนไปรู้จักกับนักเขียนเจ้าของนามปากกา AnXing เจ้าของผลงานนิยายแฟนตาซีเรื่อง Magic X Knight REVERSE ที่ถึงแม้จะเขียนนิยายมานานหลายปี แต่เขาก็ไม่เคยคิดจริงจังในเส้นทางการเขียนเลยสักครั้ง จนกระทั่งพลังแห่งมิตรภาพเข้ามาทำให้โลกการเขียนนิยายของเขาเปลี่ยนไป
นอกจากเขาจะไม่รู้สึกโดดเดี่ยวในเส้นทางนี้แล้ว การมีเพื่อนร่วมทางมันก็ทำให้เขาเกิดแรงบันดาลใจดีๆ ได้แลกเปลี่ยนความเห็น ปรึกษาปรับปรุงแก้ไขช่องโหว่ของผลงานที่เวลาเขียนอาจมองข้ามไป ที่สำคัญที่สุดคือเป็นแรงกระตุ้น และกำลังใจสำคัญที่เปลี่ยนให้เด็กหนุ่มผู้ไม่เคยเขียนนิยายจบสักเรื่อง ให้หันมาจริงจังกับการเขียน จนสร้างผลงานที่ตอนนี้มีจำนวนกว่าสองร้อยตอนได้สำเร็จอย่างคาดไม่ถึงอีกด้วย!
วันนี้เราจึงได้พาเด็กหนุ่มผู้เต็มไปด้วยพลังใจจากมิตรภาพคนนี้มาฝากทุกคนกันค่ะ ตามติดตามดูกันว่าตลอดเส้นทางนักเขียนเขาต้องผ่านอะไรมาบ้างกว่าจะสร้างผลงานจนได้รับความนิยมอย่างทุกวันนี้
สวัสดีครับ นามปากกาชื่อ AnXing มาจากชื่อจีนที่คุณปู่ตั้งให้ครับ ในตอนนี้นอกจากที่เขียนนิยายแล้วผมก็เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยครับ ผมเรียน art eng อยู่ที่ abac ครับ คาดว่าน่าจะจบปีหน้า นอกจากนี้ก็ยังมีเปิด circle นักเขียนและนักวาดกับเพื่อน ๆ ที่รู้จักกันชื่อว่า Work.In.Progress ครับ เพื่อมุ่งเน้นในการสร้างงานเขียนที่มีคุณภาพต่อไปและในอนาคตก็คาดว่าจะขยายไปด้านอื่นด้วยครับ อย่างภาพปกของเรื่องก็ได้พี่ใน circleวาดให้ครับ ของผมจะอยู่แค่โซนนักเขียน
มาเริ่มต้นเขียนนิยายยังไง?
ผมเริ่มเขียนนิยายมาตั้งแต่ช่วงมัธยม 2-3 ครับ ตอนนี้เรื่องแรกที่อ่านคือเรื่อง fate online ใน dek-d นี่แหละครับต่อมาก็ pangea online และก็หาอ่านไปเรื่อย ๆ ด้วยความรู้สึกที่ว่าเราอยากจะสร้างโลกของเราเองเลยเริ่มเขียนเรื่องแรกในคอมแต่ก็ไม่ได้เอาไปลงที่ไหนเก็บไว้อ่านเอง
สาเหตุที่ไม่ลองเอามาลงออนไลน์ดูบ้างก็ตอนนี้นิยายเก่า ๆ ทั้งหมดที่เคยเขียนเอาไว้ทั้งที่ได้ลงและไม่ได้ลงในเว็บหายสาปสูญไปกับคอมเครื่องเก่าแล้วครับ บวกกับสมัยยังเด็กคอมเครื่องผมความจำมันเต็มแล้วไม่รู้จะลบอะไรนิยายที่ไม่ได้ใช้จึงตกเป็นเหยื่อ หายไปกับฝุ่นควันทั้งที่มันก็ไม่ได้กินพื้นที่มากมายอะไร 55555 จริง ๆ ผมเขียนมาเยอะมากครับแต่เขียนออกมาได้แค่ไม่กี่ตอนเท่านั้นต่อเรื่อง (สมัยก่อน) ผมเขียนไปเรื่อยตามอารมณ์ครับ สมัยนั้นไม่ได้คิดอะไรเป็นจริงเป็นจัง
เริ่มเขียนนิยายจริงจัง เพราะต้องการทำเป็นอาชีพ?
ด้วยความที่ผมชอบเขียนนิยายมาตั้งแต่ก่อนแล้วเลยอยากทำงานในสายงานนี้เป็นอาชีพครับ สมัยก่อนเลยมีส่งผลงานเข้าประกวดบ้างอะไรบ้างช่วงสมัยมัธยม แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จเท่าไหร่จนเลิกเขียนไปหลายปีเลยครับ เรียกว่าพักยาวเหลือแค่อ่านอย่างเดียว ระหว่างนั้นก็มีเขียนสะเปะสะปะไปเรื่อย เรื่องหนึ่ง 1 ย่อหน้ายังมีเลยครับ คือเปิดเรื่องไปละไม่เขียนต่อจนรู้ตัวอีกทีคือจะเรียนจบม.ปลายละครับ จนกระทั่งเพื่อนผมคนหนึ่งกลับมาจากการเรียนต่อที่อังกฤษ เป็นเพื่อนที่รู้จักกันมาตั้งแต่ป.2 จนแยกกันตอนม.4 ละเพื่อนผมโพสในเฟสว่าอยากลองเขียนนิยาย ผมเลยทักไปละก็ติดต่อกันตั้งแต่ตอนนั้นครับ
หลังจากนั้นอีกปี 2 ปีผมก็ยังไม่ได้เขียนอะไรเป็นชิ้นเป็นอันจนมาจับเรื่องนึง เขียนไปได้ประมาณ 40 กว่าตอนละก็ได้มารู้จักกับสถาบัน Kadokawa ที่มีสอนคอร์สสอนเขียน light novel ทำให้ผมเหมือนได้ก้าวเข้าไปใกล้ความฝันอีกก้าว บวกกับสมัยนี้นักเขียนไม่จำเป็นต้องพึ่งสำนักพิมพ์เสมอไปแล้วเราสามารถเขียนและขายเองได้ ซึ่งเพื่อนที่ดึงผมขึ้นมาจากหลุมโคลนคือ Inchton เจ้าของเรื่อง 'ด้วยความเคารพต่อกฎบัตรของสหประชาชาติถึงตัวละครในนิยายลามกของผมจะดูโลลิแค่ไหนก็อายุเกิน...ทั้งนั้นแหละ'
ผมได้ลงเรียนคอร์ส light novel กับ Kadokawa ในรุ่นที่ 1 ครับ หลังจากได้เข้าไปเรียนทำให้ผมได้รู้จักวิธีการเขียนหลาย ๆ แบบ หลาย ๆ แนวมากขึ้นทำให้รู้ว่าด้านไหนที่เราถนัดจริง ๆ และด้านไหนที่เราต้องปรับปรุง รู้จักวิธีการสร้างตัวละครในหลายสไตล์และรู้จักวิธีการวางพล็อตและทำยังไงถึงจะน่าสนใจและไม่เรียบจนเกินไป การที่เรามาทำความรู้จักกับการเขียนใหม่แบบนี้จะว่าทำให้มุมมองต่อการเขียนเปลี่ยนไปมากก็ใช่ครับ เพราะแต่ก่อนผมเขียนแค่ที่อยากเขียนและก็สนุกไปกับมันแต่พอมาลองได้เรียนทำให้ผมรู้จักว่างานเขียนหนึ่งงานต้องทุ่มเทให้กับมันมากแค่ไหน มันทำให้ผมได้สัมผัสกับการ 'เขียนจนเอียน' ครับ
แต่ที่สำคัญที่สุดคือจากคลาสเรียนนี้ผมได้เพื่อนมากเลยที่เดินอยู่ในสายเดียวกัน คนที่อยู่ใน circle ก็มาจากสถาบันนี้เกินครึ่งเลยครับ มีทั้งจากคอร์สนักเขียนและมาจากคอร์สนักวาด
ไลท์โนเวลกับนิยาย คืองานเขียนสองแบบที่มีสไตล์แตกต่างกัน
มีความแตกต่างกันค่อนข้างมากครับ เช่นการวางพล็อตที่นิยายเว็บค่อนข้างจะไหลไปเรื่อยและอิสระมากกว่าผิดกับ light novel ที่ต้องมีจุดที่ลิมิตเป๊ะ ต้องขมวดปมให้ได้ภายในกี่หน้าหรือกี่ตอนเป็นต้นเพราะจำนวนหน้าที่จำกัดทำให้เล่นอะไรมากไม่ได้ และการสร้างตัวละครใน light novel แม้จะไม่ได้มีกฎตายตัวแต่ถ้ามีตัวละครเยอะไปคนอาจจำไม่ได้และนักเขียนก็ไม่สามารถให้วาดตัวละครทุกตัวลงหน้าแนะนำตัวละครได้ แต่ถ้าพูดถึงความเข้มข้นมีแต่เนื้อส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีน้ำนิยายเว็บคงสู้ไม่ได้ครับ ซึ่งจริง ๆ มันต่างกันตั้งแต่การวางพล็อตแล้วครับแต่ที่ต่างที่สุดคงเป็นวิธีการเขียนและการบรรยายครับ มองภายนอกอาจจะคิดว่าคล้ายกันแต่จริง ๆ มันแทบหาความเหมือนไม่เจอเลย
ถ้าเห็นชัดที่สุดตัวนิยายปกติเนี่ยจะอธิบายได้ละเอียดและมีความปราณีตในการใช้คำมากกว่าครับ เน้นไปที่ความสละสลวยของคำบรรยาย แต่ light novel จะเน้นไปที่ความเข้าใจของผู้อ่านที่วัย ภาษาไม่ยาก เน้นการบรรยายแบบเข้าใจง่ายและสั้นกว่าครับ นิยายปกติที่ว่าคือแบบนิยายเป็นเล่มนะครับ เพราะถ้าให้พูดถึงนิยายเว็บมันมีหลากสไตล์เกินกว่าจะนับรวมเป็นอันเดียวได้
เช่นถ้าเป็นนิยายปกติจะประมาณ เด็กผู้หญิงตรงหน้าอยู่ในชุดราตรีที่ให้ความรู้สึกว่ากำลังมองหมู่มวลดาวนับล้านภายใต้ท้องฟ้ายามค่ำคืน แต่ถ้าเป็น light novel จะเป็นอะไรที่ไม่ต้องตีความอะไรมากเช่น เด็กผู้หญิงตรงหน้าอยู่ในชุดราตรีสีน้ำเงินเข้มประดับด้วยประกายระยิบระยับ ทั้งนี้ก็อยู่ที่สำนวนผู้เขียนด้วยส่วนหนึ่งว่าจะใช้วิธีไหนบรรยายเพราะมันไม่ได้ตายตัวทั้งสองแบบ สามารถไปด้วยกันได้ ซึ่งปัจจุบันก็มีแนวการเขียนหลายแนวมาก
จริง ๆ เรื่องบรรยายนี่ค่อนข้างอธิบายยากพอตัว ถึงเราจะรู้อยู่แล้วว่ามันต่างยังไงแต่ถ้าให้ยกตัวอย่างให้เห็นภาพก็ต้องคิดหนัก ถ้าลองไปอ่านนิยายปกติสมัยก่อนกับไลท์โนเวลสมัยก่อนอาจจะเห็นภาพได้ชัดขึ้นและรู้สึกได้ทันทีเลยครับ
เขียนนิยายต้องให้ความสำคัญกับตัวละคร
ผมให้ความสำคัญกับตัวละครก่อนครับ ไม่ว่าจะวิธีบรรยายตัวละครนั้น ๆ เพื่อให้คนอ่านเห็นอิมเมจตัวละครและจินตนาการการกระทำของตัวนั้น ๆ ได้ง่าย และค่อยไปที่ความรู้สึกของตัวละคร ผมไม่รู้ว่าคนอื่นเป็นไหมแต่ผมเห็นใจตัวละครตัวเองครับ
เวลาเขียนเราจะไม่วางพล็อตแน่นครับ ผมไม่เคยวางพล็อตจนลัดตัว ผมชอบวางหลวมมาก ๆ ที่เหลือผมก็ปล่อยให้ตัวละครมันขยับไปเองครับ มีบ้างที่ต้องคิดอย่างจริงจัง
มีออกทะเลบ้างไหม?
มีบ้างครับแต่ไม่มาก บางครั้งก็เป็นช่วงหนึ่งของตอนแต่ไม่เคยออกไปทั้งตอน
วิธีแก้ไขปัญหา ก็ต้องกลับไปดูว่าพล็อตที่เราวางเอาไว้เป็นยังไงครับ แล้วก็เราออกทะเลตอนนี้เรามีความสามารถพอที่จะดึงกลับมาเข้าที่เข้าทางได้ไหม ถ้ามันออกจนมากเกินไปจนกู่ไม่กลับก็ต้องตัดทิ้งและเขียนใหม่ครับ
แต่ส่วนมากผมจะไม่ค่อยติดอะไรทิ้งแต่จะเน้นต่อเติมมากกว่า เพราะอาจารย์สอนศิลปะตอนป.6 ผมท่านบอกว่างานศิลไม่ควรลบและแก้ไขแต่เป็นต่อเติมไปเรื่อย ๆ มากกว่า
เพราะไม่โดดเดี่ยวเลยสามารถเขียนนิยาย (ยาวๆ) ได้สำเร็จ
หากถามว่าอะไรทำให้เราเริ่มเขียนนิยายได้ยาวขึ้น จากที่แต่ก่อนคือเขียนไม่กี่ตอนก็เปลี่ยนไปเขียนเรื่องใหม่อยู่เรื่อยๆ ส่วนหนึ่งก็คงเพราะผมไม่รู้สึกโดดเดี่ยวแล้วมั้งครับ เพราะผมเจอเพื่อนร่วมสายนี้เยอะแยะเลยจาก Kadokawa และจากเพื่อนของเพื่อนอีกที และที่สำคัญที่สุดคือแฟนคลับที่คอยมา comment อยู่ตลอดในเรื่องเลยทำให้ไม่รู้สึกเหงาเหมือนเมื่อก่อน
สำหรับผมการมีเพื่อนที่ชอบในเรื่องแบบเดียวกันแบบนี้ มีความสำคัญมากครับเพราะว่าเราจะรู้สึกไม่โดดเดี่ยว เวลาเราตันหรือไม่รู้ว่าจะไปทางไหนต่อก็สามารถปรึกษากับเพื่อนได้ และยังมีเรื่องโครง เรื่องพล็อตที่เราคุยได้อีก ผมคิดว่าถ้าไม่มีเพื่อนผมอาจมาไม่ได้ถึงจุดนี้ มันไม่ใช่อะไรที่ความพยายามแค่อย่างเดียวจะจะนำเราขึ้นมาได้ แถมในระยะยาวก็สามารถต่อยอดทำโปรเจ็คหลาย ๆ อย่างด้วยกันได้ อย่างผมที่มี circle กับเพื่อนตอนนี้ครับ
ส่วนการเขียนนิยายจุดที่สำคัญคือการแบ่งเวลาจัดลำดับความสำคัญให้ดีครับ ก็ผมเรียน 9 โมงถึง 3 โมง ช่วงนี้เรียนออนไลน์อยู่ด้วยเลยค่อนข้างสบาย นอกจากนั้นก็พยายามพิมพ์ให้เร็วขึ้นจะได้ลดเวลาที่ต้องใช้ลง และก็ต้องเรียงลำดับความสำคัญซึ่งโดยส่วนมากผมจะทำงานที่มหาลัยให้เสร็จก่อนเพราะถ้ามีอะไรค้างในหัวแล้วมันทำให้ผมไม่มีสมาธิเขียนนิยายครับ
Magic X Knight REVERSE ผลงานที่เกิดจากการอ่าน!
เรื่องนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับแนวย้อนเวลาที่พาจอมเวทคนหนึ่งย้อนกลับมาในตอนที่โลกยังไม่ล่มสลาย เป็นพล็อตง่าย ๆ แต่มีหลายประเด็นให้หยิบยกขึ้นมาพูดถึง ส่วนแรงบันดาลใจมาจากหลายแห่ง เช่นนิยายที่ชอบมากคือ Magical explorer เป็นหลักครับ แต่กลายเป็นว่าแต่งไปแต่งมาต่างจนไม่เห็นความเป็น magical explorer อยู่ในเนื้อเรื่องเลย รายละเอียดปลีกย่อยในเรื่องก็ได้แรงบันดาลใจจากหลายแหล่ง ประปรายกันไปเช่นจากญาติบ้างอะไรบ้างครับ
อย่างเช่นทางเลือกของตัวละครที่ในชีวิตก่อนกับตอนนี้เลือกทำต่างกันหรือ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้วตัวละครนั้น ๆ เข้าไปแทรกทั้งที่เดิมทีพวกเขาไม่ควรจะเข้าไปแทรก กับสิ่งที่เปลี่ยนไปจากที่ควรจะเป็นด้วยฝีมือของตัวละครที่ย้อนมาเพื่อแทรกแซง กับเหตุการณ์ใหญ่ที่เกิดผลกระทบทางอ้อมจากการที่พระเอกย้อนกลับมาโดยที่พระเอกไม่ได้ตั้งใจเป็นต้นครับ
เขียนเรื่องนี้ ผมประทับใจในตัวเองครับที่เขียนออกมาได้เยอะขนาดนี้ ไปพูดกับใครก็ตกใจว่าทำไมมันเยอะจัง อีกหนึ่งคือประทับใจคน อ่านครับที่อ่านงานของผมเป็นร้อยตอน และอยากจะขอบคุณจริง ๆ ครับที่ให้โอกาสผมมากขนาดนี้
ตัดสินใจเปิดขายเพราะอยากทำเป็นอาชีพ
เปิดขายตอนแรกตอนแรกแค่อยากลองดูเฉย ๆ ครับว่ามันจะทำได้ไหม เพราะเราเองก็โตแล้วอยากได้นั่นได้นี่ ตอนแรกอยากได้ฟิกเกอร์แต่ไม่มีตังเลยเปิดตอนโดเนทให้คนที่เขาอยากสนับสนุนเรามาช่วยกดซื้อ ก็เลยคิดว่าก็มีเยอะเหมือนกันนะคนที่อยากสนับสนุนเรา ก็เลยคิดต่อไปว่าถ้าเราใช้เงินเป็นอีกหนึ่งการขับเคลื่อนตัวเราให้เขียนต่อไปและไม่ทิ้งเรื่องนี้เราน่าจะเขียนต่อได้อีกนานแถมยึดเป็นอาชีพได้ด้วย เลยตัดสินใจเปิดขายครับ
ถามว่าตอนเปิดขายมีกังวลกับผลตอบรับบ้างไหม มีครับ กังวลว่าคนอ่านจะลดลงไหมเพราะว่าตลอดมาเราเปิดฟรีอยู่ตลอด ถ้าคนอ่านเขาชินที่ได้อ่านฟรีแล้วหายไปเพราะเริ่มติดเหรียญเราจะทำยังไง
ผลตอบรับดีไหม ผมไม่รู้ว่าจะเอาไปเปรียบกับใครถึงจะรู้ว่าดีหรือไม่ดีแต่โดยส่วนตัวคิดแล้วถือว่าเกินความคาดหมายครับ มีหลายคนรอสนับสนุนเราอยู่ รู้สึกค่อนข้างดีใจเลยครับ ส่วนนักอ่านบ้าวคนที่หายไป ผมเองก็ไม่รู้ว่าเขาแค่ดองนิยายผมหรือหายไปเลย แต่ก็ยังมีหลายคนที่ยังอยู่กับผมครับ ต้องขอบคุณจริง ๆ ที่ยังอยู่เป็นเพื่อนกัน
ส่วนเป้าหมายในการเปิดขายมีแค่ทำให้การเขียนนี่การเป็นอาชีพที่มั่นคงครับ ส่วนใกล้รึยังตอนนี้ก็คิดว่าอีกไม่นานน่าจะไปถึงจุดนั้นได้แล้วครับ
ไม่ว่าจะเริ่มเขียนนิยายด้วยสาเหตุอะไร แต่การ "กำลังใจ" ในการเขียนก็เป็นสิ่งสำคัญที่จำเป็นมากๆ สำหรับการเขียนนิยาย เหมือนกับนักเขียนหนุ่มคนนี้ที่ถึงแม้จะเริ่มเขียนนิยามานานหลายปี แต่เขาก็ไม่เคยประสบความสำเร็จในเส้นทางนี้เลยสักครั้ง เพราะขาดกำลังใจ และแรงกระตุ้นทำให้วนเวียนอยู่กับการเขียนๆ เลิกๆ จนกระทั้งเดินมาถึงจุดเปลี่ยน "มิตรภาพ" จากเพื่อนร่วมงานในสายเดียวกันทำให้ AnXing พบเจอแรงบันดาลใจที่ทำให้ตนมีกำลังใจเขียนนิยายได้ ในที่สุดเขาก็สร้างผลงานออกมาให้เราติดตามได้สำเร็จ และมีผลตอบรับที่ดี
พี่หญิงคิดว่าการสร้างแรงบันดาลใจหรือการหากำลังใจในการเขียนนิยายก็เป็นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งเหมือนกันนะ เพราะอย่างน้อย เมื่อไหร่ที่เราเริ่มท้อผิดหวัง อย่างน้อยการมีกำลังใจดีๆ ก็เป็นแรงกระตุ้นชั้นดีที่ทำให้เรามีแรงผลีกดันในการเขียนนิยายต่อไปค่ะ
AnXing มีพลังแห่งมิตรภาพเป็นกำลังใจการเขียน
แล้วทุกคนล่ะ มีอะไรเป็นกำลังใจกัน?
พี่หญิง
0 ความคิดเห็น