Spoil
- หลายคนเป็นแบบนี้ เห็นใครดูดีก็เผลอนึกว่าเขาเป็นคนดีน่าคบหา เห็นสินค้าไหนแพ็กเกจดูดี ก็คิดว่าน่าเชื่อถือ
- จริงๆ แล้วมันเป็นกับดักของสมอง ที่ต้องการใช้พลังงานความคิดน้อยที่สุด จึงเปิดเส้นทางลัดด้วยการประเมินสิ่งต่างๆ จากภายนอก โดยไม่ต้องศึกษาให้ดี เรียกว่า Halo Effect
- แต่หลายครั้ง Halo Effect ทำให้ตัดสินใจผิดพลาด ประเมินบางอย่างว่าดีเกินกว่าความเป็นจริง และประเมินบางอย่างว่าไม่ดี ด้วยอคติ
ถ้าพี่นักเก็ตให้น้องๆ คิดถึงคนดังที่ชอบมากๆๆๆๆ 1 คน น้องๆ จะคิดถึงใครคะ?
แล้วถ้าพี่นักเก็ตถามต่อว่า คนดังที่น้องๆ ชอบ เขามีดีอะไรบ้าง น้องๆ จะตอบว่าอะไรกัน?
แล้วน้องๆ จะมั่นใจได้ยังไงนะ? ว่าเขาเป็นแบบนั้นจริงๆ...
นอกจากคนดังที่กรี๊ดแล้ว ก็เชื่อว่ามีหลายคนเคยกลายเป็น “เหยื่อการตลาด” ซื้อของตามดาราหรือเน็ตไอดอลที่ชอบ หรือซื้อเพราะเห็นว่าแพ็กเกจมันดูดีจังเลย ทำให้เราคิดว่าสิ่งนี้มันต้องดีแน่ๆ พี่นักเก็ตเชื่อว่าหลายคนต้องเคยเป็นแบบนี้ซักครั้งในชีวิต แต่รู้ไหมคะว่าแท้จริงแล้ว นี่เป็นปรากฎการณ์ทางสมองอย่างหนึ่ง ที่เรียกว่า Cognitive bias หรือ อคติทางความคิด
อคติทางความคิด หรือ Cognitive bias คือการที่เราเผลอประเมินหรือตัดสินบางสิ่งทั้งที่ไม่รู้ข้อเท็จจริงแน่ชัดโดยไม่รู้ตัว ซึ่งเป็นการทำงานอัตโนมัติของสมอง เพื่อช่วยให้เราตัดสินใจในสิ่งต่างๆ ได้ไวขึ้น ไม่ต้องคิดอะไรซับซ้อน เนื่องจากในแต่ละวัน สมองของเรามีเรื่องราวมากมายให้คิดและตัดสินใจ Cognitive bias จึงเปรียบเสมืองวิธีลัดของสมอง เพื่อประหยัดพื้นที่การทำงาน และช่วยให้เราตัดสินใจได้ไวขึ้น โดยอาศัยจากประสบการณ์และความรู้สึก ซึ่งในบางครั้งก็นำไปสู่การตัดสินใจที่ผิดพลาด
Cognitive bias ที่เกิดขึ้นกับหลายคนโดยไม่รู้ตัวคือ Halo Effect หรือ การประเมินที่ดีกว่าความเป็นจริง เนื่องจากคำว่า “Halo” หมายถึงรัศมีที่อยู่รอบศีรษะของเทวดาหรือนางฟ้า Halo Effect จึงหมายถึงว่า เมื่อเรารู้สึกประทับใจใคร เราก็จะมองว่าเขาดีเกินกว่าความเป็นจริง (bias) เช่น ใครที่ไนซ์กับเรา เราก็จะเริ่มประเมินว่าคนนั้นดูดี และเป็นคนเก่ง หรือดาราคนไหนที่ดูดี โด่งดัง เราก็จะมองว่าเขาฉลาด ใจดี และตลก ซึ่งจริงๆ แล้วในบางครั้ง แง่มุมเหล่านี้ไม่ใช่สิ่งที่สอดคล้องกัน หรือเราไม่สามารถสรุปได้เช่นนั้นในทันที
Halo Effect จึงเรียกได้ว่าเป็น การเหมารวมจากความดึงดูดทางกายภาพ หรือ การเหมารวมทางความคิด (Stereotype) เพราะแรงดึงดูดทางกายภาพหรือภาพลักษณ์ภายนอก (Physical Attractiveness) เป็นปัจจัยที่ทำให้เกิด Halo Effect จากการที่บุคคลใดถูกประเมินว่ามีลักษณะภายนอกน่าดึงดูดใจ บุคคลนั้นมักถูกประเมินว่าบุคลิกด้านอื่นๆ ดีไปด้วย เปรียบได้กับการที่เราคิดว่าคนนี้คนนั้นเป็นคนดี โดยไม่ใช่อาศัยหลักข้อเท็จจริง หรือการที่เรามองเห็นแต่รัศมีรอบศีรษะเทวดานั่นเอง
ทฤษฎี Halo Effect ถือกำเนิดในปี 1920 โดยนักจิตวิทยาชื่อว่า เอ็ดเวิร์ด ธอร์นไดค์ (Edward Thorndike) เขาทดลองให้ผู้บังคับบัญชาในกรมทหารประเมินนายทหารใต้บังคับบัญชา โดยแบ่งออกเป็นหลายด้าน ครอบคลุมทั้งลักษณะทางกายภาพและคุณสมบัติ เช่น รูปร่าง ความเป็นผู้นำ ความฉลาด และความภักดี ผลคือ นายทหารที่ภายนอกดูดี หรือบุคลิกดี เช่น สูง จะมีแนวโน้มได้รับการประเมินที่ดีในด้านอื่นๆ เช่นเดียวกับการทดสอบกับคณะลูกขุนก็ยังพบว่ามีแนวโน้มจะประเมินบุคคลที่มีลักษณะภายนอกน่าดึงดูดใจ ว่ามีแนวโน้มจะรู้สึกผิดกับพฤติกรรมทางอาชญากรรมมากกว่า
Halo Effect จึงกลายเป็นดาบสองคมที่ทำให้หลายคนเกิดอคติทางความคิด หรือมองใครคนหนึ่งผิดไปจากความเป็นจริง โดยเฉพาะคนที่ไม่ได้มีลักษณะภายนอกน่าดึงดูดใจ ก็อาจถูกประเมินในทางลบกว่าความเป็นจริงได้ ซึ่งปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นนี้เราต่างเป็นโดยไม่รู้ตัวจากการทำงานกระบวนความคิดของเรานั่นเอง
แล้ว Halo Effect ส่งผลกระทบอย่างไรบ้าง?
Halo Effect ทำให้เราเผลออคติ หรือมองสิ่งต่างๆ รวมถึงบุคคลโดยไม่อิงตามหลักความเป็นจริง เราจึงควรมีสติ รอบคอบ และเตือนตัวเองอยู่เสมอๆ ว่าควรได้รับข้อมูลที่ครบถ้วนก่อนจะตัดสินใดๆ โดยเฉพาะบุคคลที่เราไม่ได้รู้จักเป็นการส่วนตัว ยิ่งไม่ควรประเมินเขาจากคำบอกเล่า หรือภาพลักษณ์ภายนอก โดยที่ยังไม่รู้ข้อเท็จจริงแน่ชัด
นอกจากนี้ Halo Effect ยังอยู่รอบตัวเรา ทั้งในโรงเรียน ที่ทำงาน หรืออาจเกิดขึ้นกับคุณครู หัวหน้างานก็ได้ ที่มีแนวโน้มจะประเมินบุคคลที่ลักษณะภายนอกดูดีได้ดีกว่าคนอื่นๆ แม้แต่การเรียนออนไลน์เองก็ยังมีนักวิจัยพบว่า ครูมีแนวโน้มจะให้คะแนนเด็กนักเรียนที่ลักษณะภายนอก (appearance) สูงกว่าค่าเฉลี่ยได้เกรดในการเรียนออนไลน์สูงกว่าเรียนในห้อง ในขณะเดียวกัน นักเรียนเองก็มีแนวโน้มจะรู้สึกชื่นชอบครูที่ดูใจดี อบอุ่น มากกว่า
อีกสิ่งที่ใกล้ตัวเราสุดๆ ก็คือ “โฆษณาและการตลาด” หลายครั้งเราซื้อของเพราะแพ็กเกจสวยงาม ใช้ตามเน็ตไอดอล หรือเห็นอินฟลูเอนเซอร์แนะนำ ก็คิดว่าของชิ้นนั้นจะต้องดี นี่ก็เป็นอีกสิ่งที่เรียกว่า Halo Effect หรือ ประเมินของสิ่งนั้นดีกว่าความเป็นจริง
แน่นอนว่ามนุษย์เรามีเรื่องให้ตัดสินใจทุกวัน ทุกเวลา แค่ตื่นมาแล้วคิดว่าจะลุกขึ้นหรือนอนต่อก็เป็นการตัดสินใจแล้ว จึงเป็นสาเหตุให้สมองของเรา busy มากๆ กับการคิดสิ่งต่างๆ จนต้องลดการใช้งานสมองลงด้วย Halo Effect ซึ่งอาจส่งผลให้เราเป็นคน “ลำเอียง” ได้โดยไม่รู้ตัว ดังนั้นเราต้องอย่าตกหลุมพรางของสมองนะคะ! ก่อนจะตัดสินใจใดๆ อย่าลืมว่าเราต้องสืบค้นข้อมูล และรู้ข้อเท็จจริงในสิ่งนั้นๆ ก่อน เพื่อไม่ให้การตัดสินใจของเราสร้างผลกระทบต่อคนอื่นค่ะ
น้องๆ ชาว Dek-D ล่ะ เคยเผลอซื้ออะไรมาแล้วเสียดายเงินทีหลังบ้างมั้ย คอมเมนต์แชร์ประสบการณ์ได้เลย
รายการอ้างอิง https://www.verywellmind.com/https://www.simplypsychology.org/https://www.healthline.com/
2 ความคิดเห็น