Spoil
- "การผัดวันประกันพรุ่ง" ในทางจิตวิทยาบอกว่า อาจเกิดจากความเครียด ความกังวลถึงผลลัพธ์ของงานที่อาจจะเกิดขึ้น
- แก้ได้โดยการจัดลำดับความสำคัญ ตั้งเป้าหมาย แล้วลงมือทำ
- อย่าลืมให้รางวัลตัวเองบ้างหลังจากทำสำเร็จ ครั้งหน้าจะได้มีแรงบันดาลใจในการทำอีก
“ผัดวันประกันพรุ่ง” เชื่อสิว่าเป็นปัญหาใหญ่ของใครหลายคน! (พี่นักเก็ตด้วย) มันเป็นฟีลลิ่งที่สุดจะขี้เกียจ ไม่อยากทำงานตอนนี้ ยังเหนื่อยอยู่ เพิ่งกินข้าวอิ่มๆ ยังไม่ถึงกำหนดส่ง และอีสารพัดข้ออ้างที่เราเอามาใช้เป็นเหตุผลให้ผัดสิ่งที่ต้องทำออกไป จนสุดท้ายก็ไม่ได้ทำซักที
รู้ไหมว่าไม่ได้มีเราแค่คนเดียวหรอกนะที่เป็นแบบนี้ จากสถิติโดยประมาณ มีผู้ใหญ่จำนวน 20% ที่เคยผัดวันประกันพรุ่งเหมือนกันค่ะ และวัยรุ่นอย่างเราก็มีพฤติกรรมแบบนี้เกินกว่าครึ่ง
แต่ว่าจริงๆ แล้วอาการแบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะความขี้เกียจอย่างเดียวนะ ยังมีสาเหตุทางจิตวิทยาอธิบายได้ด้วย
นักวิทยาศาสตร์ชื่อ Dr.Fuschia Sirios ได้ทำการศึกษาเรื่องผัดวันประกันพรุ่งเป็นเวลานานกว่า 20 ปี จึงพบว่าสาเหตุของการผัดวันประกันพรุ่งเกิดขึ้นได้จากหลายอย่าง ที่เราน่าจะเข้าใจตรงกันคือเกิดจากการบริหารเวลาที่ไม่ดี คั่งค้างงาน หรือแม้กระทั่งการรอทำตอนใกล้ถึงเดธไลน์ แต่จริงๆ แล้วยังมีเหตุผลที่อธิบายได้อีกว่า การผัดวันประกันพรุ่งเกิดจากการที่เราไม่สามารถจัดการกับอารมณ์หรือความรู้สึกได้
Sirios อธิบายว่า เมื่อมนุษย์เราประสบกับสถานการณ์ตึงเครียด หรืองานที่ยาก จะไปกระตุ้นอารมณ์และกระบวนการทางสมอง ทำให้สมองส่วน อะมิกดาลา (amygdala) ทำงานหนัก ซึ่งสมองส่วนนี้มีหน้าที่จัดการอารมณ์และการเตือนภัยต่างๆ ซึ่งเชื่อมโยงกับการผัดวันประกันพรุ่ง ดังนั้นคนที่ผัดวันประกันพรุ่งจนเป็นนิสัย ก็อาจเป็นคนที่มีสมองส่วนนี้ใหญ่กว่าคนอื่น ส่งผลให้เป็นคนที่อ่อนไหวกับผลลัพธ์ในทางลบที่เกิดจากการกระทำของตัวเอง จึงเศร้าและมีอารมณ์ทางลบมากขึ้น ทำให้ผัดวันประกันพรุ่งมากขึ้น
นอกจากนี้ อีกสาเหตุที่ทำให้เราผัดวันประกันพรุ่งก็คือ การที่เราคาดหวังว่าตัวเราในอนาคตจะดีขึ้นกว่าปัจจุบัน เช่น เราไม่ทำงานตอนนี้ เพราะคิดว่าถ้ามีเวลาศึกษามากขึ้นเราจะเก่งขึ้นกว่านี้ ทั้งที่เอาเข้าจริงๆ เราก็ไม่ได้เริ่มต้นไปศึกษาอะไรให้จริงจังสักที ดังนั้นหากอยากทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เราควรเริ่มจากการหยิบงานมาทำก่อน ไม่ใช่การผัดวันออกไปค่ะ
แน่นอนว่าการผัดวันประกันพรุ่งจะทำให้สุดท้ายแล้วเราเหลือเวลาในการทำงานน้อยลง ประสิทธิภาพงานก็ลดลงไปด้วย นอกจากนี้ยังส่งผลถึงสภาพจิตใจ ทำให้เรากัวล เครียด หรือผิดหวังกับงานของเรา ทำให้ไปกระทบความมั่นใจโดยรวมได้ ดังนั้นการผัดวันประกันพรุ่งไปเรื่อยๆ จึงทำให้เรารู้สึกแย่กับตัวเองมากขึ้น
วิธีรับมือกับการผัดวันประกันพรุ่งอย่างมีประสิทธิภาพคือ การจัดลำดับความสำคัญ ตั้งเป้าหมาย และลงมือทำ เพราะการจัดลำดับความสำคัญจะช่วยให้เราบริหารเวลาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ส่วนการตั้งเป้าหมายก็ช่วยให้เราเห็นภาพชัดเจนว่าต้องทำอะไรบ้าง เกิดเป็นแรงบันดาลใจ และช่วยกระตุ้นให้เราอยากทำงาน ที่สำคัญคือเมื่อทำสำเร็จแล้วอย่าลืมให้รางวัลตัวเองด้วยนะ ไม่ว่าจะเป็นการพักผ่อน หรือมอบรางวัลเล็กๆ น้อยๆ ให้ตัวเอง เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในครั้งต่อไปนั่นเองค่ะ
จริงๆ แล้วนักวิจัยยังบอกอีกว่า การรับมือกับการผัดวันประกันพรุ่ง คือการรับมือกับอารมณ์ของเรา ไม่ว่าจะเป็นความเครียด ความวิตก ความกังวล หรือความกลัว ที่ทำให้เราไม่อยากทำอะไร คอยแต่จะเลื่อนทุกสิ่งออกไปเรื่อยๆ ดังนั้นเมื่อถึงเวลาต้องทำเราควรเผชิญหน้ากับมัน ตั้งเป้าหมาย และลงมือเลย แต่หากใครประสบปัญหาร้ายแรง ไม่สามารถควบคุมจิตใจตัวเองได้จริงๆ การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญหรือนักจิตวิทยาก็เป็นอีกหนึ่งทางออกที่ดีค่ะ
น้องๆ ชาว Dek-D ล่ะ คิดว่าเต็ม 10 ให้คะแนนความผัดวันประกันพรุ่งตัวเองกี่คะแนน และส่วนใหญ่เป็นเรื่องอะไรบ้าง มาคุยกันได้นะคะ
รายการอ้างอิงhttps://www.sciencefocus.com/
1 ความคิดเห็น