Spoil
- Mere Urgency Effect คือปรากฎการณ์ที่เราจัดลำดับความสำคัญแบบคิดไปเองว่าถูกต้อง แต่จริงๆ ผิดที่ผิดเวลาไปหมด ทำให้ตารางชีวิตรวน ควบคุมไม่ได้
- Eisenhower Matrix เป็นเคล็ดลับในการจัดตารางงาน โดยประธานาธิบดีที่จัดตารางชีวิตเก่งที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์ของสหรัฐอเมริกา
- เคล็ดลับคือการแบ่งงานเป็น 4 หมวด ได้แก่ ด่วนและสำคัญ, ไม่ด่วนแต่สำคัญ, ด่วนแต่ไม่สำคัญ และ ไม่ด่วนและไม่สำคัญ
เคยประสบปัญหาจัดตารางชีวิตไม่ทันมั้ยคะ?
ไม่รู้ว่างานไหนเร่งด่วน งานไหนควรทำก่อน หรือควรทำทีหลัง...บางทีก็รู้สึกว่าทำอย่างอื่นสนุกกว่า เช่น เวลาสอบทีไร มันนึกอยากทำงานบ้านขึ้นมาทุกที ไม่ว่าจะล้างจาน ถูบ้าน กวาดบ้าน พูดง่ายๆ ก็คือทำทุกอย่างที่ไม่ใช่อ่านหนังสือ หรือในบางครั้งก็มีงานเยอะ การบ้านเยอะจนทำไม่ทัน ปวดหัวไปหมด ไม่รู้จะเริ่มยังไงดี
สำหรับใครที่เคยประสบปัญหาจัดลำดับความสำคัญไม่ถูก งงไปหมดแบบนี้ อาจกำลังตกอยู่ในภาวะ Mere Urgency Effect ซึ่งเป็นปรากฏการณ์หนึ่ง ที่ทำให้เราจัดลำดับความสำคัญแบบคิดไปเองว่าถูกต้อง แต่ที่จริงมันผิดที่ผิดเวลาไปหมด เป็นการเลือกทำงานที่ไม่สำคัญก่อน หรือเลือกทำงานที่ใกล้เดธไลน์ก่อน ทั้งที่อาจมีงานอื่นส่งผลกระทบต่อเราได้มากกว่า ทำให้ทุกอย่างล้มเป็นโดมิโน่ เราจึงต้องทำทุกอย่างตอนใกล้ๆ เดธไลน์ตลอดเวลา แบบนี้ไม่ดีแน่ วันนี้พี่นักเก็ตเลยจะพาน้องๆ มารู้จัก เทคนิคการจัดลำดับความสำคัญของงาน หรือ Prioritize กันค่ะ
จริงๆ ในปัจจุบัน การจดบันทึกและทำแพลนเนอร์สามารถทำได้หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะจดลงสมุด ไอแพด แลปทอป หรือแม้กระทั่งในแอปโทรศัพท์ ก็ต่างสามารถช่วยให้หลายคนจัดการตารางชีวิตได้ง่ายขึ้น เป็นระเบียบมากขึ้น แต่เทคนิคที่พี่นักเก็ตจะแนะนำวันนี้นั้น เป็นเทคนิคการช่วยจัดลำดับความสำคัญ ที่จะทำให้ชีวิตง่ายขึ้นอีกเยอะมาก!
ก่อนอื่น เรามาทำความรู้จักกับ Eisenhower Matrix กันก่อน โดย Eisenhower นี้เป็นชื่อที่ตั้งจากประธานาธิบดีคนที่ 34 ของสหรัฐอเมริกา ซึ่งดำรงตำแหน่งในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง บุคคลนี้มีชื่อเสียงและได้รับการยอมรับว่าเป็นคนที่ Productive สามารถจัดการและบริหารเวลาได้อย่างยอดเยี่ยม ทำงานหลายๆ อย่างให้ลุล่วงและสามารถจัดลำดับความสำคัญได้ดี ทำให้ Eisenhower Matrix มีอีกชื่อเรียกว่า Priority Matrix เป็นเทคนิคการจัดลำดับความสำคัญของงานที่ทำ เมื่อเรารู้สึกว่ามืดแปดด้าน ไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง ก็เริ่มจากการแบ่งงานออกเป็น 4 ประเภทนี้เลย
ประเภทที่ 1 : งานเร่งด่วนและสำคัญ (Urgent and Important)
“ลงมือทำเลย!”
งานประเภทนี้สำคัญที่สุด เราจึงควรลงมือทำให้ไวที่สุด เนื่องจากเป็นงานที่ส่งผลกับเราโดยตรง เช่น รายงาน การบ้าน หรือการสอบที่กำลังจะมาถึง เป็นสิ่งที่ทำแล้วจะส่งผลต่อคะแนนของเรานั่นเอง
ประเภทที่ 2 : งานไม่เร่งด่วนแต่สำคัญ (Not Urgent / Important)
“จัดตารางให้งานเหล่านี้”
งานประเภทนี้ก็สำคัญ แต่ยังไม่เร่งรีบเท่าอันแรก เราจึงควรจัดตารางและตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะทำภายในวันไหน ไม่ใช่แค่ผลัดไปเรื่อยๆ อย่างไร้กำหนด เช่น การสอบปลายภาค หรือการพรีเซนต์งาน เราก็ควรแบ่งเวลาในการอ่านหนังสือ หรือเตรียมตัวล่วงหน้าก่อนพรีเซนต์
ประเภทที่ 3 : งานเร่งรีบแต่ไม่สำคัญ (Urgent / Not Important)
“มอบหมายให้ผู้อื่นทำ”
งานประเภทนี้ Eisenhower ได้กล่าวไว้ว่า เราควรมอบหมายให้คนอื่นทำแทน แล้วเอาเวลาไปทำงานประเภทแรกให้เสร็จ โดยงานประเภทนี้จะทำให้เราตกหลุมพรางบ่อยที่สุด เพราะเป็นงานง่ายๆ แต่เร่งด่วน เราจึงอยากรีบเคลียร์มันให้เรียบร้อยจนไปกระทบเวลางานสำคัญอื่นๆ เช่น การเตรียมอุปกรณ์ หรือการอัปโหลดไฟล์ข้อมูลต่างๆ เป็นต้น
ประเภทที่ 4 : ไม่เร่งด่วนและไม่สำคัญ (Not Urgent / Not Important)
“ลบทิ้ง”
งานประเภทนี้ควรลด หรือเก็บไว้ทำท้ายสุด เพราะเป็นงานที่เสียเวลาและทำให้เราไม่ได้ทำงานอย่างอื่น เช่น การเล่นโซเชียลมีเดีย ตอบไลน์ที่ไม่สำคัญ หรืออะไรก็ตามที่ยังไม่จำเป็นแต่อาจทำให้เสียเวลา
จริงๆ แล้วแต่ละงานก็มีความสำคัญแตกต่างกันไปและสามารถส่งผลต่อตัวเราได้ทั้งมากและน้อย แต่ถ้าหากงานเหล่านั้นมันมากเกินไปจนขาดความสมดุล ก็อาจส่งผลกระทบต่อทั้งร่างกายและจิตใจเราได้ ไม่ว่าจะเป็นความเหนื่อยล้าและเครียด เราจึงควรต้องจัดตารางให้เหมาะสมและมีประสิทธิภาพ โดยอย่าลืมการพักผ่อน คลายเครียด อย่าตั้งเป้าหมายไว้สูงเกินไปจนเราทำไม่ได้ และที่สำคัญ อย่ารอจนวินาทีสุดท้ายแล้วค่อยทำค่ะ
น้องๆ คนไหนมีประสบการณ์ทำงานไม่ทันจนเป็นดินพอกหางหมูในวิชาอะไรบ้าง มาเล่าประสบการณ์กันได้นะ
รายการอ้างอิงhttps://medium.com/https://todoist.com/https://www.youtube.com/
1 ความคิดเห็น