Spoil
- การที่เราไม่ค่อยชอบภาพตัวเองจากกล้องโทรศัพท์ เป็นเรื่องปกติ
- การที่เราส่องกระจกแล้วถูกใจ เป็นเพราะเราเห็นภาพตัวเองจากกระจกบ่อยกว่า
- ความชอบในภาพจากกระจกนี่เอง ทำให้เกิดเป็น "Mirror Selfie" ขึ้นมา
เคยเป็นกันมั้ย? ส่องตัวเองในกระจก แต่งหน้า หวีผมอย่างดี จนมั่นใจว่าหน้าสวยหล่อกันแล้ว ก็คงจะดีถ้าจะเก็บรูปไว้ลง Facebook หรือ Instagram สักหน่อย แต่พอจะถ่ายรูปด้วยโทรศัพท์สักหนึ่งแมตช์ ทำไมเราไม่ค่อยถูกใจหน้าตัวเองซะงั้นนะ
วันนี้ในหัวข้อ “Teen Trends” พี่แทนนี่ก็จะพาไปไขข้อสงสัยที่ว่า “ทำไมในกระจกภาพมันดูดีกว่าในภาพถ่าย” ก่อนอื่นคืออยากจะยกตัวอย่างเคสตัวเองก่อนเลย ที่รู้สึกว่าภาพในกระจกดูดีกว่า.. ไม่รู้ว่าน้องๆ จะเป็นกันมั้ยนะ คือพี่จะเป็นคนนึงที่ชอบการถ่ายรูป “หน้ากระจก” มากๆ ก็คือไปยืนในกระจกร้านเสื้อผ้าบ้าง ห้องน้ำบ้าง แล้วเอากล้องถ่ายรูปตัวเองผ่านกระจกอีกที เพราะรู้สึกว่า “หน้ามันดีกว่า” แล้วทำให้พี่เองมั่นใจมากกว่าเวลาลงรูปด้วย พี่เลยยกประเด็นนี้มาลองเล่าให้ทุกคนฟังกัน
ก่อนอื่นก่อนใด เราต้องมาหาคำตอบกันก่อนว่า แล้วทำไมเราถึงถูกใจ “ภาพจากกระจก” มากกว่า “ภาพจากกล้อง” บอกเลย เรื่องนี้มันฝังมากับสมองและสายตาของเรานี่แหละฮะ
เราชอบเห็นหน้าตัวเองจริงๆ มากกว่า
ทุกคนจะพอรู้ความแตกต่างของภาพสะท้อนจากกระจก กับภาพจากกล้องหน้าโทรศัพท์ออกใช่มั้ยล่ะครับ มันจะพอแยกออกได้ว่า “ภาพจากกระจกมันดูเรียล ดูสมจริงมากกว่า” ทั้งสัดส่วนใบหน้าหรือสีของผิว ซึ่งโดยทั่วไปคนเราชอบที่จะเห็นใบหน้าที่ดูสมจริงของตัวเองมากกว่าอยู่แล้ว เพราะเป็นใบหน้าที่เราเห็นมาตลอดตั้งแต่เกิดมา
โดยหลักการนี้ทางจิตวิทยาเขาเรียกกันว่า “Mere Exposure effect”
ซึ่งอธิบายถึงการที่เราจะชอบสิ่งใดก็ตามที่เราพบเห็นบ่อยๆ หรือคุ้นเคย
ในที่นี้ ใบหน้าจากกระจกก็คือเรามีโอกาสเห็นได้มากกว่าจากโทรศัพท์เซลฟี่อยู่แล้วนั่นเอง เพราะว่ามันเป็นสัดส่วนที่เราคุ้นเคย ที่เห็นมาตั้งแต่การแปรงฟัน แต่งหน้า แต่งตัว หรือการกระทำอะไรก็ตามที่ต้องใช้กระจก เราก็จะส่องเห็นหน้าตัวเองเสมอ
วิทยาศาสตร์ของ “ภาพสะท้อน”
อีกหัวข้อที่สามารถอธิบายเรื่องนี้ได้อย่างดี ว่าทำไมเราถึงชอบเห็นภาพตัวเองในกระจกมากกว่า เพราะเอาเข้าจริง ภาพในกระจกก็ไม่ใช่มุมที่แท้จริงของใบหน้าเรา มันคือ “ภาพเสมือนหัวกลับ” ของเราอีกทีนึง โดยคำอธิบายของภาพนี้ก็คือ..
“มือขวาของเรา กับมือขวาหากมองจากตัวเราในกระจกออกมา มันกลับด้านกัน”
ก่อนที่จะงงกันไปมากกว่านี้ อย่างไรก็ตาม การสะท้อนของกระจกก็ให้ภาพที่สมจริงในเรื่องของแสง สัดส่วนใบหน้า ที่เหมือนกับตัวเราจริงๆ มากอยู่ดี และข้อนี้ก็เป็นหนึ่งในเหตุผลสนับสนุนให้เกิดตัวของ “Mere Exposure effect” ที่กล่าวไป
นอกจากนี้การใช้กระจกในการมองสะท้อนตัวเอง มันได้ในสิ่งที่เรียกว่า "ความสมจริง" ที่แม้จะเป็นภาพกลับด้าน แต่เรื่องของโทนสีและสัดส่วนโครงหน้า มันก็คือการแกะจากของจริงมาเลย ซึ่งพอเรารู้ว่านี่คือเราเองจากกระจก ที่เห็นมาตั้งแต่ไหนแต่ไรจนชอบเพราะ Mere exposure effect เราก็จะยึดภาพนี้เป็น มาตรฐานที่กระจกทำไว้ดีมาก พอเราคิดจะ Selfie จากโทรศัพท์ ที่อาจจะไม่ได้สะท้อนหน้าเราสมจริงเท่ากระจก มันก็เลยจะไม่ถูกใจนั่นเอง
จุดเริ่มต้นของ “การเซลฟี่หน้ากระจก”
อีกหนึ่งรูปแบบการถ่ายรูปสำหรับคนติสท์ๆ หรือไปเที่ยวคนเดียวอย่าง “Mirror Selfie” กับการยืนโพสต์ท่าหน้ากระจก พร้อมถือกล้องหลังถ่ายรูป เป็นอีกเทรนด์สำคัญที่เกิดมาสักพักหนึ่งแล้วในการถ่ายรูปบุคคล เพราะนอกจากจะเป็นการถ่ายรูปตัวเองที่ไม่เห็นแขนให้เกะกะตาเหมือนเซลฟี่ ไหนจะกล้องหลังที่ชัดกว่ากล้องหน้าในบางรุ่น หรือสามารถปิดบังใบหน้าแก้เขินได้แล้ว ยังทำให้เรา “สามารถเห็นตัวเองได้ในสัดส่วนที่ชัดเจนสมจริงกว่า” จากกระจกนั่นเอง
เป็นไงกันบ้าง กับเรื่องที่พี่เอามาฝากน้องๆ ชาว Dek-D ในวันนี้ ลองสังเกตกันดูนะว่า “น้องๆ ชอบภาพจากกระจกมากกว่าจากกล้องกันหรือเปล่า” มันจริงอย่างที่พี่เขียนมามั้ย ถ้าจริงหรือไม่ยังไงมาเล่าให้ฟังในคอมเมนต์ได้เลยนะครับ :)
อ้างอิงข้อมูลจากhttps://www.simplebooth.com/blog/selfie-mirror-trend/https://www.upworthy.com/why-you-look-different-in-mirrors-and-photographshttps://www.huffpost.com/entry/selfies-vs-the-mirror-face_n_5a4faf77e4b01e1a4b14cdf9
2 ความคิดเห็น
เวลาส่องตัวเองในกระจกแล้วรู้สึกเฉย ๆ แต่พอถ่ายรูปปุ๊ป แบบดูแย่จังอ่ะ โดยเฉพาะรูปติดบัตรทั้งหลาย น่าเกลียดสุด ๆ
ผมถ่ายรูปในกระจกตอนมองในกระจกดูขาวนะ ถ่ายปุ๊บ อย่างกับคนขายโรตี อินเดีย ตัวจริงผมเป็นคนขาวมากนะ