กลางวันเป็นไรเดอร์ 
กลางคืนเป็นไรเตอร์

The Chosen EP.28 Mr.Montora

 

ส่องสัมภาษณ์นักเขียน

  • “เข้ม” หรือ “Mr.Montora” คือ นักเขียนวัย 30 ปี ที่ทำอาชีพไรเดอร์ และเขียนนิยายออนไลน์ไปพร้อมๆ กัน
  • เขาเป็นนักอ่านมานานกว่า 10 ปี เคยแต่งนิยายสมัยยังบวชอยู่จนติดท็อป แต่เลิกเขียนนิยายไปทำเกษตรกรรม เพราะสมัยนั้นการเป็นนักเขียนดูเป็นอาชีพไส้แห้ง!
  • ผ่านมาหลายปี เข้ม เข้ากรุงเทพมาหางานทำเป็นไรเดอร์ ขับรถส่งอาหารและพัสดุ และใช้เวลาว่างอ่านนิยาย จนเกิดความคิดอยากกลับมาแต่งนิยายอีกครั้ง
  • เขาแต่งนิยายเรื่อง “ข้าจะเป็นหมอยา” จากประสบการณ์ชีวิตและการทำงาน จนขึ้นไปติดท็อปของหมวดนิยายแฟนตาซี และสามารถเปิดขายนิยายสร้างรายได้มากถึง 5 หลักต่อเดือน! 
  • ปัจจุบัน เข้ม ทำงานเป็นไรเดอร์ไปด้วย แต่งนิยายไปด้วย มีรายได้มาเลี้ยงดูครอบครัว และสู้กับวิกฤติโควิดที่เกิดขึ้นได้!

. . . . . . . . . . . . 

กลางวันเป็นไรเดอร์ กลางคืนเป็นไรเตอร์! นี่คือเรื่องราวของ “เข้ม” หรือ “Mr.Montora” นักเขียนหนุ่มวัย 30 ปี ผู้แต่งนิยายแฟนตาซีเรื่อง “ข้าจะเป็นหมอยา”  ที่ปัจจุบันทำอาชีพไรเดอร์ และเขียนนิยายออนไลน์ไปพร้อมๆ กัน จนมีรายได้มาเลี้ยงดูครอบครัว และสู้กับวิกฤติโควิดได้! 

เรื่องราวของนักเขียนหนุ่มคนนี้ ผ่านร้อนผ่านหนาวมาตั้งแต่ยุคนักเขียนไส้แห้ง ชายหนุ่มชอบอ่านนิยายมาตั้งแต่เด็ก และเริ่มเขียนนิยายเรื่องแรกตอนที่กำลังบวชอยู่ แต่สมัยนั้นการเป็นนักเขียนต้องส่งเรื่องไปสำนักพิมพ์เพียงอย่างเดียว จึงจะมีรายได้จากนิยายที่แต่ง ด้วยขั้นตอนที่ยุ่งยาก ทำให้เขาหันกลับไปทำอาชีพเกษตรกรรม และโบกมือลาเส้นทางนักเขียนไปอย่างน่าเสียดาย

กระทั่งหลายปีต่อมา ชายหนุ่มตัดสินใจเข้ามาหางานทำในกรุงเทพ และเริ่มต้นอาชีพเป็นไรเดอร์ ขับรถส่งอาหารและพัสดุทั่วกรุงเทพ ในช่วงเวลานี้ เขาใช้เวลาว่างอ่านนิยายออนไลน์จากเว็บเด็กดีทุกวัน จนวันหนึ่งขับรถอยู่ดีๆ ก็เกิดปิ๊งไอเดียอยากแต่งนิยายของตัวเองขึ้นมาบ้าง จึงตัดสินใจแบ่งเวลามาแต่งนิยายแฟนตาซีเรื่อง “ข้าจะเป็นหมอยา” และในเวลาไม่นาน นิยายเรื่องนี้ก็ก้าวขึ้นไปติดท็อปหมวด และกลายเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการหารายได้มาจุนเจือครอบครัว!

จากไรเดอร์หนุ่ม สู่นักเขียนนิยายออนไลน์ มาตามดูกันว่า เส้นทางการเป็นนักเขียนและชีวิตการทำงานฉบับ “ไรเดอร์” และ “นักเขียนเด็กดี” ในช่วงที่ใครๆ ก็สามารถเป็นนักเขียนได้ เขาทำได้อย่างไร!? มาตามดูกัน! 

. . . . . . . . . . . . . . . 

01
เริ่มเขียนนิยายตั้งแต่ยุคไส้แห้ง
______________

“สวัสดีครับ ผมทศพร พันธานนท์ครับ อายุ 30 ปี นามปากกาชื่อ Mr.Montora ครับ ตอนนี้กำลังเขียนนิยายเรื่อง ข้าจะเป็นหมอยา ครับ ปัจจุบันทำอาชีพไลน์แมน ไรเดอร์ส่งอาหารและพัสดุครับ

จุดเริ่มต้นจริงๆ ผมอ่านนิยายมาตั้งแต่ผมอยู่ ม.4 ครับ เรื่องแรกคือ The last fantasy เรารู้สึกว่ามันสนุก มันแปลกใหม่ มันจุดประกายความอยากอ่านของเรา เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เรามีความรู้สึกอยากแต่งนิยายครับ

ตอนที่ผมเขียนนิยายเรื่องแรก “ชาวนาหน้าโหด” ตอนนั้นเราเป็นพระใหม่ที่แบบไม่เก่งบาลี ไม่เก่งการท่องมนต์ เรามีเวลาว่าง เราก็เลยมาลองแต่งนิยาย วันหนึ่งเราแต่งได้ 7-8 ตอนเลยครับ ลงเดือนหนึ่งมีเกือบร้อยตอน มันกลายเป็นดันยอดคนอ่าน จนดันไปติดอันดับ 1 ของท็อปแฟนตาซี เราตกใจ เราเป็นมือใหม่มากๆ ตอนนั้นเราคิดเลยว่า ถ้าไม่โดนด่าเยอะมากนะ เรารู้สึกว่าเราอยากเป็นนักเขียนเลย 

ตอนนั้นที่เราแต่งเรื่องแรก อยู่เพชรบูรณ์ครับ การที่จะส่งเอกสารสักเรื่อง หรือการปริ้นเนี่ย มันยากมากกับการที่เราจะมีรายได้ คือเราต้องแต่งนิยายก่อนเป็นร้อยๆ ตอนเลยนะ กว่าเขาจะมาคัดเลือกเรา กว่าจะเข้าไปคุย กว่าจะมีรายได้เข้ามาจริงๆ เรารู้สึกว่ามันอยู่ไกลบ้าน ไกลการทำงาน  เราเลยไม่มั่นใจกับการทำอาชีพนี้เลย การเป็นนักเขียนเมื่อก่อน เรามองเลยว่ามันไส้แห้งแน่ๆ มันทำให้บางคนทิ้งอาชีพการเขียนไปเลย อย่างผม ผมกลัวผมก็ไม่แต่งต่อเลย 

ช่วงที่หยุดเขียนนิยายไป คืออยู่ต่างจังหวัด ตอนนั้นคอมพิวเตอร์เราเสียด้วย แล้วเราก็ได้แต่อ่านนิยาย แล้วก็ทำอาชีพเกษตรกรรมของเราไป จนวันหนึ่งได้กลับมาอยู่กรุงเทพ  เรารู้สึกว่าตอนนั้นตอนนั้นอาชีพที่เป็นไรเดอร์จริงๆ มันน้อยมากครับ แทบจะไม่มีคนขับเลย  เราก็ไปสมัคร แล้วก็ทำอาชีพไรเดอร์ 

นิยายเรื่อง ชาวนาหน้าโหด นิยายเรื่องแรกของ Mr.Montora
นิยายเรื่อง ชาวนาหน้าโหด นิยายเรื่องแรกของ Mr.Montora 

02
จากไรเดอร์ สู่นักเขียนเด็กดี
______________

ช่วงเดือนตุลาคมปีที่แล้ว เราขับรถส่งอาหารลูกค้าอยู่ อยู่ๆ ก็อยากเขียนนิยาย อยากเขียนเลย 

วันแรกที่เปิดเรื่องไม่ได้เขียนชื่อเรื่องว่า “ข้าจะเป็นหมอยา” ด้วย เราไม่ได้ตั้งใจจะตั้งชื่อเรื่องนี้ เราคิดแค่ว่าหมอยาเฉยๆ เพราะว่าปู่ย่าตายายเราก็เป็นคนธรรม เป็นหมอเก่ามาก่อน เรารู้สึกว่าตำนานที่ยายเคยเล่าให้ฟัง เกี่ยวกับยายชวด เราเอามาใส่ได้ เรารู้สึกว่าการเขียนนิยายมันสนุกมาก มันไม่ต้องใช้อะไรเลย ใช้จินตนาการแล้วก็ประสบการณ์ตัวเราเองนั่นแหละ ที่เราได้เห็นจากข่าว จากชีวิตประจำวันเรา จากการทำงาน แล้วก็นิยายที่เราเคยอ่าน 

เราใช้เวลาในการทำงานเกี่ยวกับไรเดอร์ ออกจากบ้าน 9 โมงเช้า ก็จะวิ่งจนถึงช่วงเวลาประมาณทุ่มหนึ่ง แล้วเราก็จะกลับมาพักที่บ้าน ทานอาหารเรียบร้อย เราก็จะใช้เวลาช่วงหลังจากสองทุ่ม ในการเขียนนิยาย 

ช่วงเขียนนิยาย เราสามารถกำหนดได้ว่าจะเขียนกี่ตอน กี่ชั่วโมง บางทีเราเหนื่อยเราเขียนได้วันละตอน แต่วันไหนที่เรามีแรงบันดาลใจ เรารู้สึกว่าวันนั้นเที่ยงคืนเราก็ไหว พอสนุกกับมันแล้ว เราก็ไม่เหนื่อย ทำงานกลับบ้านมา เราเขียนนิยายต่อ เรารู้สึกว่ามันได้ระบายความกดดันที่เราได้เจอบนท้องถนน ได้เจอกับผู้คน แล้วเราก็มาใส่ในนิยาย 

พอเราเหนื่อยเราก็พัก ไม่ต้องไปซีเรียส ทำงานเหนื่อยเราก็หยุด ไม่ต้องกดรับงาน ไรเดอร์เราก็จอดรถพัก เติมน้ำมัน กินข้าว ทำอะไรกันไป ส่วนนิยายของเราก็หยุด สต็อปตัวอักษร เซฟกันหาย แล้วเราก็ลุกไปกินข้าว ลุกไปดูหนัง นั่งดูหนัง เปิดดูหนังฟังเพลงไป แล้วพอเราหายเหนื่อย เรากลับมา เราลุยงานต่อ มันสนุกกับการใช้ชีวิตที่ได้เจอมาทั้งเช้าทำงานเป็นไรเดอร์ แล้วก็เย็นมาเป็นนักเขียน 

นิยายเรื่อง ข้าจะเป็นหมอยา นิยายเรื่องล่าสุดของ Mr.Montora
นิยายเรื่อง ข้าจะเป็นหมอยา นิยายเรื่องล่าสุดของ Mr.Montora 

03
งานอดิเรกที่ช่วยกู้วิกฤติช่วงโควิด
______________

ตอนที่เราเขียนถึงตอนที่ 30 กว่าๆ เราอ่ะลองไปเปิดท็อป วันนั้นเราติดประมาณท็อป 18 แล้วเราก็รู้สึกว่าอันดับที่ 1-8 เนี่ย เขาขายนิยายนะ แล้วเขาขายเท่าไหร่ แล้วเขาเขียนประมาณกี่ตัวอักษร เราคร่าวๆ แล้วรู้สึกว่า เราเขียน 7,000-8,000 คำ เราก็มีคนอ่านนะ 

เราก็คิดว่าจะได้เงินจริงๆ เหรอ พอเราติดเหรียญตอนแรกอ่ะ กดเข้ามาเลย 20 กว่าคน คือแบบเราช็อกอ่ะ 20 เลยเหรอ คือซื้อกันจริงๆ เหรอ แล้วพอเรารีเฟรชเรื่อยๆ มันก็ขึ้นมาเรื่อยๆ มีคนสนับสนุนเราจริงๆ อ่ะ เขาไม่ได้พูดเล่น ตอนเราขายวันแรกวันที่ 22 ธันวาคม ขายถึงวันที่ 31 ธันวาคม ตัดมาเลย 2,000 บาท นี่คือค่าน้ำค่าไฟ เราตกใจ เราก็ไม่คิดว่ามันจะยอดเยอะขนาดนี้ มีคนมาอ่านเยอะขนาดนี้ เรารู้สึกว่ามันได้เกินค่าน้ำค่าไฟอ่ะ

พอมาเดือนนี้ เดือนใหม่กุมภาพันธ์เกือบ 20,000 บาท เห้ย มีคนซื้อนิยายเราถึง 20,000 บาท มันเป็นไปได้ เงินนี้มันมาช่วยชีวิตเรา ทั้งจ่ายค่าน้ำค่าไฟ ค่าน้ำมัน ค่าอาหารที่ปกติเราจะต้องหาจากอาชีพไรเดอร์ เอามาซื้อกับข้าวให้ที่บ้าน ให้คุณยายได้ทำกับข้าวได้ทานกินร่วมกัน 

มันมาช่วยเราซัพพอร์ตตรงนี้ จากที่เมื่อก่อน ไม่มีโควิดเราให้พ่อ ให้แม่ ให้ยายตลอด พอโควิดมา มันพังหมด เมื่อก่อนเราหาได้เดือนละ 30,000-40,000 บาท ไม่ต้องทำทางไหนเลย ไรเดอร์อันเดียว พอโควิดมา พังเลย จากคนไม่เคยกู้หนี้ยืมสินใครเลย มันมาทุกทิศทางเลย พอเราขายนิยายได้ มันมาช่วยชีวิตเรา ให้เราไปต่อได้  เราไม่ต้องมานั่งเครียดกับค่าครองชีพที่มันมหาศาลมาก 

เข้ม หรือ Mr.Montora  ไรเดอร์หนุ่มผู้รักในการเขียนนิยาย
เข้ม หรือ Mr.Montora  ไรเดอร์หนุ่มผู้รักในการเขียนนิยาย

04
กลางวันตั้งใจขับไรเดอร์ 
กลางคืนตั้งใจเขียนนิยาย
______________

การเป็นไรเดอร์กับการเขียนนิยาย มันต่างกันนิดหน่อย มันเป็นการทำงานเหมือนกัน แต่การเป็นไรเดอร์ เราต้องใช้สมาธิทุกอย่างมาอยู่กับมัน 

  1. ทั้งกดงาน ทั้งกดแย่งงานกัน
  2. ขับรถ เราต้องใช้สมาธิในการขับรถ เพราะเราอยู่บนท้องถนน ห้ามขาดสติเด็ดขาด
  3. ทางร้านค้า ลูกค้า เราต้องทำตามข้อจำกัดของบริษัท

แต่กับการเขียนนิยายมันอยู่กับเวลาของเราเอง เราอยากทำเวลาไหน ก็ลงมือทำเวลานั้น แล้วเราก็ไม่ต้องไปจำกัดจินตนาการ เราไม่ต้องไปทะเลาะกับลูกค้า เราไม่ทะเลาะกับร้านค้า เราไม่ต้องไปตีกับใครเลย ตีกันในนิยายของเรานั่นแหละ 

ความแตกต่างของมันก็เลยมี แต่มันกลายเป็นความเหมือนที่มีรายได้เท่ากัน มีรายได้มาเหมือนกัน แค่จะมากจะน้อยก็อยู่ตามผู้อ่าน ผู้ที่สนับสนุนเรา  เราพิสูจน์ตัวเราเองแล้วว่า มันเป็นอาชีพของเราได้อีกอย่างหนึ่ง โดยที่เราไม่จำเป็นต้องทำงาน Work Hard ตลอดเวลา

โอ้โห กลางวันทำงานเป็นไรเดอร์ ส่วนกลางคืนทำงานเป็นไรเตอร์ ชีวิตการทำงานต่างขั้วที่ลงตัวแบบสุดๆ  !!!

อ่านสัมภาษณ์นี้จบแล้ว คนที่อยากเป็นนักเขียน ต้องหมดคำถามไปหลายข้อแน่ๆ  เพราะเรื่องราวของไรเดอร์หนุ่มในวันนี้ พาทุกคนไปหาคำตอบกันตั้งแต่สเต็ปแรกเลยว่า เขามาเริ่มต้นเขียนนิยายได้อย่างไร เอาข้อมูลจากไหนมาแต่งนิยาย และที่สำคัญเขาแบ่งเวลาจากงานประจำมาเขียนนิยายได้อย่างไร 

คำตอบเหล่านี้ นักเขียนหนุ่มเล่าให้เราฟังตั้งแต่ต้นแล้วว่า เขาเริ่มต้นเส้นทางนักเขียน จากการเป็นนักอ่านมาก่อน  แม้ว่าในวัยเด็กจะไม่สามารถสานต่อความฝันการเป็นนักเขียนได้ แต่เมื่อเขาเติบโตขึ้น เขาก็ได้สานต่อความฝันด้วยการใช้ประสบการณ์การเป็นนักอ่านมาช่วยในการแต่งนิยาย และใช้การเขียนนิยายเป็นงานอดิเรกคลายเครียดจากงานประจำ จนในที่สุดความตั้งใจของนักเขียนหนุ่ม ที่เช้าออกไปทำงานเป็นไรเดอร์ กลางคืนกลับมาเป็นไรเตอร์  ก็ประสบความสำเร็จ ได้รับฟีดแบ็กที่ดีจากนักอ่านจนนิยายติดท็อป ทั้งยังมีรายได้จากการขายนิยายออนไลน์ มาช่วยเหลือครอบครัวในช่วงวิกฤติโควิดได้อีกด้วย!

เชื่อว่าเรื่องราวของนักเขียนหนุ่มคนนี้ จะเป็นอีกหนึ่งแรงบันดาลใจดีๆ ให้นักอยากเขียนทุกคน ไม่ยอมแพ้บนเส้นทางนักเขียนแห่งนี้กันนะคะ มาเริ่มต้นเขียนนิยาย และทำความฝันการเป็นนักเขียนของเราให้สำเร็จกัน! ^^ 

เริ่มต้นเขียนนิยาย

พี่แนนนี่เพน

อ่านนิยายของ Mr.Montora

พี่แนนนี่เพน
พี่แนนนี่เพน - Columnist สาวเหนือที่มีความสุขกับการเขียนนิยาย และเชื่อว่านิยายให้อะไรดีๆ กับสังคมเสมอ

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

0 ความคิดเห็น