รีวิวนิยายแนะนำประจำสัปดาห์ ฮัวเหมยสุดยอดตำนานเจ้าเมืองหญิง : เมื่อนักธุรกิจสาวขอพลิกเมืองจีนโบราณแห่งนี้ให้มั่งคั่งที่สุดในแคว้น!

 

รีวิวนิยายแนะนำประจำสัปดาห์
ฮัวเหมยสุดยอดตำนานเจ้าเมืองหญิง :
เมื่อนักธุรกิจสาวขอพลิกเมืองจีนโบราณแห่งนี้
ให้มั่งคั่งที่สุดในแคว้นเอง!

 

นิยายแนะนำประจำสัปดาห์วันนี้ ขอชวนทุกคนย้อนเวลาสู่ยุคจีนโบราณไปสร้างเมืองพร้อมกันใน ‘ฮัวเหมยสุดยอดตำนานเจ้าเมืองหญิง’ ผลงานจากปลายปากกาของ ‘สองดาวจุด’ นิยายประจำสัปดาห์ที่พี่นำมาฝากในวันนี้ค่ะ

เรื่องราวของ ‘ดอกเหมย’ นักธุรกิจสาวไฟแรงที่ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต รู้ตัวอีกทีก็มาอยู่ในยุคจีนโบราณ เข้ามาอยู่ในร่างของ ‘ฮัวเหมย’ บุตรสาวของอดีตทหารสงครามที่พิการ แค่นั้นยังไม่พอ เมืองที่เธอมาอยู่นั้นเป็นเมืองที่แสนจะแร้นแค้น และขึ้นชื่อว่าค่าครองชีพแพงที่สุดด้วย!!

ด้วยปัญญาและประสบการณ์ด้านธุรกิจของเธอ ฮัวเหมยจึงตั้งปณิธานกับตัวเองว่าจะพลิกเมืองที่ยากจนที่สุด ให้กลายเป็นเมืองที่มั่งคั่งที่สุดให้ได้! 

ใครชอบแนวสร้างเมือง เรื่องนี้ตอบโจทย์แน่ๆ เพราะนางเอกของเราต้องพัฒนาเมืองให้ปังปุริเย่สุดๆ โดยทั้งเมืองเนี่ย เริ่มจากติดลบชัดๆ บอกเลยว่าไม่ใช่งานง่ายเหมือนปลอกกล้วยเข้าปาก ว่าแล้วก็มาดูกันค่ะว่า…ฮัวเหมยของเราจะฟื้นฟูเมืองนี้ได้สำเร็จมั้ย? ตามมาเลย

คำโปรย

อะไรนะเมืองนี้ยากจนที่สุดในแคว้นหรือท่านพ่อ...โอเคท่านพ่อไม่ต้องห่วงฮัวเหมยคนนี้จะพลิกเมืองบ้านเกิดท่านพ่อแห่งนี้กลายเป็นเมืองที่มั่งคั่งที่สุดในแคว้นให้ดูเองท่านพ่อ

 

 

ฮัวเหมยสุดยอดตำนานเจ้าเมืองหญิง

ผู้แต่ง : สองดาวจุด

หมวด : ฟรีสไตล์ / จีนย้อนยุค

จำนวนตอน : 48 ตอน (ยังไม่จบ)

เมื่อนักธุรกิจสาวย้อนเวลามายุคจีนโบราณ
สู่เมืองที่ยากจนที่สุดในแคว้น

 

เรื่องราวเริ่มต้นเมื่อ ‘ดอกเหมย’ นักธุรกิจสาวไฟแรงประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต ทำให้เธอย้อนเวลาไปยุคจีนโบราณ เข้าไปอยู่ในร่างของ ‘ฮัวเหมย’ บุตรสาวอดีตทหารพิการ เล่นเอาดอกเหมยในร่างฮัวเหมยแทบเป็นลมล้มพับ รับไม่ได้เลยทีเดียว

ก็แหม ทะลุมิติมาทั้งที กลับได้อยู่ใน ‘เมืองหลิง’ เมืองที่แห้งแล้ง ไร้การเหลียวแลจากรัฐ ไม่มีเจ้าเมือง แถมยังขึ้นชื่อว่ายากจนที่สุดในแคว้นและค่าครองชีพแพงอีกต่างหาก เมื่อเป็นเช่นนั้น นักธุรกิจสาวไฟแรงที่มาอยู่ในร่างของ ‘ฮัวเหมย’ ที่เสียชีวิตจากฮีทสโตรก จึงเริ่มวางแผนฟื้นฟูเมืองหลิงแห่งนี้ให้มั่งคั่งให้ได้!

 

 

ไม่ต้องห่วงนะท่านพ่อ
ฮัวเหมยคนนี้จะพัฒนาบ้านเกิดท่านให้มั่งคั่งเอง!

 

หลังจากตั้งปณิธานแล้วว่าจะพัฒนาเมืองให้ดีขึ้น ฮัวเหมยเริ่มออกสำรวจเมืองแห่งนี้ ก่อนพบว่าเมืองหลิงมีขนาดใหญ่มาก แต่กลับมีชาวบ้านอาศัยอยู่ไม่กี่คน แถมฝนก็ไม่ตกเพราะอากาศแล้ง ไม่มีต้นไม้ น้ำก็น้อย เป็นเมืองที่มีแต่ปัญหาจริงๆ

แต่ถึงอย่างนั้น เธอก็นำความรู้ด้านธุรกิจจากโลกก่อนมาใช้ ฮัวเหมยเริ่มวางแผนแก้ไขปัญหาของเมืองนี้ไปทีละจุด ตั้งแต่อากาศแล้ง ชาวบ้านไม่มีกิน ตลอดจนเศรษฐกิจซบเซา ฮัวเหมยคนนี้มีวิธีแก้ไขทั้งหมด บอกเลยว่าเธอนี่แหละเจ้าเมืองหญิงในตำนานของจริง

 แห้งแล้งเพราะตัดไม้มาทำฟืนใช่มั้ย?
งั้นก็ทำถ่านจากข้าวโพดสิ!

 

ถึงแม้ว่าประเทศไทยที่ดอกเหมยเคยอยู่จะร้อนขนาดไหน ทะลุมิติมาทั้งทีแทนที่อุณหภูมิจะเย็นกว่านี้อีกสักหน่อย ที่ไหนได้ดันร้อนกว่าเดิมเสียอีก! อุณหภูมิของเมืองหลิงเฉลี่ยราว 50 องศาเซลเซียสตลอดปี ราวกับอยู่ในทะเลทราย 

อันที่จริงแต่ก่อนเมืองหลิงอุดมสมบูรณ์กว่านี้มาก จนกระทั่งป่าไม้ถูกตัดไปทำเป็นฟืนนี่แหละ ดังนั้นฮัวเหมยจึงปิ๊งไอเดียนำ ‘ยู่หมี่’ หรือ ‘ข้าวโพด’ ที่เป็นอาหารม้ามาทำเป็นถ่านอัดแท่ง ซึ่งไม่เคยปรากฏถ่านแบบนี้ที่ไหนมาก่อน เธอได้นำยู่หมี่มาปลูก และนำไปเผาให้เป็นผง ผสมกับแป้งมันที่ช่วยให้อยู่ตัว จากนั้นจึงนำมาเข้าพิมพ์อัด และนำไปตากแดดให้แห้ง

ข้อดีของถ่านอัดแท่งของฮัวเหมยนี้คือ ไม่มีควัน (ควันพวกนี้มันกวนใจเธอมากตอนอยู่เหลาอาหาร) ใช้เวลามอดค่อนข้างนาน และไม่จำเป็นต้องตัดไม้มาทำฟืนอีกต่อไป! ซึ่งมันสอดคล้องกับสิ่งที่ฮัวเหมยต้องการมากๆ อย่างเช่นการฟื้นฟูสภาพแวดล้อมของเมืองหลิงให้ดีขึ้น 

นอกจากนี้ฮัวเหมยยังพลิกโฉมยู่หมี่ (ที่ถูกมองว่าเป็นอาหารม้ามาตลอด) ให้เป็นอาหารคนแสนอร่อย จับมาปิ้ง ต้ม พิสูจน์ให้ทุกคนรู้ว่า ยู่หมี่ที่เป็นอาหารม้าน่ะมันกินได้ แถมยังอร่อยอีกด้วย! สุดยอดไปเลย

 

 

กระตุ้นเศรษฐกิจในท้องถิ่นด้วย ‘ตลาดกลางคืนและโรงเล่านิทาน’

 

หลังจากที่เจ้าเมืองหลิงตายไป ปัญหาต่างๆ ในเมืองนี้ยิ่งหนักข้อขึ้นทุกวัน ฮัวเหมยของเราก็แก้ปัญหาที่หนึ่ง สอง สามได้แล้ว แน่นอนว่าปัญหาที่สี่ย่อมตามมา นั่นคือเรื่องเศรษฐกิจในเมืองหลิงที่ซบเซาอย่างหนัก ชาวบ้านต่างเก็บเงินไว้ ไม่ยอมออกมาจับจ่ายใช้สอย พ่อค้าต่างเมืองล้วนขาดทุน และอาจไม่เดินทางมาค้าขายยังเมืองหลิงอีกเลยก็ได้

เอาไงล่ะทีนี้…งั้นก็กระตุ้นเศรษฐกิจด้วยตลาดกลางคืนและโรงเล่านิทานสิ!

ตลาดกลางคืนเป็นเรื่องที่แปลกใหม่มากสำหรับคนยุคนี้ แต่ด้วยวิธีการโน้มน้าวใจคนของปู้จวิน (พ่อนางเอก) และความฉลาดของฮัวเหมย ในที่สุดมันก็สำเร็จ ฮัวเหมยได้ขอเช่าโรงเตี๊ยมร้างของสกุลจงและแปลงโฉมให้มันกลายเป็นโรงเล่านิทาน นอกจากนี้เธอยังได้ดีลกับเถ้าแก่เกา อดีตนักเล่านิทาน ให้มาเล่านิทานเชียร์ลูกค้าที่นี่ โดยจะแบ่งส่วนแบ่งให้ถ้าเธอขายได้ ซึ่งสิ่งที่ฮัวเหมยนำมาขายไม่ใช่อะไร มันคือ ‘ป๊อบคอร์น’ นั่นเอง

ฮัวเหมยได้นำยู่หมี่มาแปรรูปกลายเป็นยู่หมี่คั่วแบบที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน มีทั้งรสหวาน รสเค็มและรสจืด กินไปฟังนิทานไป รู้ตัวอีกทีก็กินยู่หมี่คั่วไป 20 ชามแล้ว 

นอกจากนี้ฮัวเหมยยังวางแผนให้เถ้าแก่กงเล่านิทานที่สอดแทรกถึงสินค้าที่ชาวบ้านนำมาขาย ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า ปิ่นปักผม หรืออาหาร เมื่อฟังนิทานจบ ชาวบ้านเห็นของพวกนี้ก็จะซื้ออัตโนมัติ แผนเด็ดจริงๆ

ถึงแม้จะเลี้ยงสัตว์ไม่ได้
แต่ฮัวเหมยคนนี้ก็จะทำให้ดูเอง!

 

หลังจากที่แก้เรื่องคนไม่ยอมออกมาใช้จ่ายได้แล้ว แต่ก็ยังมีปัญหาเรื่อง ‘การเลี้ยงสัตว์’ อยู่ดี เธอเองก็ไม่อยากกินแต่เนื้อแห้ง ผักดองตลอดไปเสียด้วย งานนี้ต้องรีบแก้ไขด่วนๆ แต่ก็มีอุปสรรค เพราะสภาพแวดล้อมของเมืองหลิงร้อนมาก ร้อนสุดๆ ร้อนจนสัตว์เลี้ยงพากันล้มตาย ทำให้ไม่มีใครกล้าเลี้ยงอะไรอีก!

 ถึงอย่างนั้นฮัวเหมยไม่ท้อ เธอประกาศกร้าวให้รู้เลยว่าจะเลี้ยงสัตว์ ชาวบ้านต่างพากันซุบซิบว่า สองพ่อลูกคู่นี้จะตำน้ำพริกละลายแม่น้ำน่ะสิไม่ว่า แต่ฮัวเหมยคนนี้มีวิธี เธอจัดการซื้อไก่มาทั้งหมดสิบตัว และออกแบบโรงเรือนเลี้ยงสัตว์ให้ไม่เหมือนใคร ทำหลังคาให้สูงเป็นพิเศษและมีฝ้าเพดาน  

นอกจากจะเป็นหลังคากระเบื้องแล้ว ยังมีใบยู่หมี่ปูข้างใต้หลังคาอีกด้วย พื้นเองก็ปูด้วยใบยู่หมี่ กำแพงถูกเจาะเป็นช่องเพื่อระบายอากาศ ด้านในจึงไม่ร้อน ซึ่งมันเป็นวิธีที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน ทำให้ไก่ทั้งสิบตัวยังอยู่ครบสมบูรณ์ แถมยังให้ไข่มาอีก!

มีหรือที่ฮัวเหมยคนนี้จะพลาด ‘โอกาส’ แบบนี้ไปได้ง่ายๆ เธอจึงทำตู้ฟักไข่แบบโบราณโดยใช้ความรู้จากโลกที่เคยอยู่นั่นเอง แน่นอนว่าชาวบ้านตกใจกันเป็นแถบ มามุงดูที่หน้าเรือนทุกวันว่าไก่จะตายบ้างหรือเปล่า แต่เมื่อเห็นว่าฮัวเหมยของเราทำสำเร็จ ก็พากันทำตามๆ กัน

 

 

นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการพัฒนาเมืองหลิงเท่านั้น เพราะในเรื่องยังมีอีกหลายอย่างให้ฮัวเหมยต้องใช้ปัญญาในการฟื้นฟู เพื่อให้เมืองนี้มั่งคั่งดั่งคำปณิธานที่เธอตั้งไว้ สมกับชื่อเรื่อง ‘ฮัวเหมยสุดยอดตำนานเจ้าเมืองหญิง’ ซะจริง

พออ่านเรื่องนี้แล้ว รู้สึกเหมือนกำลังเล่นเกมสร้างเมืองอยู่เลยค่ะ เพราะนางเอกของเราค่อยๆ ปรับนั่นนู่นนี่เพื่อให้เมืองดีขึ้น นิยายมีบทบรรยายดี เห็นภาพชัด นางเอกฉลาดมากกก ใครที่ชอบตัวเอกเป็นหญิงเก่ง แกร่งและฉลาด ไม่ควรพลาดเลยค่ะ

นอกจากนี้แม้เนื้องเรื่องจะเป็นแนวพัฒนาบ้านเมือง แต่ไม่เครียดเลย วันๆ มีแต่ทำสวนทำไร่ ดีลธุรกิจ ค้าขาย โอ้โห สโลว์ไลฟ์สุดๆ มาค่ะ มาร่วมเป็นกำลังใจให้ฮัวเหมยฟื้นฟูเมืองนี้ให้ปังปุริเย่สมความตั้งใจใน ‘ฮัวเหมยสุดยอดตำนานเจ้าเมืองหญิง’ กัน!!

 

อ่านนิยาย

พี่น้ำผึ้ง :)

 

พี่น้ำผึ้ง
พี่น้ำผึ้ง - Columnist นักเขียนที่ชอบส่งต่อพลังบวกให้ทุกคน

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

0 ความคิดเห็น