พูดคุยกับ "NINO" หรือ "เกริก ชาญกว้าง” โปรดิวเซอร์และเจ้าของค่ายเพลง HYPE TRAIN กว่าจะมาถึงจุดนี้ ชีวิตไม่ง่าย!

Spoil

  • NINO เป็นโปรดิวเซอร์และเจ้าของค่ายเพลง HYPE TRAIN  จากเด็กหนุ่มมนุษย์เงินเดือน ตัดสินใจออกจากเซฟโซนไปลองประสบการณ์ใหม่ๆ เพื่อหาทางช่วยเหลือครอบครัว
  • NINO ตัดสินใจโปรโมตตัวเองด้วยการใส่ (Prod. by NINO) ในชื่อเพลง  ทำให้มีคนรู้จักมากขึ้นอย่างรวดเร็ว
  • กว่าจะมาเป็นเพลงหนึ่งเพลง สิ่งที่ NINO  ถามศิลปินเสมอคือ สิ่งที่เราพูดออกมาในเพลง เราจะสามารถรับผิดชอบต่อสังคมได้ไหม
  • ค่ายเพลงไม่ได้ตอบโจทย์ทุกอย่าง การทำเพลงอิสระอาจช่วยให้ค้นพบตัวเองมากกว่าก็ได้  เพราะสุดท้ายอาจไม่ได้อยากเป็นศิลปิน แต่ชอบงานเบื้องหลังมากกว่า

เมื่อปีที่แล้วหลายคนคงเคยได้ยินเพลง “ทน” (SPRITE x GUYGEEGEE) ที่ดังมากทั้งในและนอกประเทศ ปัจจุบันเพลงนี้กวาดยอดวิวไปแล้วกว่า 350 ล้านวิว ซึ่งเบื้องหลังเพลงดังนี้ ก็คือ “NINO- เกริก ชาญกว้าง” โปรดิวเซอร์และเจ้าของค่ายเพลง HYPE TRAIN เจ้าของค่ายเพลงอายุน้อยแต่มากด้วยประสบการณ์เบื้องหลัง รวมทั้งเคยร่วมงานกับศิลปินดังมากมายอีกด้วย 

แต่กว่าจะมาเป็น “NINO” หรือ "พี่นีโน่" ที่ประสบความสำเร็จอย่างในวันนี้ ชีวิตไม่ง่าย วันนี้เรามีโอกาสได้พูดคุยกับพี่นีโน่ ทั้งมุมมองชีวิต ประสบการณ์ทำงาน รวมทั้งเส้นทางการเป็นศิลปินหน้าใหม่ที่น่าสนใจมากๆ ตามมาอ่านพร้อมกันเลย

"NINO" ในช่วงโนเนม และการเก็บสะสมประสบการณ์ทำงาน

ผมเคยทำงานที่ VRZO ยุคแรกๆ เลยครับ ตอนนั้นเป็นช่วงที่เพิ่งกลับมาที่ไทยแล้วก็เริ่มหางาน โดยเข้าไปทำงานในตำแหน่ง Visual Effect ทำอยู่ประมาณ 2 ปีกว่าเลยครับ 

ตอนนั้นสถานการณ์ที่บ้านไม่ค่อยดี บ้านถูกยึด เราแทบจะไม่มีที่อยู่เลย ต้องอยู่ด้วยกันในคอนโดเล็กๆ ผมก็เริ่มคิดว่า ทำยังไงถึงจะกู้สถานการณ์นี้ให้ครอบครัวได้ ตอนนั้นผมอายุประมาณ 20 ปี ยังเด็กมาก แต่พอเริ่มทำงานที่ VRZO ได้พักหนึ่งผมก็เริ่มคิดแล้วว่า ด้วยเงินเดือนเท่านี้กว่าที่เราจะกู้สถานการณ์ให้ครอบครัวได้น่าจะยากมาก ผมจึงตัดสินใจออกจากเซฟโซนตอนนั้น ออกมาหาประสบการณ์อีกด้าน ตอนนั้นเป็นการตัดสินใจที่ใหญ่มากและผมก็มองไม่ออกเหมือนกันว่าจะมาได้ถึงขนาดนี้ครับ

“ครอบครัว” มั่นใจและเชื่อมั่นในตัว NINO มาก

ช่วงนั้นได้ปรึกษากับที่บ้านตลอด ครอบครัวสำคัญมากครับ พ่อแม่เป็นคนที่เชื่อมั่นใจตัวผมมากๆ เค้ามั่นใจในการตัดสินใจของผมมากๆ แม้กระทั่งตอนไปเรียนที่ต่างประเทศ โห! เขาก็ขายบ้านเพื่อส่งค่าเทอมลูก ซึ่งพ่อแม่ผมซัปพอร์ตมากๆ กว่าจะตัดสินใจได้ว่า "โอเค เค้าเชื่อมั่นในตัวเรา กว่าจะตัดสินใจออกจากเซฟโซน (ลาออกจากงาน) มาสู่อีกโลกหนึ่งได้ ตอนนั้นยากมากๆ สำหรับการออกมาทำงานอิสระ" 

เป้าหมายเดียวคือ ทำทุกอย่างเพื่อช่วยครอบครัว 

ตอนลาออกมาก็อยู่กับพี่จอร์จพักหนึ่ง ออกมาฝึกฝนตัวเองจนเก็บเงินได้จำนวนหนึ่งเพื่อจะขอซื้อคอมพิวเตอร์ของตัวเอง เป็น iMac ที่ใหญ่มาก ไปทำงานที่ไหนก็แบกไป ขึ้นวินมอร์ไซค์ก็แบกไป ตอนนั้นเราต้องเลือก เพราะต้องใช้คอมฯ ที่ตัดต่องานได้และใช้ทำเพลงได้ ตอนนั้นผมก็ยังทำงานเป็นตากล้องอยู่ ยังไม่รู้ตัวเลยว่าจะได้ทำเรื่องเพลง แต่บังเอิญว่ามีเพื่อนที่ทำเพลงอยู่ เราก็มีฝันเดียวกัน ก็เลยมีโอกาสได้ทำเพลงและเริ่มมีคนเห็นผลงานผมมากขึ้น

เป้าหมายสูงสุดในเวลานั้น ผมมองแค่อยากช่วยครอบครัว ยังมองไม่ออกเลยว่าการทำบีทส์ ทำเพลงมันจะเป็นอาชีพได้ จะเลี้ยงดูตัวเองได้ เพราะในยุคนั้นทางเลือกของอาชีพก็ค่อนข้างน้อย ซึ่งสายอาชีพนี้ผมว่าหลายคนเข้าในว่าสายโปรดักชั่นนี้มันจะหนักมาก 

NINO (เกริก ชาญกว้าง) โปรดิวเซอร์และเจ้าของค่ายเพลง HYPE TRAIN
NINO (เกริก ชาญกว้าง) โปรดิวเซอร์และเจ้าของค่ายเพลง HYPE TRAIN

เริ่มต้นโปรโมตตัวเองด้วยการใส่ (Prod. by NINO) ในชื่อเพลง 

เพลงแรกที่ทำคือเพลง “ได้โปรด… ได้หรือเปล่า" ของ J$R ตอนนั้นยอดวิวเยอะมาก เพิ่งเคยได้หลักล้านเมื่อประมาณ 6 ปีที่แล้ว และหลังจากที่คนเริ่มที่จะได้ยินชื่อผมมากขึ้น ผมก็ตัดสินใจจะโปรโมตตัวเองด้วยการนำชื่อ Prod. by NINO ไปอยู่ในชื่อเพลง ทำให้คนได้เห็นชื่อผมจากหลายๆ เพลงที่ผมฝากโปรโมตไว้ การทำแบบนี้ในไทยตอนนั้นน้อยมาก ผมน่าจะเป็นคนแรกๆ ที่ทำแบบนั้น และสมัยนั้นผมได้ทำงานกับศิลปินที่หลากหลายและมีชื่อเสียง ก็ทำให้คนได้เห็นชื่อเรามากขึ้นด้วย ถือว่าเป็นข้อดีที่เราวางตัวเองให้คนรู้จักมากขึ้น แล้วตัวผมเองก็ไม่ค่อยได้ออกสื่ออะไร เพราะอาชีพโปรดิวเซอร์คนเบื้องหลังแบบนี้ยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก 

คนอื่นมักบอกว่า “NINO มีความโดดเด่นอะไรบางอย่าง”

คนที่ทำงานด้วยกัน พี่ๆ ที่ทำงานด้วยกันจะบอกว่า "ผมมีความโดดเด่นอะไรบางอย่าง" แต่ผมก็ยังไม่รู้ตัว ในตอนแรกผมไม่ได้ทำอะไรเกี่ยวกับดนตรีเลยครับ ตอนเด็กก็อยากเรียนเกี่ยวกับฟิล์ม แต่พอได้เริ่มทำงานอดิเรกที่กลายมาเป็นงานหลัก จนได้มาเป็นโปรดิวเซอร์ให้พี่ๆ น้องๆ ในวงการมากมาย มาถึงตอนนี้ที่ได้มีค่ายเพลง (HYPE TRAIN) ของตัวเอง แล้วล่าสุดก็เปิดค่ายเพิ่มคือ NEW WAV. Entertainment ที่เป็น Sub-Label ของ HYPE TRAIN ด้วยครับ 

HYPE TRAIN เป็นค่ายที่เริ่มต้นจากศูนย์ทั้งเจ้าของค่ายและศิลปิน

ตอนที่ตัดสินใจทำค่ายเป็นเหมือนอีกขั้นหนึ่ง หลังจากที่ผมได้ฝ่าฟันอะไรมาเยอะ ได้เริ่มทำโปรดิวเซอร์จนรู้สึกว่าดนตรีพามาถึงจุดนี้ได้ แล้วความใฝ่ฝันอีกอย่างคือเราอยากทำค่ายเพลงของตัวเอง ก็เริ่มต้นกับศิลปินจำนวนหนึ่งจากศูนย์ด้วยกันเลย จากที่ไม่มีคนรู้จัก จนเริ่มมีคนรู้จักอย่างในตอนนี้ ผมก็ภูมิใจกับ HYPE TRIAN มากๆ ครับ

ศิลปิน Gen แรกของค่าย HYPE TRIAN คือ SPRITE หรือ สไปร์ท-ศุกลวัฒน์ พวงสมบัติ, ESKIIMO (เอสกิโม) หรือ ธฤต พิชัยรัตน์, SEEDAA THEVILLAIN หรือ มด-ชนาพร อ่ำอำไพ, GUYGEEGEE หรือ กาย - กล้าไม้ ไมเกิ้ล, ICEACE หรือ ไอซ์-ธิติวัฒน์ เกษตรเวทิน, DON KIDS (ดอน คิดส์) และ OG BOBBY หรือ บ็อบบี้-พิศลย์ พลธิระเสถียร ครั้งแรกที่เซ็นฯ ศิลปินมาทั้งหมด 9 คน ยังไม่มีชื่อเสียงสักคน มาเริ่มต้นด้วยกัน เป็นชาเลนจ์แรก

ปัจจุบัน HYPE TRAIN มีศิลปินทั้งหมด 12 คน รวมกับค่ายใหม่ NEW WAV. Entertainment ที่เพิ่งเปิดตัวไป สำหรับศิลปินที่ปล่อยเพลงปีนี้ก็จะมี MINYMYNX (มินนี่มิงซ์) หรือ เพชรชมพู พันธิสุนทร แล้วก็จะมี TAMP (แทมป์) หรือ พงษ์ประวิตร ศรีธรรมธนา เป็นแนว R&B ตามมาอีกคน ก็ฝากน้องมินนี่กับน้องแทมป์ด้วยครับ ส่วนของฝั่ง HYPE TRAIN จะมีปล่อยเรื่อยๆ เลยครับ มีอัลบั้มของหลายๆ คนที่กำลังเตรียมตัวอยู่ในปีนี้ด้วย

เกณฑ์ในการมองหาศิลปินของ HYPE TRIAN 

มีความมั่นใจ มีความเป็นตัวของตัวเองสูง มีคาแรกเตอร์ และมี vision ที่อยากจะเข้ามาสู่แวดวงการบันเทิง แบบว่ามองอนาคตตัวเองไว้เป็นยังไง นี่คือสิ่งที่มองหาในตัวศิลปินที่เลือกมาในค่ายครับ โดยในตอนนั้นแม้เพิ่งเริ่มต้นกัน แต่จากประสบการณ์ที่ผมทำงานโปรดิวเซอร์มา เราก็มีการเซ็นสัญญาค่ายเหมือนค่ายทั่วไปเลย ระยะ 3 ปี 5 ปี แล้วแต่ตกลงกันครับ โดยศิลปินที่อายุน้อยที่สุดในค่ายคือน้องสไปร์ท เริ่มเซ็นสัญญาตอนอายุประมาณ 13 ปี ตอนนี้น้องอายุ 16 ปีแล้ว

ภูมิใจในตัวศิลปินทุกคนในค่ายมาก

จริงๆ ผมภูมิใจทุกคนที่ได้ร่วมทางมาด้วยกันเลยครับ เหมือนได้เป็นอีกหนึ่งแรงผลักดันในการให้โอกาสกับศิลปินหน้าใหม่หรือรุ่นใหม่ เหมือนที่พี่กอล์ฟให้โอกาสผมเข้ามาสู่ในวงการนี้ มันก็เป็นสิ่งที่ผมอยากจะให้กับน้องๆ เช่นกัน ผมมองว่าแค่นี้ก็ดีใจมากๆ แล้วที่น้องๆ ทำได้ขนาดนี้ รวมไปถึงประสบการณ์ที่เค้าไม่เคยได้เจอก็ได้มาเจอร่วมกัน เป็นประสบการณ์ที่หาไม่ได้ในโลกของงาน Entertainment ครับ

HYPE TRIAN เป็นเหมือนค่ายเพลง + โรงเรียน

ตลอดการทำงานมามีอุปสรรคเข้ามาเรื่อยๆ ครับ จากที่ผมเป็นแค่โปรดิวเซอร์แล้วมาเป็นเจ้าของกิจการ ในมุมผู้บริหารเราก็เป็นนักแก้ปัญหาไปซะแล้ว มันแตกต่างจากการทำงานโปรดิวเซอร์ ทำงานครีเอทีฟ ต้องใช้สมองอีกซีก ส่วนใหญ่ก็เป็นเรื่องทั่วๆ ไปครับ ค่อยๆ ปรับปรุงไปด้วยกัน เพราะศิลปินก็เป็นคนเหมือนกันกับเรา ผมก็จะสอนพวกเขาทีละขั้นตอน อย่างเช่นวันที่เราเริ่มมีชื่อเสียง เราต้องปฏิบัติตัวอย่างไร เข้าสังคมอย่างไร เพราะว่าส่วนใหญ่ก็เป็นเยาวชน ผมก็มีหน้าที่ประคับประคองพวกเขาให้เข้าสู่วงการบันเทิงอย่างปลอดภัย แล้วก็ส่งพวกเขาให้ถึงฝั่ง ผมว่าคล้ายๆ โรงเรียนนะ (หัวเราะ)

สิ่งที่พูดออกมาในเพลง “พูดออกไปแล้ว ต้องรับผิดชอบได้ด้วย”

การทำเพลงผมจะถามศิลปินเสมอว่า สิ่งที่เราพูดออกมาในเพลงเราจะสามารถรับผิดชอบต่อสังคมได้ไหม มันคือเรื่องจริงแค่ไหน อยากจะนำเสนอออกไปในวิธีไหน ให้คนเข้าใจเรา แต่ด้วยคาแรกเตอร์ฮิพฮอพผมเข้าใจนะว่ามันมีความเป็นตัวตนสูง เป็น Freedom of speech แล้วก็เป็นพลังเล็กๆ เป็น Soft power ผมเข้าใจและบอกน้องๆ เสมอว่า “ถ้าเราพูดออกไปแล้วเราต้องรับผิดชอบได้” 

มีศิลปินบางคนก็นำเสนอเพลงออกมาเป็นเรื่องจริงทั้งหมดครับ เขานำเสนอออกมาในฐานะนักเล่าเพื่อชีวิตแต่เล่าในทางของฮิพฮอพ มันเลยอาจเป็นทัศนคติที่ดูรุนแรง แต่จริงๆ แล้วมันคือเรื่องจริง และก็เป็นสิ่งที่อยู่ในวัฒนธรรมของฮิพฮอพครับ ส่วนบางทีมีคำหยาบเราก็ทำตามบริบทเพลงครับ บางทีคำหยาบมันเป็นบริบทที่ดูตลกได้ มันเหมือนเซนเซอร์ในทีวี บางทีคำว่า แม่ง damm เป็นคำหยาบ แต่ในบริบทมันมีทั้งที่ดูแรงและไม่แรง อย่างสไปร์ทเค้าจะไม่เคยใช้คำหยาบในเพลงเลย ซึ่งผมให้อิสระกับตัวศิลปินเลย แต่เราก็ทำงานกันครึ่ง-ครึ่ง ช่วยกันครับ

ทุกเพลงที่ทำ เป็นเพลงเน้นความสนุก เหมือนตัวตนของ NINO

เพลงที่ทำมาแล้วชอบมากๆ มีเยอะเลยครับ ถ้าให้ยกตัวอย่างก็เช่น "เป็นไรไหม?" ของ OG-ANIC x LAZYLOXY แล้วก็มีเพลงพี่กอล์ฟเยอะมากครับ ส่วนใหญ่เป็นเพลงสนุกๆ ครับ เพลงที่ผมทำไม่ค่อยมีเพลงเศร้า ส่วนใหญ่เป็นเพลงสนุกๆ ก็จะเหมือนตัวตนของผมเองด้วยครับ

10 ปีเต็มตั้งแต่กลับมาอยู่ไทย ตอนนี้มาไกลมาก!

ทิศทางต่อจากนี้ผมก็คิดเสมอ… ภาษาบ้านๆ คือ ไม่มีใครอยู่ค้ำฟ้าตลอดไป ไม่มีใครที่จะอยู่ในเกมได้นานขนาดนั้น แต่ว่าเราสามารถพัฒนาตนเองได้ เหมือนที่พี่ๆ เค้าให้โอกาสผม ผมอยากจะสร้างบุคลากรที่มากกว่าตัวศิลปิน เช่น Producer, Sound Engineer และทีมจัดการต่างๆ ครับ ผมมองว่าในอนาคตเป็นสิ่งที่วงการของเรายังต้องการอยู่ ก็คิดว่าจะพยายามเปลี่ยนแปลงให้มันมีอะไรใหม่ๆ ในวงการ 

ส่วนตัวค่าย ผมก็อยากมีหลายๆ ค่าย หลายๆ แนว เพิ่มความหลากหลายครับ ซึ่งทุกๆ อย่างมันมีวัฎจักรของมัน อย่างตอนนี้ T-POP กำลังดัง ทั้งที่อยู่กับเรามานานแล้ว เพียงแต่แค่รอวันที่จะระเบิดพลังออกมาอีกที ปีนี้อาจจะเป็นปีของร็อกก็ได้ ย้อนไป 3 ปีก่อนก็เป็นช่วงที่ฮิพฮอพดังมาก ตอนนี้อาจจะเป็นช่วงขาลง ผมว่าจริงๆ แล้วสิ่งที่จะทำให้มันอยู่ได้นานก็คือ Community ครับ แฟนคลับทั้งหลายที่เค้ารอคอยแนวที่เค้าชอบ ก็จะเป็นตัวตอบโจทย์ให้แนวเพลงต่างๆ หมุนเวียนกันออกมาครับ

ค่ายเพลงอาจไม่ได้ตอบโจทย์หมดทุกอย่าง

ผมมองว่ายุคนี้มันเป็นยุคใหม่ ผมไม่ได้แนะนำนะว่าค่ายเพลงจะตอบโจทย์ได้หมดทุกอย่าง บางครั้งการทำเพลงอย่างอิสระก็อาจจะเป็นพื้นที่ปลอดภัยของศิลปิน การก้าวเข้ามาในวงการนี้เป็นประสบการณ์ที่หาไม่ได้ เป็นสิ่งที่ต้องเข้ามาค้นหาเอง บางคนลาออกจากงาน ลาออกจากการเรียน การที่ชีวิตเค้าพลิกแพลงทำให้ไปได้เร็ว มีโอกาสดังได้เร็ว เพราะทุ่มเทได้มากกว่า แต่ก็มีโอกาสที่จะดับเร็วเหมือนกัน ดังนั้น ผมว่าวงการบันเทิงมันก็เป็นอะไรที่น่ากลัวนะครับ ถ้าเราไม่มอง career path ของเรายาวๆ ว่าเราจะเข้ามาสู่อาชีพนี้แล้วยังไงต่อ ผมว่าสำหรับบางคนการทดลองทำด้วยตนเองก็อาจจะดีกว่า อาจจะได้ค้นพบว่าเราไม่ได้อยากเป็นศิลปินก็ได้ อาจจะอยากเป็นโปรดิวเซอร์ เป็นนักดนตรี ยุคนี้มันเป็นยุคของโลกใบใหม่ที่เราสามารถทำด้วยตนเองก่อนได้ แล้วผลงานก็จะเป็นคำตอบให้กับเราเองครับ 

คนเก่งมีเยอะ แต่ทุกคนย่อมมีสิ่งที่โดดเด่นต่างกัน

เป็นกำลังให้ทุกๆ อาชีพ รวมถึงใครที่กำลังอยากจะเป็นศิลปิน หรือเป็นในสิ่งที่ใฝ่ฝันครับ ขอให้มีความมุ่งมั่น อดทน ขยันอย่างเดียวอาจจะไม่พอ ต้องขยันมากกว่าคนอื่นๆ อีก คนเก่งมีเยอะครับ สิ่งที่แตกต่างกันคือคาแรกเตอร์ซึ่งอาจจะตรงกับที่ตลาดกำลังมองหาอยู่ ก็เป็นกำลังใจให้ทุกคนที่มีฝันนะครับ หวังว่าถ้ามีโอกาสเราอาจจะได้เจอกันในวันหนึ่งก็ได้ครับ สำหรับ HYPE TRAIN GROUP เองในอนาคตทุกๆ ปีจะมีเปิดออดิชั่น ใครที่สนใจก็รอติดตามกันได้ครับ

ฝากติดตาม HYPE TRAIN GROUP และค่ายน้องใหม่ NEW WAV. Entertainment  ซึ่งมี MINYMYNX (มินนี่มิงซ์) เพิ่งเดบิวต์ไป ก็ขอฝากศิลปินทุกคนใน HYPE TRAIN GROUP ด้วยครับ

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ นอกจากจะเป็นโปรดิวเซอร์และเจ้าของค่ายเพลงแล้ว พี่นีโน่ยังให้แนวคิดอะไรอีกหลายอย่าง พร้อมกำลังใจสำหรับคนที่กำลังตั้งใจทำตามความฝันหรือความชอบอยู่ด้วย สำหรับใครสนใจอยากร่วมเป็นส่วนหนึ่งของค่าย HYPE TRAIN ทั้งในด้านของการเป็นศิลปินตลอดจนการทำงานในส่วนอื่นๆ รอติิดตามการเปิดออดิชั่นและข่าวสารต่างๆ จากทางค่ายได้ตามรายละเอียดด้านล่างเลยค่ะ วันนี้ Dek-D.com ต้องขอขอบคุณ “NINO - เกริก ชาญกว้าง”  มากๆ ที่มาร่วมแชร์ประสบการณ์กันค่ะ 

ขอขอบคุณ

NINO - เกริก ชาญกว้าง โปรดิวเซอร์และเจ้าของค่ายเพลง HYPE TRAIN

Facebook:  Nino Chankwang

Facebook Page:  HYPE TRAIN

YouTube:  HYPE TRAIN GROUP

พี่ซาร่า
พี่ซาร่า - Columnist คอลัมนิสต์ประจำคอลัมน์ Lifestyle

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

0 ความคิดเห็น