การบ้านเยอะกันหรือเปล่าเด็กๆ ?
สวัสดีค่ะ น้องๆ Dek-D ที่น่ารักทุกคน เปิดเทอมกันมาสักพักแล้วววว เป็นยังไงกันบ้างคะ การบ้านเยอะกันมั้ยเอ่ย? (เยอะแน่นอนไม่ต้องสืบ) แต่ละวันเรียนกัน 7-8 คาบ อย่างน้อยต้องมีสัก 3-4 วิชาแหละเนอะที่ครูสั่งการบ้าน เผลอๆ มีโปรเจกต์งานชิ้นใหญ่เบิ้ม แถมกำหนดส่งยังพร้อมกันอีก แค่ได้ยินก็ท้อแล้ว T-T เพราะถ้าทำส่งไม่ทันไปงานนึงมีหวังเกรดงามๆ ปลิวไปกับสายลมแหง แต่เชื่อว่าน้องๆ คงไม่อยากให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นแน่นอน
วันนี้พี่แป้งเลยจะขอนำเสนอ 10 ทริค ปั่นการบ้านให้เดดไลน์ ที่รับรองว่าถ้าทำตามนี้ไม่ว่าการบ้านจะเยอะเท่ากองภูเขาแค่ไหนก็ทันส่งแน่นอน พร้อมกันหรือยังคะ ถ้าพร้อมแล้วก็ลุย!
เหตุผลที่ทำไมเราถึงต้องทำการบ้าน
น้องๆ หลายคนคงจะสงสัยว่า ทำไมเราถึงต้องทำการบ้านนะ? หรือทำไมครูถึงสั่งการบ้านทุกวันเลย? นอกจากการบ้านจะเป็นส่วนประกอบสำคัญทำให้ได้เกรดดีๆ แล้ว ความจริงการบ้านให้อะไรมากกว่าที่เราคิดอีกค่ะ เหตุผลที่คุณครูต้องให้การบ้าน เพราะว่าต้องการให้เราได้ทบทวนความรู้ที่ได้เรียน รวมทั้งอยากให้เราได้ฝึกฝนทักษะในวิชาต่าง ๆ ให้เชี่ยวชาญมากขึ้น นั่นหมายความว่า การที่เราได้ทำการบ้าน ทำแบบฝึกหัด หรือทำงานกลุ่มบ่อยๆ จะทำให้เรามีการพัฒนาและเป็นคนที่เก่งขึ้นนั่นเอง เพราะฉะนั้น ลองเปิดใจกว้างๆ มองหาข้อดีที่จะได้จากการทำการบ้าน จะทำให้เรามีแรงใจแรงกายในการปั่นการบ้านมากขึ้นแน่นอนค่ะ เอาล่ะ ไปดูกันเลยดีกว่าจะมีเทคนิคอะไรบ้าง
รวม 10 ทริค ปั่นการบ้านยังไงให้ทันเดดไลน์
1.อย่าเพิ่งรีบ วางแผนทำการบ้านก่อน
แทนที่จะหยิบการบ้านขึ้นมาทำทันทีหลังเลิกเรียน น้องๆ ต้องมีแผนที่ดีก่อนค่ะ เพราะว่าแต่ละวันการบ้านเยอะเหลือเกิน เผลอๆ มีสะสมจากสัปดาห์ก่อนหน้านี้ด้วย ถ้าหยิบขึ้นมาทำเลยแบบนั้นแย่แน่นอน เพราะเราอาจจะหลงลืมการบ้านบางชิ้นได้ ก่อนลงมือให้นั่งลิสต์การบ้านที่ต้องทำในแต่ละวัน มีงานอะไรบ้าง ลิสต์ออกมาให้ละเอียดที่สุด
หลังจากนั้น ให้จัดลำดับความสำคัญของงานตามวันที่กำหนดส่ง วิชาไหนส่งก่อนให้ทำก่อน ส่วนวิชาไหนที่ไม่เร่งมาก ยังพอมีเวลาเหลือก็สามารถทยอยทำไปได้เรื่อยๆ อาจจะเลือกทำจากวิชาที่เราถนัดหรือชอบก่อนจะได้ไม่รู้สึกท้อ ถ้าน้องๆ รู้จักวางแผนและจัดลำดับความสำคัญเป็น รับรองว่าการบ้านทุกชิ้นเสร็จทันส่งแน่นอน
2.ตั้งนาฬิกาจับเวลาทำการบ้าน
เวลาทำการบ้านลองตั้งเป้าหมายให้กับตัวเอง ต้องตัดสินใจว่าเราต้องการใช้เวลากี่นาทีในการทำการบ้านแต่ละวิชา สมมติว่าตั้งเวลาไว้จะทำวิชาเคมี 1 ชั่วโมง แต่เคลียร์งานเสร็จภายใน 45 นาที เราก็จะมีเวลาพักตั้ง 15 นาที ก่อนที่จะทำวิชาต่อไป แนะนำให้ใช้นาฬิกาจับเวลาแบบตั้งโต๊ะ เพื่อให้สามารถมองดูเวลาได้บ่อยๆ และทำให้รู้ว่าเราใช้เวลาไปกี่นาทีแล้วและมีเวลาเหลือเท่าไหร่ ทริคนี้จะช่วยให้เราตระหนักเมื่อเราใช้เวลามากเกินไปกับบางสิ่ง และจะช่วยให้น้องๆ กลับมาจดจ่อเมื่อถูกรบกวนสมาธิอีกด้วยค่ะ
Tip : ถ้าไม่มีนาฬิกาจับเวลาแบบตั้งโต๊ะก็ไม่เป็นไรค่ะ ใช้แอปพลิเคชันในโทรศัพท์ของเราก็ได้ แต่ต้องหักห้ามใจไม่กดเล่นระหว่างทำการบ้านนะ หรือจะใช้แอป Forest ที่สามารถปลูกต้นไม้ดิจิทัลระหว่างทำการบ้าน ซึ่งถ้าแตะโทรศัพท์เมื่อไหร่ต้นไม้ที่ปลูกไว้ก็จะสู่ขิตทันที
3.อย่าลืมเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม
การเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อมก็สำคัญค่ะ ไม่ว่าจะเป็น ปากกา ดินสอ สมุด หนังสือ แฟ้ม ฯลฯ เพราะถ้าอุปกรณ์ที่ต้องใช้อยู่คนละทิศคนละทางล่ะก็น้องๆ ต้องเสียเวลาเดินหากันวุ่นวายแน่นอน เสียเวลาไม่พอยังต้องมาเสียอารมณ์เพราะหาของไม่เจออีกแบบนี้งานเสร็จช้าแน่ๆ ดีไม่ดีหมดอารมณ์ไม่อยากทำงานแล้วอีกต่างหาก ดังนั้น ก่อนทำการบ้านนึกให้ดีว่า วิชาไหนต้องใช้อุปกรณ์อะไรบ้าง จัดเรียงไว้เป็นสัดส่วน นำมาวางบนโต๊ะหรือวางไว้ใกล้ๆ ตัวให้เรียบร้อย พอถึงเวลาใช้จะได้หยิบขึ้นมาใช้ทันที
4.เลือกสถานที่ทำการบ้านให้เหมาะสม
สถานที่และบรรยากาศในการทำการบ้านก็เป็นอีกเรื่องที่ไม่ควรมองข้ามค่ะ ถ้าเราสามารถเลือกสถานที่ได้ดีก็จะทำให้น้องๆ สามารถทำการบ้านได้อย่างราบรื่น ลองเลือกสถานที่ที่มีแสงสว่างเพียงพอ เพราะถ้าแสงสว่างน้อยเกินไปจะมีผลเสียต่อสายตา กล้ามเนื้อตาจะทำงานหนักจากการเพ่งมอง ทำให้เกิดการเมื่อยล้าปวดตา รวมถึงประสิทธิภาพในการทำงานลดลง และห้ามทำการบ้านบนเตียงนอนเด็ดขาด เพราะมันจะปลุกเจ้าตัวขี้เกียจของเราให้ลุกขึ้นมาทันที ทำให้รู้สึกง่วง ไม่มีสมาธิทำงาน จิตใจโฟกัสอยู่แค่หมอนเท่านั้น ถ้าเกิดเผลอหลับขึ้นมา การบ้านไม่เสร็จแน่นอนจ้า
5.กำจัดสิ่งกวนใจออกไปซะ
พูดเลยว่า ยุคนี้สิ่งกวนจิตกวนใจระหว่างทำการบ้านเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็น เกม โลกโซเชียล มือถือ ไอแพด คอมพิวเตอร์ แม้กระทั่งเสียงรบกวนจากคนในบ้านหรือข้างบ้านก็ตาม ทางที่ดีควรหลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้กับพวกอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ เก็บให้พ้นสายตาไปเลยดีที่สุดจะได้ไม่เผลอหยิบมาเล่น แต่ถ้าเราจำเป็นต้องใช้ทำงานจริงๆ ก็ต้องสะกดจิตตัวเองให้ได้ว่า “ใช้ทำงานเท่านั้น อย่าแอบเล่นเด็ดขาด” ปิดแจ้งเตือนทุกแอปพลิเคชันป้องกันเสียงรบกวนชวนเปิดไปซะ และอย่าลืมบอกคนที่บ้านล่วงหน้าว่า เราต้องการสมาธิทำการบ้าน อย่าส่งเสียงรบกวน หรือติดป้าย “ห้ามรบกวน” แขวนไว้หน้าประตูห้องป้องกันคนที่บ้านเปิดเข้ามาแบบกะทันหันก็ได้ค่ะ
Tip : พี่แป้งแนะนำว่า ถ้าน้องๆ อยากเล่นเกม หรือโซเชียลมีเดียจริงๆ ให้เล่นก่อนทำการบ้านค่ะ ถือว่าเป็นการพักผ่อนสักนิดก่อนเริ่มรบอาจจะเล่นสัก 10-20 นาที เพื่อลดความอยาก หลังจากครบเวลาแล้วก็จัดการเก็บให้พ้นสายตาซะ (ห้ามเล่นต่อนะเดี๋ยวการบ้านไม่เสร็จ)
6.ถ้ารู้ตัวว่าใจลอยให้ดึงสติกลับมา
จริงๆ แล้ว การที่สมาธิหลุดระหว่างทำการบ้านหรืออ่านหนังสือเป็นเรื่องปกติเลยค่ะ บางทีเราคิดงานไม่ออกแค่เผลอมองกำแพงแป๊บเดียวก็จิตหลุดไปแล้วอะเนอะ หรือทำงานไปนานๆ สมองมันก็เริ่มล้าเลยทำให้หลุดโฟกัสไปบ้าง แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่น้องๆ รู้สึกว่าตัวเองเริ่มใจลอยหรือคิดเรื่องอื่นที่ไม่ใช่การบ้าน ให้รีบดึงสติกลับมาเลยนะคะ ไม่งั้นเราจะเสียเวลาไปอย่างเปล่าประโยชน์ ลองหลับตาพร้อมนับ 1-20 ในใจปรับโฟกัสใหม่ เพื่อให้เรากลับมีสมาธิอีกครั้ง
7.เปิดเพลงคลอเบาๆ เพื่อสร้างสมาธิ
แต่ละคนมีนิสัยการทำงานที่แตกต่างกัน บางคนชอบนั่งทำงานเงียบๆ คนเดียว บางคนชอบเปิดเพลงฟังคลอไปเรื่อยๆ ขณะทำงาน ซึ่งมีงานวิจัยจาก Journal of Consumer Research พบว่า การเปิดเพลงหรือเสียงดนตรีคลอระหว่างทำงาน ประมาณ 70 เดซิเบล ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย ช่วยเพิ่มสมาธิทำให้โฟกัสกับงานได้นานขึ้น ที่สำคัญส่งผลดีต่อการทำงานของสมอง โดยเฉพาะความคิดสร้างสรรค์ ทำให้เราสามารถผลิตผลงานที่มีคุณภาพออกมาได้
Tip : พี่แป้งมีเว็บสำหรับฟังเพลงตอนทำการบ้านมาแนะนำน้องๆ ด้วยค่ะ คิดว่าหลายคนน่าจะเคยใช้กันมาบ้างแล้ว เว็บที่ว่าก็คือ Lo-fi เพลงส่วนใหญ่ในนี้จะเป็นเพลงที่ไม่มีเนื้อร้อง แต่จะเป็นดนตรีที่มีเสียง Noise ของบรรยากาศแทรกอยู่ด้วยเบา ๆ เช่น เสียงฝนตก เสียงป่า เป็นต้น เป็นเพลงที่ช่วยสร้างความ Productive และเพิ่มโฟกัสระหว่างทำการบ้านได้ดีมากๆ ยังไงก็ลองไปใช้กันดูนะคะ
8.แบ่งงานให้เพื่อนทำด้วย
แน่นอนว่าการบ้านคงจะไม่ได้มีแค่งานเดี่ยวแต่ต้องมีงานกลุ่มด้วย ซึ่งบางคนเวลามีงานกลุ่มก็อาจจะเกิดความไม่ไว้วางใจเพื่อนคนอื่น เพราะกลัวคะแนนออกมาไม่ดี เลยตัดสินใจนำมาทำคนเดียวหรืออาสาทำมากกว่าคนอื่น ซึ่งถ้าใครเป็นแบบนี้ลองปรับความคิดใหม่ก่อนนะคะ เราเองก็ยังมีอีกหลายงานที่ต้องทำ ถ้าเอามาทำคนเดียวเดี๋ยวจะเหนื่อยเอานะ
ลองแบ่งงานกันในกลุ่มดีกว่าค่ะ ใครถนัดทำอะไรก็ให้รับผิดชอบในส่วนนั้นๆ มานั่งจับเขาคุยกัน ช่วยกันคิด ช่วยกันวางแผน และแยกย้ายไปทำในส่วนที่ต้องรับผิดชอบ คอยอัปเดตให้เพื่อนๆ ทราบด้วยว่า เราทำไปถึงไหนแล้ว หรือติดปัญหาอะไรจะได้ช่วยกันหาวิธีแก้ไขทัน วิธีนี้นอกจากจะเหนื่อยน้อยลงแล้ว งานก็ยังเสร็จทันส่งอีกด้วยล่ะค่ะ
9.ทำการบ้านไม่ได้ ต้องหาคนช่วย
ทำการบ้านไม่ได้ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะเราทุกคนก็ต้องมีวิชาที่ตัวเองไม่ถนัดหรือไม่เข้าใจอยู่แล้วค่ะ แต่ถ้ามัวนั่งนิ่งหรือปิดสมุดไม่ทำต่อก็ไม่มีทางเสร็จแน่นอน เพราะฉะนั้นเราจะต้องหาคนมาช่วยทำให้เราเข้าใจมากขึ้น นอกจากเพื่อนที่เป็นตัวช่วยด้านการเรียนและทำการบ้าน หรือจะเป็นรุ่นพี่สายรหัสที่ผ่านประสบการณ์การบ้านสุดโหดมาก่อน น้องๆ อย่าลืมนึกถึงคุณครูด้วยนะคะ เรียกได้ว่า คนๆ นี้คือผู้ช่วยคนสำคัญที่สามารถไขข้อสงสัยเรื่องการเรียนและทำการบ้านของเราให้กระจ่างได้ง่ายๆ เลยล่ะค่ะ
10.อย่าลืมหาเวลาพักบ้างนะ
เวลาพักระหว่างทำการบ้านก็สำคัญค่ะ เข้าใจว่าเดดไลน์มันจ่อก้น แต่น้องๆ ก็ต้องหาเวลาพักสักนิดนึง ถ้าฝืนตะบี้ตะบันปั่นงานไม่หยุดพักเลยแบบนี้แย่แน่นอน เพราะร่างกายกับสมองเราจะเหนื่อยเกินไป ซึ่งมันส่งผลให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดลงค่ะ นั่นหมายความว่า ดีไม่ดีการปั่นงานแบบไม่หยุดพัก ทำให้งานเสร็จช้ากว่าการทำงานแบบมีเวลาพักซะอีก เอาเป็นว่า เราต้องกำหนดเวลาพักให้พอดี เช่น ลองพัก 10 นาที ทุก 1 ชั่วโมง ปรับเวลาพักตามความเหมาะสม ไม่ใช่พักถี่ยิบ หรือพักซะนานแต่ทำงานแป๊บเดียว ยิ่งถ้าระหว่างทำงานเผลอเล่นหรือไม่ตั้งใจทำอีก รับรองว่างานไม่เสร็จแน่ๆ
สิ่งสำคัญในการทำการบ้านเลยก็คือ เราต้องตั้งใจทำอย่างจริงจัง ใส่ใจในทุกๆ รายละเอียด ไม่ใช่ทำแบบส่งไปเฉยๆ เพราะถ้าทำแบบนั้นคะแนนออกมาไม่ดีแน่ๆ ค่ะ และอย่าลืมให้รางวัลหรือชมตัวเองหลังจากทำการบ้านเสร็จแล้วด้วยนะคะ เราจะได้รู้สึกดีและมีแรงจูงใจที่จะทำการบ้านต่อไปเรื่อยๆ
น้องๆ สามารถนำ 10 ทริคที่พี่แป้งเอามาแชร์กันในวันนี้ไปปรับใช้ตามสไตล์ของตัวเองเลยนะคะ รับรองว่าการบ้านเสร็จก่อนเดดไลน์แน่นอน! เอาล่ะ อ่านมาถึงตรงนี้แล้วจะรออะไร รีบปิดคอม ปิดไอแพด ปิดมือถือ แล้วไปทำการบ้านเร็ว!!
ข้อมูลจาก :https://www.jstor.org/stable/10.1086/665048?seq=4#metadata_info_tab_contentsรูปภาพจาก : https://www.freepik.com/
0 ความคิดเห็น