Guilt Trip : อยู่ดีๆ ก็กลายเป็นคนผิด เพียงเพราะคำพูดของอีกฝ่าย

เคยมีใครทำให้รู้สึกแย่ ทั้งๆ ที่เราไม่ได้เป็นคนผิดมั้ย?

สวัสดีค่ะ ชาว Dek-D.com เคยมั้ยคะ? อยู่ดีๆ เราก็กลายเป็นคนผิด เพียงเพราะคำพูดหรือการกระทำของอีกฝ่าย ทั้งที่ความเป็นจริงเราไม่ได้ทำอะไรผิดเลยด้วยซ้ำ และสุดท้ายก็เป็นเราที่ต้องเป็นฝ่ายขอโทษ หรือยอมทำตามในสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการด้วยความอึดอัดใจ ซึ่งพฤติกรรมนี้ เรียกว่า ‘Guilt Trip’  

Guilt Trip : อยู่ดีๆ ก็กลายเป็นคนผิด เพียงเพราะคำพูดของอีกฝ่าย
Guilt Trip : อยู่ดีๆ ก็กลายเป็นคนผิด เพียงเพราะคำพูดของอีกฝ่าย  

Guilt Trip คืออะไร?

นักจิตวิทยา อธิบายเอาไว้ว่า Guilt Trip คือ พฤติกรรมที่คนคนหนึ่งพยายามยัดเยียดความรู้สึกผิดให้กับอีกฝ่าย เพื่อเปลี่ยนแปลงความคิด ควบคุมอารมณ์ และการกระทำ ให้เป็นในแบบที่ตัวเองต้องการ ผ่านการสื่อสารหรือการแสดงออก เช่น “ไม่รักกันแล้วหรือ ทำไมแค่นี้ทำให้ไม่ได้” “ถ้าเลิกกับมันอีกไม่ต้องมาให้ปลอบอีกนะ”  ซึ่งอาจเกิดขึ้นโดยที่ผู้กระทำตั้งใจหรืออาจไม่รู้ตัว  

Shane Birkel นักจิตบำบัด กล่าวว่า Guilt Trip  เป็นพฤติกรรมที่บ่งบอกถึงการไร้ความสามารถในการสื่อสาร ด้วยวิธีที่สร้างสรรค์และวิธีที่ดีต่อสุขภาพจิต  

Guilt Trip สามารถพบเห็นได้ในทุกความสัมพันธ์ แต่ส่วนใหญ่มักจะเกิดขึ้นในความสัมพันธ์ของคนที่มีความใกล้ชิดกัน เช่น คนรัก เพื่อนสนิท ครอบครัว แม้กระทั่งระหว่างเจ้านายหรือเพื่อนร่วมงานค่ะ เพราะถ้าไม่ใช่คนสนิทกัน เราก็คงไม่ได้สนใจหรือแคร์ความรู้สึกของกันและกันสักเท่าไหร่

ประเภทของพฤติกรรม Guilt Trip

บังคับ (Manipulation)  

อย่างที่บอกไปค่ะว่า Guilt Trip เป็นพฤติกรรมที่ทำเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้กระทำ ซึ่งโดยปกติแล้วผู้ถูกกระทำคงไม่ได้เต็มใจทำอยู่แล้ว แต่เพราะการถูกบังคับ (ทางอ้อม) ของอีกฝ่ายจึงต้องจำใจทำสิ่งนั้น เช่น A อยากไปเที่ยว จึงชวน B ไป โดยใช้คำว่า “เพื่อน” มาอ้าง หรือพูดประมาณว่า “คราวที่แล้วฉันยังไปกับแกเลย” มากดดันให้อีกฝ่ายต้องไปด้วย

หลีกเลี่ยงความขัดแย้ง (Conflict Avoidance)

เวลาที่มีปัญหาหรือมีข้อขัดแย้งที่ไม่ลงรอยกัน ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอาจจะพูดถึงเรื่องอื่นขึ้นมา เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจหรือเป็นข้ออ้าง ให้อีกฝ่ายหยุดพูดถึงปัญหาที่กำลังเกิดขึ้น ณ ขณะนั้น เช่น “อย่าเพิ่งพูดถึงเรื่องหางานทำได้มั้ย แค่เรื่องเรียนทุกวันนี้ก็เครียดมากพอแล้ว” ซึ่งบางครั้งปัญหาที่เกิดขึ้นอาจเป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบต่อความรู้สึกของอีกฝ่าย หรือแม้กระทั่งคนรอบตัว

สั่งสอนทางศีลธรรม (Moral Education)

สำหรับ Guilt Trip ประเภทนี้ เป็นรูปแบบของการที่พยายามเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมอีกฝ่ายให้เป็นเหมือนตัวเองค่ะ โดยไปพูดตัดสินว่าสิ่งที่อีกฝ่ายทำนั้น ‘ผิด’ แต่สิ่งที่ตัวเองทำอยู่ ‘ถูก’  เช่น “ทำแบบนี้ไม่เวิร์คหรอก เธอลองทำตามฉันสิ ผลงานน่าจะออกมาดีนะ”

เรียกร้องความเห็นอกเห็นใจ (Elicit Sympathy)

กรณีนี้มักมาในรูปแบบของการสร้างสถานการณ์ รับบทนักแสดงท่านหนึ่ง เล่นบทเหยื่อหรือผู้ถูกกระทำ เพื่อให้อีกฝ่ายรู้สึกผิด และคิดว่าเขาเป็นต้นเหตุที่ทำให้เกิดสถานการณ์นี้ ซึ่งในบางครั้งสถานการณ์ที่สร้างขึ้นมานั้นมันอาจได้ผลหรือไม่ได้ผลก็ได้ แต่แน่นอนว่าการกระทำแบบนี้ย่อมสร้างความลำบากใจในความสัมพันธ์อยู่แล้วค่ะ

ผลกระทบที่เกิดจากพฤติกรรม Guilt Trip  

การทำให้คนอื่นรู้สึกผิด เพื่อให้เขาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมนั้นส่งผลกระทบในหลายๆ  ด้าน และไม่ว่าความรู้สึกผิดเหล่านั้นจะถูกสร้างด้วยความตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม ล้วนสร้างผลกระทบอยู่ดี ผลกระทบที่เกิดจากพฤติกรรม Guilt Trip มีอะไรบ้าง ไปดูกัน

ความสัมพันธ์พัง

พฤติกรรม Guilt Trip อาจส่งผลเสียต่อความสัมพันธ์ใกล้ชิด มีงานวิจัยชิ้นหนึ่งพบว่า คนที่เจ็บปวดจากการวิจารณ์ของคนรัก มักจะใช้ความรู้สึกเจ็บปวดเหล่านั้น มาทำให้อีกฝ่ายรู้สึกผิด ซึ่งการทำแบบนี้มันสามารถบั่นทอนความไว้วางใจ และทำให้อีกฝ่ายรู้สึกว่าเขากำลังถูกบงการอีกด้วย

สร้างความไม่พอใจ

สาเหตุหนึ่งที่ Guilt Trip สามารถทำลายความสัมพันธ์ได้ก็เพราะว่ามันอาจนำไปสู่ความรู้สึกขุ่นเคืองใจที่ยาวนาน ทำให้เกิดความเกลียดชังที่เกี่ยวข้องกับความรู้สึกผิดพร้อมกับความรู้สึกไม่พอใจเมื่อถูกควบคุม หากอีกฝ่ายทำให้เรารู้สึกในสิ่งที่เราไม่ได้ทำ มันสามารถลดความใกล้ชิด ความเชื่อใจได้  

สุขภาพจิตแย่

พฤติกรรม  Guilt Trip ที่มากเกินไป ส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตหลายอย่าง เช่น วิตกกังวล เสียใจ และนอนไม่หลับ รวมถึงภาวะซึมเศร้า และโรคย้ำคิดย้ำทำ อีกด้วย และเมื่อเวลาผ่านไปความรู้สึกผิดเหล่านี้อาจนำไปสู่ความรู้สึกอับอาย และส่งผลต่อภาพลักษณ์ของตัวเอง จนนำไปสู่การถอนตัวและแยกตัวออกจากสังคมในที่สุด  

เด็กมีความเสี่ยงเป็นพิเศษ!

พฤติกรรม Guilt Trip ที่เกิดจากคนในครอบครัวสามารถทำร้ายเด็กได้ เพราะครอบครัวอาจใช้วิธีการสื่อสารหรือการแสดงออกที่ทำให้เด็กรู้สึกผิด เป็นวิธีการแก้ปัญหา หรือออกคำสั่ง เพื่อให้เด็กทำตามหรือเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม เช่น “ทำไมต้องกลับบ้านดึก” “ทำแบบนี้แม่จะไม่รักนะ” ไปจนถึงการแสดงออกด้วยสีหน้าบึ้งตึงเวลาที่เด็กทำอะไรให้ไม่พอใจ ซึ่งความรู้สึกผิดที่ถูกสร้างขึ้นมา โดยที่เขาไม่ได้ทำอะไรผิดนั้น สามารถทำให้เด็กเชื่อว่าไม่มีอะไรที่ตัวเองสามารถทำได้ดี ส่งผลให้เขามี Self-esteem ต่ำ กลายเป็นเด็กที่สุขภาพจิตแย่ หรือปมในใจได้

วิธีรับมือกับมนุษย์ Guilt Trippers

วิธีที่ดีที่สุดในการจัดการกับเหล่า Guilt Trippers คือ กล้าเผชิญหน้ากับปัญหาที่เกิดขึ้น และบอกเขาไปตรงๆ เลยว่า พฤติกรรมที่พวกเขาทำมันสร้างความไม่พอใจให้กับเรามากน้อยแค่ไหน และมันจะส่งผลเสียต่อความสัมพันธ์ระหว่างเราและเขายังไงบ้าง ทั้งนี้เราเองก็ต้องรับฟังเหตุผลที่เขาพยายามทำให้เรารู้สึกผิดด้วยนะคะ อย่างน้อยพอฟังแล้วเราก็จะได้เข้าใจความต้องการที่แท้จริงของเขามากขึ้นนั่นเองค่ะ  

 

แม้ว่า Guilt Trip จะเกิดขึ้นจากความตั้งใจ หรือไม่ตั้งใจก็ตาม แต่พฤติกรรมเหล่านี้ก็ส่งผลเสียต่อความรู้สึกและความสัมพันธ์อยู่ดี เพราะเมื่อฝ่ายที่โดนกระทำซ้ำๆ เขารู้สึกไม่พอใจจนอยากตีตัวออกห่างเมื่อไหร่ นั่นหมายความว่า ความสัมพันธ์เริ่ม Toxic มากขึ้นเรื่อยๆ แล้วล่ะค่ะ ดังนั้น การพูดคุยกันแบบตรงไปตรงมา สื่อสารในสิ่งที่ตัวเองต้องการให้ชัดเจนก็จะเป็นผลดีต่อความสัมพันธ์มากกว่าการพูดให้อีกฝ่ายรู้สึกผิด ใครเคยอยู่เฉยๆ แล้วกลายเป็นคนผิดบ้าง? มาคอมเมนต์คุยกันหน่อยค่ะ

 

 

ข้อมูลจาก :  https://www.mindbodygreen.com/articles/guilt-tripshttps://www.healthline.com/health/relationships/guilt-triphttps://www.verywellmind.com/what-is-a-guilt-trip-5192249https://www.psychologytoday.com/us/blog/the-squeaky-wheel/201305/7-ways-get-out-guilt-tripsรูปภาพจาก : https://www.freepik.com/

 

พี่แป้ง

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

0 ความคิดเห็น