Teen Coach EP.83 : เสริมความปังให้ตัวเองง่ายๆ เริ่มจาก 'การชื่นชมตัวเอง Self-appreciation'

“อยากผอมเหมือนใหม่ดาวิ”

“อยากหน้าตาเหมือนลิซ่า”

“อยากผิวออร่าเหมือนเกรซ”

เวลาเราไถฟีดตามโซเชียลมีเดียหรือดูคลิป เคยสงสัยกันมั้ยคะว่าทำไมคนรอบตัวมีแต่คนรูปร่างหน้าตาดีกันไปหมด แล้วฉันล่ะ!?  เปรียบเทียบแล้วนอยด์หนัก ยืนส่องกระจกทีไรได้แต่ถอนหายใจ ขนาดพี่หมอแมวน้ำยังเคยเป็นเลยค่ะ อยากผอมบาง อยากฟันไม่เหยิน อยากมีดั้งกับเขาบ้าง อยากตาโตแบ๊ว ๆ ยิ่งอายุเพิ่มขึ้นน้ำหนักรูปร่างหน้าตาเปลี่ยนแปลงไป ทำให้ไม่พึงพอใจสิ่งที่เป็นอยู่ ต้องอาศัยคนรอบข้างเตือนดึงให้กลับมาเข้าสู่โลกของความเป็นจริงว่า เราไม่ได้มีอาชีพเป็นดาราหรือไอดอล การจะสวยเป๊ะปังนอกจากพื้นฐานต้องดี รายได้ก็ต้องมากพอในการไปแต่งเสริมเติมแต่ง มีเวลาดูแลตัวเอง แต่สภาพในตอนนี้แค่ทำงานกลับบ้านก็หมดแรงแล้ว 555

สังคมที่เราอาศัยอยู่เต็มไปด้วยการแข่งขันด้านต่าง ๆ แม้หลายคนไม่ชอบที่ต้องถูกเปรียบเทียบ แต่มันเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริงและห้ามได้ยาก ต่อให้คนอื่นไม่พูดหรือแสดงพฤติกรรมว่าเปรียบเทียบเรากับอีกคน ตัวเราเองยังคิดเปรียบเทียบในใจเลยว่า “ทำไมเราไม่เป็นแบบนั้นบ้าง…” หนึ่งในการเปรียบเทียบที่มีผลสำคัญ คือ รูปร่างหน้าตา ซึ่งแต่ละสังคมมีการให้คุณค่าเรื่องความสวยที่แตกต่างกัน (ฺBeauty Standard) เช่น  “ขาวหมวย หน้าวีเชพดั้งโด่ง ผิวสีแทนตัวเล็ก โดยผู้ที่เป็นคนกำหนดค่าเหล่านี้มักจะเป็นสื่อโฆษณาโซเชียลมีเดียต่างๆ ที่มีวิธีการทำให้คนเกิดการรับรู้ว่า “อย่างไรเรียกว่าสวย” ผ่านทางภาพ คำพูดแบบซ้ำๆ  (Stereotype) คนที่มีรูปร่างหน้าตาตามพิมพ์นิยมของสังคมนั้นจะมีข้อได้เปรียบ ได้รับการชื่นชม จะมี Beauty Privilege หรือ Pretty  Privilege อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งมีผลงานวิจัยออกมาสนับสนุนด้วยนะ! เช่น ได้รับเลือกเข้าทำงาน หรือมีคนช่วยรุมเข้ามาให้การช่วยเหลือ ส่วนคนที่ไม่ได้อยู่ในเกณฑ์มักจะถูกล้อเลียน โดนกีดกัน ไม่ได้รับโอกาสให้ทำสิ่งต่างๆ 

คนไข้วัยรุ่นที่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้าสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการที่รูปร่างหน้าตาไม่ตรงกับ Beauty Standard ส่งผลให้ไม่ได้รับการยอมรับ จนมีความภาคภูมิใจในตัวเองที่ไม่ดี (Low Self-Esteem) หากสาเหตุความเครียดมาจากเรื่องนี้ พี่หมอแมวน้ำจะแนะนำให้ดูแลสุขภาพร่างกายตั้งแต่พื้นฐาน เช่น ความสะอาด หรือการแต่งตัวอาจจะไม่ต้องตามกระแส แต่ดูดีเหมาะกับตัวเรา รวมไปถึงการกิน การออกกำลังกาย และให้หาคุณลักษณะที่ดี ความสามารถพิเศษหรือข้อดีอื่น ๆ เพื่อให้ภาคภูมิใจในตัวเอง (Healthy Self-Esteem) เช่น เป็นคนมีน้ำใจ มีความพยายามอดทน เล่นเปียโนได้ วาดรูปเก่ง ต่อให้ไม่ได้สวยตาม Beauty Standard แต่เราก็มีดี ส่วนคนที่โตขึ้นหน่อยหากอยากปรับแต่งรูปร่างหน้าตาด้วยเทคโนโลยีในปัจจุบันที่ช่วยให้สวยสมใจได้ในชาตินี้ ไม่ต้องรอชาติหน้า ก็สามารถทำได้ ซึ่งการไปเสริมความสวยไม่ใช่เรื่องผิด หากเราไม่ได้ทำให้ตัวเองหรือคนอื่นเดือดร้อน เพียงแต่ต้องคิดทบทวนให้ดีหลายรอบก่อนไปทำหัตถการใด ๆ ถึงข้อดีข้อเสีย และถ้าเราทำมันไปแล้วเราจะมีความสุขมากขึ้นจริงหรือ? เพราะการไล่ตามเทรนด์นิยมมากไป ท้ายที่สุดเราจะสูญเสียความเป็นตัวเอง และหลงลืมว่าเราเป็นใครหรือเปล่า?

แต่ถ้าหากเราสวยในแบบฉบับของเราและภาคภูมิใจในตัวเอง พี่หมอแมวน้ำขอแนะนำวิธี “การชื่นชมตัวของเราเอง” (Self-appreciation) ไม่ต้องรอให้ใครมาชม เราชมตัวเองได้โดยที่ไม่ได้หลงตัวเอง

>> การชื่นชมตัวของเราเอง (Self-appreciation)

 คือ การแสดงความมีเมตตาและชื่นชมสิ่งดีๆ ที่เรามีอยู่ แทนการมองหาความผิดพลาดหรือโทษตัวเอง คนส่วนใหญ่มักสับสนเข้าใจผิดว่า “การชื่นชมตัวของเราเอง” (Self-appreciation) มีความหมายเหมือนกับ “ความภาคภูมิใจในตัวเอง” (Healthy Self-Esteem) แต่จริง ๆ แล้วความหมายต่างกัน โดย “Self-appreciation” เป็นกระบวนการที่เราชื่นชมและขอบคุณตัวเองทั้งในเรื่องที่เรามีร่างกายที่ทำงานได้อย่างเหมาะสม ความสามารถพิเศษหรือสิ่งที่เราถนัด “ทำได้ดี” (Strength) รวมไปถึงการชื่นชม “จุดอ่อน” (Weakness) ของตัวเอง เพราะทุกอย่างมีข้อดีข้อเสีย แม้กระทั่ง “จุดอ่อน” ของเราก็ยังมีข้อดี! เช่น “แม้ฉันจะไม่มีความเป็นผู้นำและขาดทักษะในการเจรจาต่อรอง แต่อย่างน้อยฉันสามารถเป็นผู้รับฟังและผู้สังเกตการณ์ที่ดีได้” โดยที่**ไม่ได้ตัดสิน** การชื่นชมตัวเองไม่ได้ทำให้เราเหลิงหลงตัวเอง เพราะเราชมตามความเป็นจริง :) รูปร่างหน้าตาแต่ละคนมีความต่างกัน คนที่สามารถชื่นชมตัวเองได้จะรักษาดูแลร่างกายตัวเองดี มีความยินดีที่อวัยวะต่างๆ ยังทำหน้าที่ของมันได้ ไม่ให้ความใส่ใจกับสิ่งที่คนอื่นตัดสิน แต่ถ้าคนที่สนใจเรื่องภาพลักษณ์ของตนเอง (Self-image) จะมีความคาดหวัง หากไม่ได้เป็นไปตามที่ต้องการจะเกิดความทุกข์

 ส่วนคำว่า “ความภาคภูมิใจในตัวเอง (Self-esteem)” คือ การที่คนให้คุณค่ากับตัวเอง (Self-Worth) ซึ่งเป็น**การตัดสิน**รูปแบบหนึ่ง หากเรารู้สึกเคารพ (Respect) และชื่นชม (Admiration) ตัวเองได้เราจะมี Self-esteem ที่ดี บางคนแม้มีคุณสมบัติที่เป็นจุดแข็ง (Strength) ถ้าเค้าไม่ให้คุณค่ากับคุณสมบัตินั้นเค้าจะไม่นับเป็นข้อดีของตัวเอง แต่ละคนมีมุมมองในเรื่องคุณสมบัติที่แตกต่างกัน เช่น “คนนั่งเงียบ” บางคนอาจมองว่าเป็นข้อดีเพราะการเงียบจะทำให้เราสังเกตสิ่งรอบข้างและฟังที่คนอื่นพูด แต่บางคนมองว่าเป็นข้อเสียเปรียบเพราะทำให้ไม่สามารถแสดงความเห็นของตัวเองออกมาได้ แต่หากมองแบบ Self-appreciation จะไม่ไดัตัดสินว่า “คนที่เงียบ” ดีหรือไม่ดี เพราะเป็นคุณสมบัติที่มีประโยชน์ในบางสถานการณ์เหมือนกัน พูดแบบให้เข้าใจง่าย คือ “จงยินดีในสิ่งที่คุณมี”

>> วิธีการชื่นชมตัวเอง

1. ฝึกชมตัวเอง: เราสามารถชื่นชมตัวเราได้เองโดยไม่ต้องรอให้คนอื่นมาชม หรือมีเรื่องที่ต้องสำเร็จ (achievement) ระดับสูงมากถึงค่อยทำ แค่เป็นเรื่องธรรมดาสามัญที่เกิดในชีวิตประจำวันเราสามารถชื่นชมได้ เช่น “วันนี้เราสามารถเดินขึ้นบันได BTS ได้ ต้องขอบคุณที่ขาของเรายังทำงานได้ดี”

 

2. ใช้คำที่มีความหมายดีในการชื่นชมตัวเอง: หลักการง่าย ๆ คือ คิดให้เสมือนกับเวลาที่เราใช้คำชมคนอื่น มีคลังคำศัพท์เชิงบวกไว้เลือกชมตัวเอง เช่น ขยัน, กล้าหาญ, ใจดี, ร่าเริง

 

3. ฝึกชื่นชมตัวเองในทุกวัน: พยายามฝึกชมทุกวัน ช่วงแรกอาจจะเขินหรือไม่กล้าชมตัวเอง ค่อย ๆ เพิ่มจำนวนเรื่องที่ชมจาก 1 เรื่องต่อวันแล้วเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ อาจเริ่มจากพูดชมตัวเองหน้ากระจก ถ้าให้ดีควรบันทึกเอาไว้ตามรูปแบบที่สะดวกอย่างการจดบันทึกในสมุด โพสต์ลงโซเชียลมีเดีย ถ้ายังอายให้ set เป็น only me แต่ถ้าอยากประกาศให้โลกรู้ก็เปิดให้คนอื่นมองเห็นได้ ที่ต้องให้บันทึกเอาไว้ประโยชน์ของมัน คือ วันไหนที่รู้สึกแย่ จะได้ย้อนกลับมาดู มีหลักฐานการชื่นชมข้อดีของตัวเอง “อย่างน้อยครั้งหนึ่งเราก็เคย…”

 

4 ยอมรับทุกสิ่งที่เป็นตัวเอง: ทุกคนมีทั้งจุดแข็ง (strength) และจุดอ่อน (weakness) หากคิดวิเคราะห์เองยังไม่ออกให้ลองถามคนที่เราไว้ใจและรู้จักเราดี ช่วยบอกข้อดีข้อเสียของเรา

 การชื่นชมตนเองอาจดูแปลกๆและขัดกับวัฒนธรรมความเชื่อของคนไทย บางคนอาจมองว่าเป็นเรื่องการยกยอปอปั้นหลงตัวเอง ทั้งที่จริง “เราไม่ได้เป็นคนที่มีอะไรดีที่ควรชมขนาดนั้น”

หมอเลยอยากชวนให้ทุกท่านลองปรับมุมมองที่มีต่อเรื่องนี้ ทุกคนมีของดีอยู่ในตัวเองรวมไปถึงความงามของเราที่ไม่มีใครเหมือน การที่คนอื่นไม่ชมไม่ได้หมายความว่าเราไม่ดีหรือแย่ เพียงแต่ “เรา” ไม่ได้ตรงกับสิ่งที่เค้าคาดหวังเท่านั้นเอง 

แล้ววันนี้น้องๆ ชาว Dek-D ชมตัวเองแล้วหรือยังคะ? 

Referencehttps://blog.gratefulness.me/self-appreciation/https://www.trackinghappiness.com/self-appreciation/https://extension.usu.edu/mentalhealth/articles/the-importance-of-self-appreciationhttps://www.fearlessculture.design/blog-posts/self-appreciation-is-the-foundation-of-lifehttps://www.myimperfectlife.com/features/pretty-privilege

 

 หมอแมวน้ำเล่าเรื่อง “จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น”

หมอแมวน้ำ

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

0 ความคิดเห็น