เอี้ย เอี้ย เอี้ย...

 

 

          จากวันนั้นที่ดินแดนเขาชนไก่  จนถึงวันนี้ที่กำลังนั่งเขียนบทความเรื่องนี้อยู่ที่ออฟฟิต Dek-D เสียงตะโกนแบบสุดกำลัง สุดแรงเกิด เวลาโดดหอ เวลาแบกปืนวิ่ง ของ รด. ที่ว่า เอี้ย เอี้ย เอี้ย... มันยังไม่เคยจางหายไปจากหูของ พี่ลาเต้ เลย...(เหล่า รด. เป็นเหมือนกันไหม)...มันเป็นเสียงแห่งความภาคภูมิใจ แห่งความประทับใจ ของลูกผู้ชายคนหนึ่ง ที่อาจจะไม่ค่อยเต็มใจอยากเจอกับมันมากนัก...แต่พอได้เจอ ได้รู้จัก ก็มีความสุขทุกครั้งเมื่อได้คิดถึงมัน...

 

          และอีกสิ่งหนึ่งที่ พี่ลาเต้ อดที่จะคิดถึงไม่ได้...นั่นก็คือน้องๆชาว Dek-D ทุกคน...ที่วันนี้ “เรื่องเล่าเขาชนไก่” ได้เดินทางมาถึงตอนที่ 3 แล้ว...แต่ก็ยังได้รับความสนใจ และความนิยมจากน้องๆมากมายอยู่เช่นเดิม...และมีทีท่าว่าจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆด้วย (ปลื้มจริงๆ)...เอาเป็นว่าเพื่อเป็นการสมมนาคุณน้องๆที่ติดตาม “เรื่องเล่าเขาชนไก่” มาโดยตลอด...วันนี้ พี่ลาเต้ จะมาเล่าประสบการณ์ตรงจากดินแดนแห่งนี้ ให้หมดเปลือกเลยหละครับ...ถ้าพร้อมแล้ว...ไปกันเลย...เอี้ย เอี้ย เอี้ย...

 

          หลังจากที่ตอนที่แล้ว...พี่ลาเต้ ได้แนะนำอุปกรณ์ของสำคัญที่ไม่ควรพลาดในการเอาไป “เขาชนไก่” แล้ว...วันนั้น พี่ลาเต้ ก็จะมาบอกเล่าถึงเรื่องราวการใช้ชีวิต หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ไลฟ์ไสต์ของเขาชนไก่ นั่นเองคร๊าบ...

 

 

ห้องน้ำ ท่ามกลางธรรมชาติ

 

          ใครที่จะต้องไปเขาชนไก่ ปีนี้เป็นครั้งแรก...สิ่งที่ พี่ลาเต้ ภูมิใจนำเสนอ และอยากจะแนะนำมากที่สุด คงจะเป็นห้องส้วม...แหม...ไม่อยากจะพูด...ห้องส้วมที่นี้ขอบอกว่าเพดานด้านบน จะทำมุม 360 องศากับท้องฟ้า...ซึ่งเหมาะสมเป็นสถานที่ดูดาวมากๆ...พูดง่ายๆก็คือ ห้องส้วม ห้องอุจจาระของเขาชนไก่ จะมีลักษณะเปิดด้านบน...ซึ่งไม่เพียงเท่านั้น ผนังของแต่ละห้องส้วมยังมีความสูงเพียงน้อยนิดอีกด้วย...คิดดู พี่ลาเต้ สูง 180 ได้ไปยืนเทียบมา...กำแพงห้องน้ำสูงเพียงเอวของ พี่ลาเต้  ดังนั้น คนที่หวังไปปลดทุกข์ที่นั้น...คงจะไม่ได้ปลดทุกข์ สมชื่อหรอก...พี่ลาเต้ ก็เลยอยากจะแนะนำน้องๆว่าก่อนไปเขาชนไก่ พยายามขับถ่าย ปลดทุกข์ ปลดของเสีย ให้ออกจากร่างกายเสียตั้งแต่ที่บ้าน...ไปเขาชนไก่ จะได้ไม่ต้องปวดท้องให้หมองใจ...เหมือนกับเพื่อนพี่ลาเต้

 

ที่พอได้เห็นห้องน้ำแล้ว...หัวเด็ดเท้าขาด ยังไงก็จะไม่ขอใช้บริการห้องส้วมนี่เด็ดขาด...แต่เหมือน พ่อปู่เขาชนไก่ ได้ยินจึงสมมนาคุณซะงั้น...ขณะที่เพื่อนพี่ลาเต้กำลัง กำลังพักอยู่นั้น...เจ้ากรรมเกิดปวดท้องขึ้นมาทันที..และไม่มีทีท่าว่าจะหยุดไม่ได้ด้วย...จึงขอกลืนน้ำลายตัวเองกลับคำพูด ไปเข้าห้องน้ำ...มันเล่าให้พี่ลาเต้ฟังว่า “ตอนที่ไปเข้าเห็นว่าไม่มีใครเข้า เลยมั่นใจว่าคงจะไม่มีใครเห็น...แต่ปรากฏว่าเข้าไปได้สักพัก...รด.อีกกลุ่มหนึ่งก็วิ่งมาเข้าเหมือนกัน วิ่งมาเยอะมาก จนห้องน้ำเต็ม แต่ประเด็นมันอยู่ตรงไอ้คนที่ยืนรอนี่สิ...เต็มหน้าห้องน้ำเลย และก็เห็นหมดเลยว่าในห้องน้ำกำลังนั่งทำอะไรกันอยู่...อิอิ...ถึงตอนนั้นต่อให้ยังไม่สุด ก็ต้องสุดแล้วหละคร๊าบ...” แต่เทคนิคของ พี่ลาเต้ คือก่อนวันไปเขาชนไก่สัก 3 วัน...ต้องจัดการปลดทุกข์ให้เต็มที่อยู่ที่บ้าน เมื่อเราไปเขาชนไก่ ต่อให้ทานเยอะ กินเยอะ แค่ไหนก็ไม่ปวดท้องแน่นอน...ฟันธง...

 

 

เดินเวรยามต้องระวัง...ห้ามมองเส้นขอบฟ้า...

 

          นอกจากได้รับสมมนาคุณในการเข้าห้องน้ำ ที่เวลานั่งส้วมแล้ว...สามารถมองเห็นท้องฟ้าได้ทั้งใบแล้ว...น้องๆยังจะต้องได้รับโชคชั้นที่ 2 ต่อกันติดๆที่จะต้องปฏิบัติภารกิจเวรยามตอนกลางคืนอีกด้วย...การเป็นเวรยามนั้น...ครูฝึกจะให้เราจับกันเป็นคู่...ซึ่งคู่นั้นไม่ใช่ใครที่ไหน...เป็นคู่ร่วมเต็นท์เรานั่นเอง...โดยทุกคืนก็จะหมุมเวียน ผลัดเปลี่ยนออกมายืนคู่ละ 1 ชั่วโมง...การยืนเวรนั้น...ต้องมาเต็มยศนะครับ...แล้วก็เดินตรวจตราตามสถานที่ที่เราได้รับผิดชอบ เช่น ห้องน้ำ ห้อมส้วม ที่พักครูฝึก...ซึ่งดูไปมาเหมือนง่าย...แต่จะบอกว่าทรมานมากๆ...ยิ่งใครที่ได้เวรกลางดึก ประมาณ ตี 1 ตี 2 ถึงกับเอาความทรมานคูณ 2 ไปเลย...เพราะมันหนาวจับใจมากๆ...อย่าง พี่ลาเต้ ตอนนั้นบุญน้อยอีกแล้ว...เพราะเวรมันวนมาจบรอบ 2 ที่ คู่พี่ลาเต้พอดี...(เศร้าเลย)...แต่ก็มีเรื่องเล่านะครับว่า...ตอนยืนเวรยามนั้น...ครูฝึกเขามักจะเตือนไว้เสมอว่า “ห้ามมองไปยังเส้นขอบฟ้า”

 

          ที่ห้ามมองนั้น ไม่รู้เป็นเรื่องจริง หรือเรื่องหลอกให้นักศึกษา หายห่วง เพราะครูฝึกได้เล่าให้ฟังว่า “ดินแดนเขาชนไก่ ก็เป็นที่รู้กันดีว่าเป็นดินแดน ประวัติศาสตร์ ผ่านการทำศึก ทำสงครามมามาก อีกทั้งก็มีข้าศึก นักรบมาจบชีวิตที่นี้มากพอกัน...จนปีที่ผ่านมาก็มี รด.ปี 3 คู่หนึ่ง ยืนเวรยาม...ขณะที่ยืนนั้น ปรากฏว่าปวดฉี่ และก็ได้ไปฉี่ตรงโคนต้นไม้ ในป่า...ระหว่างที่ทั้งคู่ยืนฉี่นั้น สายตาข้างหน้าก็มองไปเห็นเส้นขอบฟ้า (เป็นเส้นที่ฟ้ากับพื้นดินบรรจบกัน)...ทั้งคู่ชื่นชนในความสวยงามของเส้นขอบฟ้าได้ไม่นาน...ก็ได้สังเกตเห็น ฝูงม้า ธงรบ จำนวนมาก...ต่างวิ่งมาเป็นกลุ่มใหญ่...ราวกับกองทัพที่จะมาทำศึกสงคราม...ขณะนั้นเสียงร้องของม้า เสียงสะบัดของธงรบ เริ่มดังและใกล้เข้ามาเรื่อยๆ...ทั้งคู่จึงตัดสินใจหันหลังเพื่อวิ่งไปที่กองร้อย...แต่ขณะที่หันหลังไป...แต่ไม่ทันได้วิ่ง...สายตาทั้งคู่ก็ได้เห็นม้าสีดำตัวใหญ่ ด้านบนมีชายร่างกำยำใส่เสื้อสีแดงนั่งอยู่ โดยชายกำยำคนนั้นก็กำลังใช้ดาบฟาดฟันมาที่ร่างกายของ รด. คู่นี้...ทั้งคู่ถูกดาบฟันจนสลบคาที่....”

 

          “พอรุ่งเช้ามา ครูฝึกเช็คยอดปรากฏว่า “ไม่ครบ” หายไป 2 คน...จึงได้ออกตามหาและก็พบว่า รด. คู่นี้นอนบิด นอนเบี้ยว ไม่รู้สึกตัวอยู่ใต้โคนต้นไม้...ทางครูฝึกเห็นท่าไม่ดีจึงส่งโรงพยาบาล...ซึ่งหมอก็บอกว่า “เด็ก 2 คนนี้น่าจะออกมาเดินเล่นตอนกลางคืนและระหว่างนั้นมีอาการหนาวทำให้เส้นทับกัน...ขยับตัวไม่ได้ จนต้องนอนบริเวณนั้นถึงเช้า”...หลังจากที่ครูฝึกเล่าจบนั้น...ก็ไม่มีใครกล้าที่จะมองไปที่เส้นขอบฟ้ายามค่ำคืนอีกเลย...

 

 

         

ปืน สำคัญกว่าชีวิตเรา...จำไว้...

 

          พออ่านเรื่องราวของตำนานเส้นขอบฟ้ากันแล้ว...น้องๆก็อย่าเพิ่งกลัวจนลืมสิ่งของสำคัญนะครับ...555...เพราะ พี่ลาเต้ จะบอกว่า ปืน ที่ครูฝึกแจกให้เราตั้งแต่วันแรกที่ไปเขาชนไก่นั้น จะสำคัญมากๆ สำคัญขนาดที่ว่า “มากว่าชีวิตเราเลย” ...ดังนั้นเมื่อวันแรกที่เป็นถึงเขาชนไก่ หลังที่ครูฝึกแจกปืนคนละกระบอก (ปืนที่ว่านี้ ไม่ใช่ปืนเล็กๆที่ตี๋ใหญ่เอามาใช้ยิงกันนะครับ...เป็นปืนที่เขาใช้จริง แต่ปลดประจำการณ์ไปแล้ว น้ำหนักก็พอสมควร ความสูงประมาณเอวเราได้ครับ...) น้องๆจะต้องเก็บปืนนี้ให้ดีเลยหละครับ...ถ้าหายหละก็...ไม่ “ซวย” แค่เราแน่...อาจจะ “ซวย” ทั้งกองพันเลยทีเดียว...ว่าแล้วอาจไม่เชื่อ พี่ลาเต้ ก็จะขอเล่าเรื่องประสบการณ์ความ “ซวย” ของกองพัน พี่ลาเต้ ถึงบรรยากาศตอน ปืนหาย ให้ฟังครับ...

 

          “วันนั้นเดินทางไกล ดูเข็มทิศ ตอนกลางคืนครับ...โดยครูฝึกย้ำนักว่าทุกกองร้อยจะต้องมาเจอกันที่รวมพลตอน 3 ทุ่มตรง...(ซึ่งขอบอกว่าตอนเดินทางไกลกลางคืน มันจะมืดมากๆ มืดขนาดเพื่อนที่เดินอยู่ด้วยกันยังมองไม่เห็นหน้าเลย ฟังเอาแต่เสียง)...ซึ่งระหว่างที่เดินทางไกลนั้น ก็อาจจะมีเดินบ้าง หยุดบ้าง พักบ้าง เพื่อรอทิศทางจากพลเข็มทิศ...ไอ้ระหว่างที่ พัก เนี่ยหละครับ...เพื่อนในกลุ่มของ พี่ลาเต้ ดันไปวางปืนพาดไว้กับต้นไม้...จนสักพักพอได้สัญญาณจากพลเข็มทิศให้เดินต่อ เพื่อนของพี่ลาเต้ ก็ขมักเขม้นเร่งคว้าปืนที่วางพาดไว้กับต้นไม้ไปอย่างรวดเร็วเพื่อให้ทันเวลา... ระหว่างทางก็มี ทั้งเดิน ทั้งวิ่ง ทั้งเลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา หลายตลบกว่าจะมาโผล่ที่รวมพล...และพอมาที่รวมพลก็เริ่มมีแสงสว่าง...แต่แล้ว ดวงตาของ รด. ทุกคนในหมวดของ พี่ลาเต้ ถึงกับต้องสว่างมากกว่าแสงไฟหลายเท่า...เมื่อได้เห็นว่า มีเพื่อนคนหนึ่งไม่ได้ถือปืน แต่กลับถือด้ามไม้มาแทน...เอาละซิ...จะวิ่งกลับไปทางเดินก็ต้องใช้เข็มทิศ ซึ่งใช้เวลานาน...สรุปคือ คืนนั้น ทั้งกองพันของ พี่ลาเต้ ไม่มีใครได้นอนในเต็นท์สักคนเดียว...ทุกคนถูกทำโทษให้ออกมานอนกลางแจ้ง ท่ามกลางอากาศหนาวๆ...แต่ถึงจะหนาวอย่างไร ก็กลับรู้สึกอบอุ่นครับ...เพราะเชื่อไหมครับว่าไม่มีใครโกรธเพื่อนคนที่หยิบปืนมาผิดเลย...ซึ่งสาเหตุก็อาจะเป็นเพราะที่เจ้าตัวพอรู้ว่าตัวเองหยิบปืนสลับกับด้ามไม้มาผิด ก็ร้องไห้ตลอดเวลาเลย...เพื่อนๆเลยสงสารครับ...และก็เชื่อไหมครับว่า หลังจากนั้นเพื่อนคนนี้...ก็มีชื่อใหม่เลยหนะครับ..ว่า “ไอ้ปืน”

 

 

 

 

ดินแดนที่มีแต่ผู้ชาย...หาก หื่นกระหาย จะทำยังไง…

 

ก่อนเดินทางไกลนับแล้วมี 10 คน...เหตุไฉนอยู่ในป่าถึงนับได้ 11 คน...

 

เครื่องโดดหอ ทำไมใครๆก็อยาก สละสิทธิ์ ตั้งแต่เดินขึ้น...

 

 

 

อ่านประสบการณ์ เรื่องเล่าเขาชนไก่ ตอนต่างๆ คลิกที่นี่

พี่ลาเต้
พี่ลาเต้ - Columnist นักข่าวสายการศึกษา เกาะติดทุกข่าวแทนน้องๆ ตัวถีบ ตัวดันให้ ม.6 สอบติด

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

51 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
เก่ง 16 ม.ค. 51 11:18 น. 6
ว้าๆพี่คับ ผมเป็น รด.เชียงใหม่อ่ะคับ จะต้องไปค่าย วันที่21-25นี้แล้วอ่ะคับ ขอบคุณพี่มากๆน่ะคับ
0
กำลังโหลด
เอี๊ยด 16 ม.ค. 51 11:20 น. 7
นศท.ญ ก็ฝึกอย่างเมามันส์เหมือนกัน ไปดูรูปได้นะจ๊ะ http://3oussusu.hi5.com ต้องบอกไว้เลยว่า อะไรที่ไม่เคยกล้าทำถ้าได้ไปเขาชนไก่แล้ว ไม่มีอะไรที่ทำไม่ได้...
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
ยมทูตฟ้า Member 16 ม.ค. 51 12:09 น. 9
จะติดตามตอนต่อไป อิอิ

พ่อเราเล่าให้ฟังว่าตอนเค้าให้ยิงปืนมีกระเทยอยู่ในกลุ่มแล้วไม่กล้ายิงปืนก็บอกพ่อเรายิงให้หน่อยพ่อเราก็ยิงให้ กลุ่มพ่อเลยโดนทำโทษกันหมด
แต่ก็ไม่มีใครโกรธกระเทยคนนั้นเพราะพ่อเราบอกกระเทยก็เหมือนผู้หญิง  ทุกคนในกลุ่มพ่อเลยไม่มีใครโกรธเพราะเค้าเข้าใจ
0
กำลังโหลด
songzai3aa Member 16 ม.ค. 51 12:11 น. 10
แง้วววว อ่านทุกตอนเลยอะ ชอบๆๆๆๆ อยากอ่านตอน ผู้ชายหื่นกระหาย เพื่อนไปมาแล้ว แล้วเพื่อนเป้นกะเทยด้วย มาเล่าให้ฟัง ขำๆ
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
ร.ด.ปี 2 16 ม.ค. 51 16:54 น. 14
ไปมาแล้ว!!! แต่ ปี 2 อ่าคับ พันปกครอง 22 ผลัด 6 สนุกดีครับ เน้นฮาดี กลับมาแทบคลุกฝุ่น เรียกว่ากินฝุ่นเป็นอาหารเลยก็ว่าได้ครับ แต่มันจริงๆครับ
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
M o i u E w n [,,] เ พ้ อ * ~ Member 16 ม.ค. 51 19:30 น. 17
555 มันก้อจิงอ่ะ อย่ามองเส้นขอบฟ้า แต่เราไม่รุ้ว่ามันคืออะไร เรายืนเฝ้า ประตูหลังสุดเลยอ่ะ หลอนโค่ดๆอ่ะ ตอนหมามันหอน - -*

กองพัน 61 กองร้อย 101 หมวด 2 หมู่ 5 คนที่ 4

กุหลาบขาวๆ ใจสู้ รู้หน้าที่ มีวินัย ตั้งจัยฝึก เอี้ยๆๆๆ
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
ร.ด. ปี3หญิง 16 ม.ค. 51 22:02 น. 20
ไปเขาชนไก่มาล่ะค่ะ สนุกมากเลย อยู่ปี3พลัด1 ไปมาเมื่อวันที่ 13/14/15 มกราคม โดดหอสนุกมากมองจากข้างล่างไม่เท่าไหร่ แต่เมื่อมองจากข้างบนอิอิ กลัวเหมือนกัน กองพัน61กุหลาบขาว
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด