สวัสดีครับ น้องๆชาว Dek-D ทุกคนคร๊าบ...วันนี้ พี่ลาเต้ ขอเริ่มต้นข่าวการศึกษาประจำวันด้วยข่าวที่ไม่ค่อนข้างดีนัก...จะเป็นข่าวอะไรนั้นไปตามอ่านกันเลยครับ...

 

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 20 ม.ค. ร.ต.อ.ปัญญาลักษณ์ เปรมปรีด์ ร้อยเวร สภ.ทุ่งคอก อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี ได้รับแจ้งเหตุคนยิงตัวตายที่บ้านเลขที่ 214 หมู่ 2 ต.บ่อสุพรรณ อ.สองพี่น้อง จึงรายงานให้ พ.ต.ท.พศวีร์ เรืองภู่ สวญ.สภ.ทุ่งคอก นำกำลังตำรวจ พร้อมแพทย์เวร รพ.สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 17 ไปตรวจสอบ

          
 

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านครึ่งปูนครึ่งไม้ 2 ชั้น ในห้องนอนชั้นบนพบศพ นายนิธิพัฒน์ เกียรติกรชูวงศ์ อายุ 18 ปี ลูกชายเจ้าของบ้าน เป็นนักเรียนชั้น ม.6 โรงเรียนมัธยมฐานบินกำแพงแสน จ.นครปฐม นั่งหงายหน้าอยู่ที่เก้าอี้โต๊ะเขียนหนังสือ มีบาดแผลถูกยิงด้วยปืน .38 ที่ขมับขวาทะลุซ้าย ข้างตัวพบปืน .38 ตกอยู่ 1 กระบอก ในลูกโม่บรรจุกระสุน 5 นัด ถูกยิงไปแล้ว 1 นัด นอกจากนี้ยังพบจดหมายลาตายวางอยู่บนโต๊ะ มีข้อความเขียนถึงเพื่อน ๆ และอาจารย์ที่โรงเรียน ระบุว่า "ฝากบอกเพื่อนทุกคนให้ช่วยกันขยันเรียน ทำตัวให้ดี เรียนให้จบ แต่ผมคงเรียนไม่จบ ขอโทษเพื่อนๆ และอาจารย์ด้วย" นอกจากนี้ในจดหมายฉบับเดียวกันยังมีข้อความเขียนถึงน้องชายว่า ให้อ่านหนังสือให้มากๆ จะได้สอบเป็นตำรวจได้ตามที่ตั้งใจเอาไว้ พร้อมทั้งฝากขอโทษพ่อแม่ที่ทำตัวไม่ดี ชาตินี้ลูกขอลาไปก่อน ชาติหน้าจะมาเกิดเป็นลูกของพ่อแม่อีกครั้ง ตำรวจจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน 

 

จากการสอบสวน นายสุพจน์ เกียรติกรชูวงศ์ อายุ 43 ปี พ่อผู้ตายอยู่ในอาการเศร้าโศกเสียใจ ให้การว่า มีอาชีพทำไร่อ้อย ฐานะค่อนข้างดี มีรถบรรทุก 10 ล้อเป็นของตัวเอง ผู้ตายเป็นลูกคนที่ 2 จากจำนวนทั้งหมด 5 คน เป็นชาย 4 คนและคนเล็กเป็นผู้หญิง เป็นเด็กดีมีนิสัยร่าเริง ร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ ไม่เคยมีปัญหาทางบ้าน การเรียนก็ค่อนข้างดี ได้เกรด 3 กว่า ไม่ทราบว่าชนวนเหตุ ที่ยิงตัวตายมาจากเรื่องอะไร เพราะไม่เคยเล่าปัญหาอะไร ให้ฟัง ก่อนเกิดเหตุผู้ตายเก็บตัวเงียบอยู่ในห้องนอน ส่วนตนนั่งเล่นอยู่ชั้นล่าง ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด รีบขึ้นไปดูพบว่าประตูห้องถูกปิดล็อกจากด้านใน จึงใช้กุญแจสำรองไขเข้าไปก็ต้องตกใจแทบช็อกเมื่อพบว่าลูกชายยิงตัวตายแล้ว ส่วนปืนที่ใช้ก่อเหตุเป็นของตนที่เก็บไว้ ในห้องนอน

 

ด้าน พ.ต.ท.พศวีร์ เรืองภู่ สวญ.สภ.ทุ่งคอก เผยว่า จากการสอบถามพ่อแม่และคนใกล้ชิดยืนยันว่า ผู้ตายไม่มีปัญหาอะไรที่บ้าน เข้าใจว่าสาเหตุที่คิดสั้นฆ่าตัวตายน่าจะมาจากความเครียดเรื่องการเรียน เนื่องจากอีก 1 เดือนกว่าจะสอบปลายภาค อาจกลัวว่าจะสอบไม่ผ่านหรือทำคะแนนได้ไม่ดีทำให้พ่อแม่ผิดหวัง จึงเครียดจัดและเกิดความกดดันทำให้คิดสั้นตัดสินใจยิงตัวตายดังกล่าว

 

          น้องๆชาว Dek-D ที่ได้อ่านข่าวนี้จบแล้ว พี่ลาเต้ ก็ขอแนะนำให้ใช้วิจารณญาณในการอ่านด้วยนะครับ...เพราะถือเป็นข่าวที่ค่อนข้างรุนแรง และเสี่ยงต่อการทำตามของเด็กๆด้วย...ดังนั้นหากมีน้องๆอ่านอยู่ก็ช่วยแนะนำด้วยนะคร๊าบ...
 

พี่ลาเต้ขอขอบคุณข้อมูลจากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

พี่ลาเต้
พี่ลาเต้ - Columnist นักข่าวสายการศึกษา เกาะติดทุกข่าวแทนน้องๆ ตัวถีบ ตัวดันให้ ม.6 สอบติด

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

24 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
anycall 21 ม.ค. 51 20:53 น. 5
อ่านแล้วอย่าทำตามกันน่ะครับ ชีวิตยังมีอะไรอีกเยอะเกรดไม่ดีอย่าเอามาตัดสินชีวิตน่ะครับ ชีวิตไม่ได้ตัดสินที่สิ่งเหล่านี้ มันก็ขึ้นอยู่กับตัวเราเองจะเลือกเดินทั้งนั้นแหละครับ สู้ๆชีวิตเราต้องมีดีซักวันจะเลวร้ายทั้งชีวิตก็ให้มันรู้ไป^-^
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
MPc>_< Member 21 ม.ค. 51 21:32 น. 8

แต่เราว่ามันต่างคนต่างความคิด
จิงยุที่มันเกินกว่าเหตุ
แต่ความคาดหวังก้อกลายเป็นแรงกดดันได้เหมือนกัน
การสอบตกของคนไม่เคยตก
แถมยังมาตกครั้งแรกตอนสำคัญแบบนี้(จาเอนฯแล้วไง)
มันท้อนะ

0
กำลังโหลด
เด็กมีปัญหา หา หา Member 21 ม.ค. 51 21:46 น. 9

อ่า...เราค่อนข้างเข้าใจเค้านะ เพราะเราเองก็เคยประสบปัญหาแบบนี้ เกรดต่ำ เรียนไม่จบ พ่อแม่กดดัน ฯลฯ
เคยคิดอยากจะฆ่าตัวตาย แต่...ระหว่างที่เรานั่งร้องไห้ น้อยใจพ่อแม่แเสียใจต่อโชคชะตาอันน่าทุเรศของตัวเองอยู่นั้น เราก็นึกขึ้นมาได้ว่า...ถ้าเราตายไป ใครจะเป็นอยู่ดุแลพ่อกับแม่ตอนพวกท่านแก่เฒ่า พวกท่านจะอยู่กันยังไงถ้าไม่มีเรา พวกท่านจะเสียใจมากแค่ไหนตอนเราจากไป ถ้าเราไม่อยู่แล้วใครจะเป็นคนเล่นกับลูกๆทั้ง7(หมา= =;;) ทำไมเราต้องเห็นแก่ตัวขนาดนี้ ทำไมเราถึงไม่สู้ ถ้าเราสู้ไม่ถอยเดี๋ยวทุกอย่างมันก็ผ่านพ้นไปได้เอง...พอเราคิดได้เราก็หยิบเชือกที่กะว่าจะเอามาแขวนคอนั้นโยนทิ้งไปเลย แล้วเดินกลับมาทำการบ้านที่ค้างไว้จนเสร็จ.

ณ ปัจจุบันตอนนี้เราก็ยังเรียนไม่จบนะ(ซ้ำ1ปีไง) แต่ก็ใกล้จบแล้วล่ะ(จริงเหรอ= =;;) พอจบแล้ว เราตั้งใจว่า เราจะไม่ทำตัวให้พ่อแม่ต้องเสียใจอีกแล้ว และที่สำคัญ...ไม่ว่าปัญหาที่เราเผชิญมันจะเลวร้ายขนาดไหนก็ตาม เราจะไม่ฆ่าตัวตายอย่างเด็ดขาด!!! ที่เราจะทำคือ เราจะค่อยๆหาทางแก้ปัญหานั้นๆ เดี๋ยวมันก็แก้ได้หมดเอง

ชีวิตคนเราไม่ได้หยุดอยู่แค่ตรงนี้ เรายังต้องเดินทางต่อไป ถ้าเราไม่เข้มแข็งเข้าไว้ เราก็อยู่บนโลกอันโหดร้ายนี้ไม่ได้หรอก.


สู้ๆเข้านะทุกคน ^___________^+++

0
กำลังโหลด
อุด้งต้มยำ 21 ม.ค. 51 22:16 น. 10
กำ ไหนล่ะว่ากัวพ่อเเม่เสียใจ ทำเเบบนี้มันไม่ยิ่งกว่าเก่าอีกเหรอ บาปหนา สาหัส กว่าจะเกิดมาได้ เเถมยังต้องทิ้งความเสียใจให้พ่อเเม่อีก เเบบนี้ก้เห็นใจอยู่เเต่ไม่สงสารหรอก คิดผิดมหันต์เลยทำเเบบนี้อะ
0
กำลังโหลด
ราตรีแฝงตะวัน Member 21 ม.ค. 51 22:24 น. 11
เราคิดนะ ชีวิตมีชีวิตเดียว ควรรักษาไว้ให้ดีที่สุดมากกว่า แล้วถ้ามีเรื่องกดดันอะไร ถ้าคิดฆ่าตัวตาย ก็ให้ลองคิดถึงฟ้าหลังฝนซิ เราเองก็เป็นนะ อยากฆ่าตัวตายแต่พอลองมองชีวิตที่ผ่านมาทั้งหมดสิ มีทั้งทุกข์ ทั้งสุข ลองมองตอนที่เราเคยผ่านช่วงเวลาที่ทุกข์เหล่านั้นสิ เราผ่านมันมาได้ด้วยความรู้สึกอย่างไรละ บางคนลืมช่วงเวลาเหล่านั้นไปแล้วด้วยซ้ำ แล้วจะมองเห็นว่าชีวิตยังมีอะไรอีกเยอะ อย่าพึ่งให้ความคิดที่เรียกว่าอารมณ์ชั่ววูบที่เกิดจากความน้อยใจ หรือเสียใจกับเรื่องต่างๆฆ่าตัวเองไปก่อนละ บางคนก็ความจำดีนะ โดยเฉพาะการรอคอยการแก้แค้นนะ แต่ถามหน่อย แก้แค้นแล้วมันสาแก่ใจมั้ย ทำร้ายคนอื่นมันมีความสุขเหรอ คงไม่มีใครตอบว่าใช่ เพราะพวกเราก็ปราถนาแต่รอยยิ้มเหมือนกัน เพราะเราก็อยากมีแต่ความสุขเหมือนกัน ทุกคนก็ด้วย ลองยิ้มให้ตัวเองซิ แล้วไปยิ้มอย่างนี้กับทุกคนสิ ยิ้มกับชีวิตที่เกิดมาชีวิตเดียวที่ควรใช้ให้คุ้มค่าที่สุด และไม่ควรให้แปดเปื้อนสิ่งเลวร้ายเลย ยิ้มให้กับความสุขเล็กที่มี ที่เคยเกิดขึ้นสิ คำว่าทุกข์นะ มันแค่ความรู้สึกที่ตามไม่ทันแค่นั้นเอง เราเคยรู้สึกมั้ยว่าเรากำลังนั่งอยู่ กำลังหายใจเข้า หายใจออก กำลังนั่งพิมพ์เม้นให้ทุกๆคนได้อ่านกัน หรือ กำลังนั่งอ่านเม้นของคนอื่นอยู่ เคยรู้สึกมั้ย พอรู้สึกแล้ว ความทุกข์ทั้งหมดจะหายไปเองแหละ แล้วแค่รู้สึกนะ ไม่ตัองไปบังคับหรอก เพราะไม่มีใคร เคยจับความคิดที่เร็วกว่าความเร็วแสงได้หรอก ปล่อยให้มันเป็นไป แค่มองดูรู้สึกถึงตัวตนของมันก็พอ ถ้าอยากได้ระดับที่ยากกว่านี้นะ ก็นั่งสมาธิซะเลย เข้าวัดบ่อยๆ อ่านหนังสือธรรมมะเยอะๆ แล้วก็จะเห็นอย่างที่เราเคยผ่านมาแล้ว มันดีออก ทำให้มองชีวิตได้ดูสวยงามขึ้น เหมือนคนเจนโลกมานานเลยละ
0
กำลังโหลด
กกกกกกกกกกกกก 21 ม.ค. 51 22:30 น. 12
แปลกๆนะ ไปเห็นอะไรมาเลยโดนฆ่าปิดปากรึเปล่า หรือคนในบ้านเป็นคนทำเองรึเปล่า จม.ปลอมลายมือเอาก็ได้
0
กำลังโหลด
erty 21 ม.ค. 51 23:17 น. 13
อืมๆ เราก็ไม่เคยตก จนขึ้นม.ต้น ตกแล้วตกอีกเป็นว่าเล่น ฮาๆ พอขึ่้น ม.ปลาย ยังไม่ตกซักตัว แต่ก็ลุ้นเหมือนกัน มีแวว บางคนก็ทนความผิดหวังไม่ได้นะ แบบว่าไม่เคยเจอเรื่องผิดหวัง มีคนหนึ่งตกพละ แบบทุเรศมาก ทั้งห้อง ตกคนเดียวอะ ไม่มา รร มาเกือบอาทิตย์ สุดท้ายเค้าก็ทำใจได้ มองโลกในแง่ดีไว้....มีคนตกเป็นเพื่อนกรูตั้งเยอะ ตกไว้แต่เนินๆแหละ ต่อไป...กรุจะได้ทำใจเร็วขึ้น ไม่ก็เป็นแรงผลักดันให้เราทำดีกว่านี้
0
กำลังโหลด
นักเรียน 22 ม.ค. 51 00:46 น. 14
มันบอกอะไรเรา การศึกษาไทย กดดันนักเรียนมานาน และคงจะเป็นไปอีกนน การศึกษาคือการให้ความรู้ ไม่ใช่ให้ความเครียด และการกดดัน
0
กำลังโหลด
เจ้าชายสายลม 22 ม.ค. 51 01:54 น. 15
เวงกำ น้องเอ้ย ชีวิตคนไม่ได้มีแค่เกรด ใบปริญญา แล้วก็เกียรตินิยมดีๆ สักหน่อย ถึงจะมีความสุข หากมีความสุขกับสิ่งที่ทำดีที่สุดแล้ว ไม่ว่าผลเป็นไง ก็พอใจกับมัน ชาติหน้าอย่าคิดแบบนี้อีกละกัน สู่สุคตินะน้อง
0
กำลังโหลด
Ha€KeR๛ha€ Member 22 ม.ค. 51 16:59 น. 16
งืมเหนเเล้วก็สงสารพ่อแม่อ่า เราก็เป็นคนหนึ่งนะที่กดดันตอนนี้อยู่ม.4และกดดันนิดหน่อยเพราะมันใกล้จะเอนท์แล้วไงแล้วตอนนี้เราก็ไม่ค่อยขยันด้วยจิ ตกฟิสิกส์ตลอดเลยไม่รู้จะทำยังไง เราก็เคยนะจะกรีดข้อมือตัยวเองหน่ะแต่เราไม่กล้าเพระกลับเจ็บ +555
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
... 22 ม.ค. 51 19:13 น. 18
น่าเสียดายชีวิต - - เราเองน่าเครียดกว่า ติด 0 หลายเทอม ถึงเครียดแต่ไม่คิดสั้นหรอกนะ น่าเสียดายจริงๆ คิดอะไรของเขาน่ะ
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
KALANYU 22 ม.ค. 51 20:43 น. 20
สงสารพ่อแม่เขานะ อื่ม เราว่าคนตายน่าจะทำไปเพราะความชั่ววูบมากกว่า ประมาณว่า แค่แว๊บเดียวจริงๆที่ตัดสินใจทำอย่างนั้น เราว่า ถ้าเกิดเขารอดนะ เขาจะคิดว่าเขาไม่น่าทำอย่างนั้นเลย เฮ้อ น่าสงสาร
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด