|
พScorpion Scorpion รวดเร็ว รุนแรง เด็ดขาดพ
พี่ลาเต้ ยังจำได้เสมอว่า...ตอนอยู่เขาชนไก่...ทุกเช้า สาย บ่าย เย็น มืด ค่ำ เป็นต้องตะโกนสโลแกนข้างบนนี่อยู่บ่อยๆ...หากครั้งไหนเสียงเบา ก็โดนซ่อม หากครั้งไหนเสียงดัง ก็รอดตัวไป...มันเป็นสโลแกนประจำกองพัน...ที่เหล่าสมาชิก รด. เขาชนไก่ทุกคนต้องท่องจำใส่หัว และปฏิบัติให้ได้...ซึ่งหากใครคนไหนท่องไม่ได้ หรือละเลยในการปฏิบัติตาม...บอกได้คำเดียวเลยว่า ความลำบาก กำลังมาเยือนคุณ... แต่สำหรับตอนนี้สิ่งที่กำลังจะมาเยือนน้องๆชาว Dek-D ไม่ใช่ความลำบากที่ไหน...แต่เป็นเรื่องราวความสนุกสนานเคล้าความประทับใจ จากดินแดนเขาชนไก่ที่ พี่ลาเต้ ตั้งใจมาเล่าให้น้องๆได้อ่านกันคร๊าบ...ว่าแล้วก็อย่าให้เสียเวลาเราไปต่อกันเลยดีกว่า...กับ เรื่องเล่าเขาชนไก่ตอนที่ 4: ดินแดนแห่งความงาม
พความงามของ ทรงผมพ ความงามอย่างแรกที่ พี่ลาเต้ อยากจะแนะนำน้องๆนั่นก็คือ...ความงามของทรงผม...ที่พูดอย่างนี้ เพราะ พี่ลาเต้ กำลังจะเตือนน้องๆที่กำลังจะไปเขาชนไก่ว่า เพื่อความสวยงาม ดูดี หล่อ เท่ห์ ของทรงผม...ให้น้องๆตัดไปเสียตั้งแต่อยู่ที่บ้าน...เพราะหากขืนปล่อยให้ผมยาวแล้วไปที่โน่นหละก็...รับรองกลับมาบ้านอาจจะต้องใส่หมวกเดินไปไหนมาไหนอยู่บ่อยๆแน่นอน...เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่า...การตัดผมขอ รด. นั้นตัดเพื่อให้สั้น ไม่ได้ตัดเพื่อดูดี...เพราะจากประสบการณ์ที่ผ่านมาเมื่อได้ตัดแล้ว แทบจะต้องจำศีลอยู่ที่บ้านเลยทีเดียว...พูดไปไม่เห็นภาพ...งั้นไปฟังประสบการณ์เรื่องนี้ของพี่ลาเต้เลยดีกว่า... จำได้เลยว่าตอนนั้นปี 3 ครับ...วันแรกที่ไปถึงเลย...ครูฝึกก็ตรวจผม...พี่เองก็คิดว่าตัวเองผมไม่ยาวก็เลยนั่งรอตรวจอย่างสบายใจ เฉิบ แต่ที่ไหนได้...ครูฝึกเดินมาดึงตัวพี่ไปตัดเป็นคนแรกเลย...คนที่ตัดก็ไม่ใช่ใครที่ไหน เป็นศรีภรรยาสุดที่รักของครูฝึกนั้นเอง...ระหว่างที่รอตัด...พี่ลาเต้ แทบอยากจะหายตัวไปร้านตัดผมทันที...เพราะดูลีลาที่ช่างตัดให้เพื่อนๆอยู่นั้น...แหม...ช่างรวดเร็วทันใจซะจริงๆ...จะไม่ให้เร็วได้อย่างไรเล่า...ไม่มีกัน ไม่มีแป้ง ไม่มีเล็ง ไม่มีวัด ไถ ไถ ไถ อย่างเดียว...พี่ลาเต้ จำได้เลยว่า ช่างเขาไถให้พี่ประมาณ 5 ครั้งเสร็จแล้ว...ยังไม่พอเท่านั้น...เชาชนไก่ก็ไม่มีกระจกให้ส่อง พี่เลยไม่รู้เลยว่า หน้าตาทรงผมมันออกมายังไง...พอกลับมาที่กรุงเทพฯถึงได้รู้...โอ้แม่เจ้า...ตัดหัวทิ้งเลยดีกว่า...ประมาณว่าจะแก้ให้ดูดีไม่ได้เลยนะครับ...ต้องสกินเฮดอย่างเดียว...ซึ่งน้องๆที่โดนบ่อยๆคงจะรู้ดี...ดังนั้น ก่อนไปนอกจากเตรียมกายใจ และสัมภาระแล้ว...อย่าลืมเตรียมตัดผมไปด้วยหละ...
พความงามของ วาจาพ ยังไม่หลุดจากเรื่องทรงผม..เพราะเรื่องที่ พี่ลาเต้ จะเล่าต่อไปนี้...อาจจะทำให้ผมของน้องๆตั้งได้โดยไม่ต้องใส่เจล เพราะ พี่ลาเต้ กำลังพูดถึงเรื่องการลบหลู่ ซึ่งครูฝึกได้ย้ำนักย้ำหนา แต่ก็เกิดเรื่องขึ้นจนได้ทุกปี...พี่ลาเต้ เลยฝากถึงน้องๆที่กำลังจะไปด้วยนะครับว่า...นอกจากเก็บข้างของ สัมภาระแล้ว...เก็บปาก เก็บคำ ให้สงบด้วยก็จะดีมากๆ...เพราะอย่างที่ทราบกันดีว่าดินแดนแห่งนี้เป็น พื้นที่ประวัติศาสตร์ หากยังไม่เชื่อก็ต้องฟังจากเรื่องเล่านี้ครับ... ...วันนั้นเป็นวันที่ รด.ปี 4 ทุกคน...จะต้องเดินทางไกลตอนกลางคืน โดยจะต้องเดินเป็นหมู่ หมู่ละ 10 คน การเดินนั้นจะต้องเดินไม่ให้มีเสียง เพราะถือเป็นการป้องกันข้าศึก และครูฝึกก็จะวางกับดักไว้ตลอดทาง อย่างเช่น หากเดินไปเหยียบกับดัก ก็จะมีพลุจุดขึ้น ทำให้ข้าศึกเห็น ซึ่งหมู่ที่เหยียบก็จะโดนทำโทษ อย่างกลุ่ม พี่ลาเต้ ไปเหยียบโดนเอากระดิ่ง ทำให้เกิดเสียง ก็โดนลงโทษไปตามระเบียบ...ตลอดหนทางที่จะต้องเดินในคืนนั้นขอบอกว่า ไกลมากๆ...ผ่านทั้งบ้านคน บ้านร้าง ป่าอ้อย ซึ่งระหว่างทางก็ไม่มีใครพูดแม้แต่คำเดียว เพราะกลัวมีเสียงดัง...แต่ระหว่างทางก็จะมีการตบไหล่เช็คยอดกันตลอด...แต่น้องๆรู้ไหมครับ...หมู่พี่ลาเต้มี 10 คนแต่นับทีไร คนสุดท้ายต้องลงที่ 11 ทุกที...ตอนแรกก็คิดว่าพวกข้างหลังมันอำเล่น แต่นับหลายๆรอบมันก็มี 11 คนทุกรอบ...ทุกคนจึงตัดใจสินหยุดเพื่อเช็คให้ดี...แต่พอหยุด...ก็นับได้ 10 คนเหมือนเดิม...คราวนี้ก็เริ่ม งง งง กันแล้วหละครับ...ว่ามันเป็นไปได้ไง...จนในที่สุดข้อสงสัยต่างๆก็มาเฉลยที่รวมพล เมื่อเพื่อนคนท้ายสุดของหมู่เล่าให้ฟังว่า... ...ระหว่างทางที่มันเดิน มันยอมรับว่ามันแกล้งพูดเล่นๆว่า น่าจะพบชาวบ้านบ้าง...จะได้ซื้ออะไรกิน...แต่ปรากฏว่าสักพักมันก็ได้เจอจริงๆ เป็นชาวบ้านยืนถือไฟฉายกระพริบไฟเรียก...ซึ่งเพื่อน พี่ลาเต้ ก็เดินตามแสงไฟนั้นไป...ปรากฏว่าเดินไปแล้วไม่มีใคร...พอหันกลับมาอีกทีกลับเห็นว่า มีครูฝึก 2 คนเดินอยู่ในแถวรั้งท้ายเป็นคนที่ 10 และ 11 อยู่...เลยรีบวิ่งมาเพื่อเข้าแถวเพราะกลัวโดนดุ...แต่ปรากฏว่าพอวิ่งมาถึง...เพื่อนๆก็หยุดแถว และเช็คยอด แต่พอหันกลับไป ครูฝึก 2 คนที่รั้งท้ายก็ไม่รู้หายไปไหนแล้ว...จนมันก็เลยคิดในใจว่ามันโดนแล้วแน่ๆ...ซึ่งมันก็อดไว้จนมาเล่าให้พวกพี่ลาเต้ฟังในที่รวมพล...หลังจากนั้น มันก็ไปบอกครูฝึก ครูฝึกก็ให้มันไปจุดธูปบอกกล่าวท่านทันทีเลยครับ...
พความงามของ จิตใจพ น้องๆที่ผ่านการเรียน รด.ปี 3 ชายทุกคน พี่ลาเต้ เชื่อว่าคงจะจำชื่อของ จ่านรก ได้ดี...เพราะขนาด พี่ลาเต้ เองจบมาได้ 4 ปีแล้ว...ยังจดจำได้แม่นยำ และไม่มีทีท่าว่าจะลืมเลือน...ก็จะให้ลืมได้อย่างไรหละ...เพราะจ่าคนนี้...เล่นเอา พี่ลาเต้ หน้าดำ ฟันแดง ไปหลายชั่วโมง...ซึ่งเรื่องมันมีอยู่ว่า การฝึกภาคสนามของ รด.ปี 3 จะมีอยู่วันหนึ่งที่จะต้องเข้าป่า เพื่อที่จะไปใช้ชีวิตเป็นทหาร ข้าศึก กองโจร เข้ารุก ตั้งรับ ซึ่งขอบอกว่ามันส์มากๆ...เกินคำบรรยายจริงๆ...แต่ไอ้ก่อนที่จะเข้าป่านี่สิ...มันส์ยิ่งกว่า เพราะต้องไปเจอ จ่านรก ผู้ที่ดูแลพื้นที่ในป่า...แว้บแรกที่เจอยังไม่ได้ทำความเคารพกันเลย...พี่แกก็สั่งมอบ กลิ้งซ้าย 10 รอบ กลิ้งขวา 10 รอบ คลานต่ำไปข้างหน้า 20 ก้าว คลานต่ำถอยหลังอีก 15 ก้าว...แกสั่งแบบไม่ยั้ง แถมยังพูดอีกว่า ทำไปเรื่อยๆนะนักเรียน จนกว่าครูจัเหนื่อย...แหม...คุณครูที่เคารพจะเหนื่อยได้อย่างไรเล่า ก็เล่นยืนสั่งแบบเดียว... วินาทีนั้น...ไม่ใช่แค่ กลิ้ง คลานสูง คลานต่ำ เท่านั้น...แต่ยังมีท่าพิสดารทยอยมาอีกมายมาย ทั้งกางมุ้ง ไขว้ขาเพื่อน สะพานโค้ง...แต่ละท่าก็ใช้เวลานานมากๆ...พี่ลาเต้ จำได้เลยว่ามองไปหาเพื่อนๆ ต่างหน้าดำเพราะแดดเผา ปากแดงเพราะฝุ่นเข้าไปเกาะ กันทั้งน้าน...ส่วนคนที่ร่างกายไม่ไหว จ่านรก คนนี้ก็ไม่ปราณีนะครับ...ปล่อยให้ทำไป...และก็เป็นหน้าที่ของเพื่อนข้างๆที่จะต้องดูแล พากันให้รอด...บางคนถึงกับ สลบไม่ตื่นเลยทีเดียว...หลังจากการทำโทษเสร็จ ภาพที่เห็นคือ กระติกน้ำแต่ละคนสลับกันมั่วไปหมด หน้าตาบางคนมีเลือดไหลเพราะโดนด้ามปืนกระแทกตอนกลิ้ง ริมฝีปากและฟันจะกลายเป็นสีแดงเพราะดิน รูจมูกจะมีคราบดินสีดำจับเต็มไปหมด และสุดท้ายคนที่ใส่แว่นก็อาจจะต้องซื้อแว่นใหม่...เพราะเพื่อนๆกลิ้งทับจนพัง...
การซ่อมในครั้งนี้ พี่ลาเต้ และเพื่อนๆต่างก็เกิดคำถามในใจนะครับว่า... ผมทำผิดอะไรต้องลงโทษกันรุนแรงขนาดนี้ด้วย...ซึ่งก็ได้ยินเพื่อนๆหลายคนบอกมาเหมือนกันว่า ทุกคนไม่ว่าจะผิด หรือไม่ผิด หากถึงวันเข้าป่าเมื่อไหร่ ก็ต้องโดนอย่างนี้ทุกคนไป...สรุปแล้ววันนั้นครึ่งวันเช้า กองพัน พี่ลาเต้ ไม่ได้ทำอะไรเลยครับ...กลิ้ง คลาน หมอบ อย่างเดียว...แต่พอตกค่ำน้องๆรู้ไหมครับว่าเกิดอะไรขึ้น ระหว่างที่พวกพี่กำลังสรุปการฝึกอยู่นั้น...จ่านรก ได้เดินออกมาและมาพูดสรุปการฝึกให้พวกพี่ๆฟัง...วินาทีนั้นไม่มีใครกล้าขยับเลยนะครับ เพราะกลัวโดนซ่อม...พอสรุปการฝึกเสร็จ...น้องๆรู้ไหมครับ ว่าพี่และเพื่อนๆถึงกับน้ำตาแตกเลย...จ่านรก ครูฝึกใจร้าย เขาพูดขึ้นมาว่า ...ครูต้องขอโทษนักเรียนทุกคนด้วยนะครับ ที่ครูทำผิด ทำรุนแรง ทำเกินไป ครูรู้ว่านักเรียนหลายคนโกรธ หลายคนไม่ชอบ แต่สิ่งที่ครูทำ ครูหวังดี ครูไม่มีเจตนาในทางอื่น ครูอยากให้เราเป็นชายชาติทหารที่เข้มแข็ง พร้อมที่จะอดทน และอดกลั้นในทุกเหตุการณ์ ตอนนี้บ้านเมืองเรากำลังแย่ และต้องการคนแบบนี้อีกเยอะ ครูหวังว่าสิ่งที่ครูได้ฝึกเราไปในวันนี้ อาจจะช่วยให้นักเรียนทุกคนเป็นคนดีของพ่อแม่เพิ่มขึ้น...หากวันไหนก้าวเท้าออกจากเขาชนไก่ไป แล้วเจอเรื่องราวที่ทรมาน สาหัส แสนลำบาก ก็ให้นึกถึงความลำบากที่ได้เจอกับครูที่นี่...พวกเธอก้าวเท้าออกไป แต่ครูจะไม่ไปไหน จะรอฝึกรุ่นน้องของพวกเธออยู่ตรงนี้ และจะรอดูความสำเร็จ และภาคภูมิใจของพวกเธอด้วย...ขอให้พวกเธอใช้ชีวิตให้เต็มที่ แล้วหากมีโอกาสเราคงได้เจอกันใหม่ เมื่อชาติต้องการ...ขอให้นักเรียนทุกคนโชคดี... พดินแดนที่มีแต่ผู้ชาย...หาก หื่นกระหาย จะทำยังไง
พ พเครื่องโดดหอ อยาก สละสิทธิ์ ตั้งแต่เดินขึ้นแล้ว...พ พอยากเรียน รด. ต้องทำยังไงบ้าง...พ |
|
พอ่านประสบการณ์ เรื่องเล่าเขาชนไก่ ในตอนต่างๆ พคลิกที่นี่พ |





55 ความคิดเห็น
พรุ่งนี้เราต้องไปแล้วว
ซึ้งมากค่ะ เหอๆ
เดี๋ยวม.ปลายจะเรียนรด.บ้าง อิอิ
ป่านนี้ไม่ยู้เปงไงมั่งง่า