ปัญหาในวงการแพทย์ที่นานวันยิ่งวิกฤตินี้ ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก ศ.นพ.สมศักดิ์ โล่ห์เลขา นายกแพทยสภา เมื่อวันที่ 28 ม.ค. ถึงการฟ้องร้องแพทย์ในคดีอาญา ว่า ขณะนี้กำลังเกิดวิกฤติอย่างมากในวงการแพทย์ แพทย์ใน รพ.ชุมชนไม่ยอมทำผ่าตัด แต่ใช้วิธีส่งต่อคนไข้ ทั้งหมด เพราะเกิดความกลัว เรื่องเล็กกำลังจะเป็นเรื่องใหญ่ ซึ่งคนที่เป็นแพทย์กับไม่ได้เป็นแพทย์จะคิดต่างกัน เช่น คนไข้มาพบแพทย์ทั้งๆที่ยังแข็งแรงแล้วเกิดเสียชีวิตก็จะคิดว่าทำไมถึงตาย ก็แข็งแรงดี แต่สิ่งที่ชาวบ้านไม่รู้ก็คือ คนที่ดูสมบูรณ์แข็งแรง ไวรัสชอบเพราะมีอาหารให้มันกิน ให้มันแบ่งตัว คนผอมๆดูขี้โรค ไวรัสมันไม่ สนใจเพราะไม่มีอาหาร มันแบ่งตัวไม่ได้ ตรงนี้ชาวบ้านไม่เข้าใจ ที่น่าตกใจคือขณะนี้เด็กที่สอบติดคณะแพทยศาสตร์ สละสิทธิประมาณ 25 เปอร์เซ็นต์ ถ้าไม่มีการแก้ไขปัญหา อนาคตผลกระทบจะตกกับประชาชน

 
 

“ทุกวันนี้แพทย์มีเวลาในการตรวจคนไข้มากที่สุด คือ 3 นาที บาง รพ. มีหมอ 2 คน คนไข้วันละ 200 คน ทั้งตรวจ รักษา ผ่าตัด ทำหมด บางครั้งทำงานติดต่อกัน 24-36 ชั่วโมง มันล้าแล้ว ในอเมริกามีกฎออกมาแล้วว่าให้แพทย์ทำงานได้ไม่เกิน 10 ชั่วโมงต่อวัน ในออสเตรเลียประมาณ 16 ชั่วโมง ไม่อย่างนั้นเสี่ยงมาก” ศ.นพ.สมศักดิ์ กล่าว และว่าล่าสุดมีสถิติพบว่า แพทย์มีอัตราเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุรถยนต์เพราะการนอนไม่พอถึง 6 เท่า ซึ่งการเสียชีวิตของแพทย์อันดับ 3 คือ อุบัติเหตุรถชน รถคว่ำ

 

         นายกแพทยสภายังกล่าวด้วยว่า ที่น่าเป็นห่วงอีกเรื่องหนึ่งก็คือ การปกปิดข้อมูลของคนไข้ ที่คิดว่าหมอ ต้องรู้ บางครั้งคนไข้ไม่บอก หมอก็ไม่รู้ เช่น มีอยู่รายหนึ่ง คนไข้ไปทำแท้งมาแล้วไม่บอกหมอ มาด้วยอาการไข้ขึ้น ติดเชื้อ หมอก็ไม่รู้ ก็ให้ยาฆ่าเชื้อ ยาลดไข้ไป ผลสุดท้ายมีปัญหาเรื่องมดลูก แต่ไม่บอก หมอจะไปรู้ได้อย่างไร อีกรายคนไข้มาพบหมอ บอกไม่ค่อยสบาย วัดความดันปกติ แพทย์ก็ไม่ได้สงสัย ปรากฏว่าคนไข้เป็นความดันโลหิตสูง กินยาคุมความดันไว้ ความดันก็ไม่ขึ้น แต่ไม่บอกแพทย์ เพราะฉะนั้นคนไข้เองก็ต้องให้ความร่วมมือด้วย ไม่ควรปกปิดข้อมูล และขณะนี้ พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติมีผลบังคับใช้ ถ้าคนไข้ไม่เปิดเผยข้อมูลทั้งหมด เมื่อเกิดความผิดพลาด ผู้ให้บริการถือว่าไม่มีความผิด ตรงนี้ประชาชนจำนวนมากยังไม่รู้ 

 

          ด้าน ศ.คลินิก นพ.อำนาจ กุสลานันท์ เลขาธิการแพทยสภา กล่าวว่า ปีนี้เป็นปรากฏการณ์เด็กที่สอบติดคณะแพทยศาสตร์ศิริราช ต้องเรียกให้มารายงานตัวถึง 3 รอบ ถึงจะครบจำนวนที่เปิดรับ ในส่วนของกระทรวงสาธารณสุขเองก็เป็นกังวล เพราะแพทย์ของสธ.ที่ต้องใช้ ทุน 2 ปี กว่าครึ่งใช้ทุนแค่ปีเดียวก็ลาออก หาเงินมาใช้ แทนแล้วไปอยู่ รพ.เอกชน เพราะไม่อยากทำงานใน รพ. ชุมชน บางคนเลือกไปเรียนแพทย์ในสาขาที่ไม่เสี่ยง อย่างผิวหนัง, จักษุ ได้เงินมาก ไม่เสี่ยงเหมือนหมอผ่าตัดตรงนี้น่าเป็นห่วง ยังไม่รวมคดีแพ่งที่ฟ้องร้องแพทย์ของ สธ.ซึ่งยังอยู่ในศาลเฉพาะที่นนทบุรี 65 คดี นอกจากนี้ยังมีคดีที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานสอบสวนว่าจะฟ้องหรือไม่ และระหว่างไต่สวนมูลฟ้องของศาลอีกจำนวนหนึ่ง 

 

          เลขาธิการแพทยสภา กล่าวว่า แพทยสภาเตรียมที่จะเสนอกฎหมาย พ.ร.บ.ความรับผิดและวิธีพิจารณาความสำหรับผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ซึ่งติดค้างมาตั้งแต่รัฐบาลที่แล้วต่อรัฐบาลใหม่ ซึ่งก็ยังไม่แน่ใจว่าจะผ่านหรือไม่ หากไม่ผ่านแพทยสภาได้เตรียมหาวิธีการอื่น เช่น เสนอรายชื่อ 10,000 ชื่อ เพื่อเสนอกฎหมาย ทั้งนี้ เพื่อให้มีกฎหมายคุ้มครองทั้งแพทย์และประชาชน เพื่อที่แพทย์ก็จะได้ทำงานรักษาคนไข้ด้วยความสบายใจ มีจิตวิญญาณที่จะรักษาคนไข้อย่างแท้จริง คนไข้ก็สบายใจที่ไม่ต้องกังวลว่าจะไม่ได้รับการรักษาที่ดีพอ
 

พี่ลาเต้ขอขอบคุณข้อมูลจากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

พี่ลาเต้
พี่ลาเต้ - Columnist นักข่าวสายการศึกษา เกาะติดทุกข่าวแทนน้องๆ ตัวถีบ ตัวดันให้ ม.6 สอบติด

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

11 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
Dancin_Queen Member 29 ม.ค. 51 21:50 น. 2
ก็จริงค่ะ

หมอเรียนมาเเทบตายเเต่พอโดนฟ้องทีเเทบหมดอนาคต
เคยอ่านเจอข่าวจำไม่ได้เเล้ว หมอฉีดยาเกิน คนไข้ที่มาผ่าตัดตาย
หมอโดนจำคุกกี่ปีไม่รู้ ไม่เเน่ใจว่า5ปีรึเปล่า

ทุกอาชีพมีการผิดพลาดเกิดขึ้นได้ทั้งนั้น เพียงเเต่หมอผิดพลาดเเล้วคนตาย

ถ้ารักที่จะเรียนหมอ คนคงจะไปด้านผ่าตัดน้อยเพราะเสี่ยง ยิ่งฟ้องร้องกันเยอะก็เสี่ยงมากขึ้นเท่านั้น

0
กำลังโหลด
MD ขอไม่ระบุสถาบัน 29 ม.ค. 51 22:03 น. 3
ดีๆ อยากฟ้องหมอกันดีนัก ให้รู้สึกซะบ้างว่าหมอเหนื่อยขนาดไหน กว่าจะสอบติด กว่าจะเรียนจบ อุตส่าห์ตั้งใจรักษา ยังมาด่าหมออีก ยิ่งเห็นกรณีหมอใช้ทุนที่นครศรี ถูกฟ้องแล้วเสียใจแทน ขอย้ำว่า ไม่มีหมอคนไหน อยากให้คนไข้ตายหรอก ส่วนตัวเรา ก่อนเข้ามาเรียน คิดอยากจะช่วยคน ตอนนี้!!! เบื่อ!!! กะว่าจบแล้วใช้ทุนปีเดียว แล้วลาออกไปทำงานอย่างอื่นดีกว่า
0
กำลังโหลด
พีพีจัง 29 ม.ค. 51 23:48 น. 4
เหอะๆ&#160;&#160;&#160; หมอเรียนยากอ่า&#160;&#160; กว่าจะจบมันไม่ใช่ง่ายๆ&#160;&#160;&#160;มันก็น่าอยู่หรอกที่จะมีหมอน้อยลง&#160;&#160;<br /><br />แต่เราว่ารุ่นเราน่าจะมีหมอเยอะนะ&#160;&#160;&#160; ไม่หมอก็ วิศวะ&#160;&#160; นี่แหละ&#160;&#160; เพื่อนๆมันชอบนักชอบหนอ&#160;<br /><br />เหอะๆ
0
กำลังโหลด
แว่นตาไทย Member 30 ม.ค. 51 07:31 น. 5
สาขาวิชทางการแพทย์ใหม่ของประเทศไทยใช้เวลาเรียนตามหลักสูตร 6 ปี ... https://www.youtube.com/watch?v=Grb1Dqoqsv4
0
กำลังโหลด
ก้อเคยคิดว่าอยากจะเป็น 30 ม.ค. 51 10:43 น. 6
เราก้อจะ admission ปีนี้แล้วอ่ะ เพื่อนๆเราที่เรียนเก่งๆก้ออยากจะเข้าหมอกัน ทั้งๆที่บางคนก้อมะได้ชอบหรอก เราไม่เข้าใจเลยว่าจะแย่งเข้าทำไม ส่วนตัวเราไม่ได้คิดอยากเข้าเลย เพราะใจมันไม่ได้รักในสายงานนี้ กว่าจะได้เป็นหมอ ต้องมานั่งเครียดอ่านหนังสือตั้งแต่ยังเป็น นร. ม.ปลาย ยันเรียนจบ แถมจบออกมายังโดนฟ้องร้องอีก แต่ก้ออย่างว่าแหละ เราไม่ได้ชอบ เราก้อไม่อยากเข้า คนทื่อยากเข้าและชอบจริงๆ ก้อขอให้พยายามตั้งใจเรียน ตั้งใจอ่านหนังสือนะ จบมาเป็นหมอที่ดี ภาพลักษณ์ของแพทย์ก้อจะกลับมาดีเหมือนเดิมเอง ไม่ใช่หวังแค่ค่าตอบแทนไปทำที่ รพ.เอกชน ที่มีแต่คนฐานะดีๆมาใช้บริการ อยากให้สงสารคนจนๆ บ้าง ที่เค้ายังต้องการความช่วนเหลือจากหมอที่ รพ.รัฐบาล หมอก้อเปรียบเสมือนผู้ที่คอยดูแลสุขภาพของประชาชนนะ ถึงแม้เราจะไม่ได้อยากเรียนหมอ แต่เราก้อยังคิดอยู่เสมอว่า หมอเป็นอาชีพที่มีเกียรติ ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ ยังไงก้อฝากไว้ให้กับคนที่จะเป็นหมอในอนาคตด้วยนะ ส่วนเราขอบายไปเอาวิดวะดีก่า ... เป็นหมอมะได้กลัวผี !!!!!~ 55+
0
กำลังโหลด
Pharmfun Member 30 ม.ค. 51 11:31 น. 7
บางอย่าง ก็ไม่ได้เป็นแบบที่คิดเสมอไปนะ บางครั้งพอได้มาทำงาจริงๆ หรือเรียนจริงๆก็อาจจะพบว่านี่ไม่ใช่เราเลย นักเรียนแพทย์ ทันตะ เภสัช หลายคนเพิ่งค้นพบตัวเองเมื่อสายเสียแล้ว ตอนเลือกคณะก็เลือกเพียงว่าคะแนนสูงๆ แต่พอเรียนจริงกว่าจะรู้ถึงวิชาที่แท้จริงว่า คณะตัวเองต้องเรียนอะไรก็ปาเข้าไปปี2-3แล้ว จะซิ่ว มันก็ผ่านมาหลายปีแล้วทนๆเรียนกันไป จบออกมาก็อยู่กับงานที่ตัวเองไม่ได้รัก...เงินจึงเป้นสิ่งสำคัญในกรใช้ผลตอบแทน ทำเพียงเพื่อได้เงิน จึงทำให้คนเหล่านี้ออกสู่ภาเอกชนมากขึ้น ผลตกกับประชาชน โดยเฉพาะในชนบท ที่เวลาจะใช้ทุนกันก็ไม่มีใครอยากจะไปใช้เพราะเงินน้อย สู้มาทำเอกชนดีกว่า อยากเตือนน้องๆที่จะเลือกสายแพทย์ว่า รีบค้นหาตัวเองไม่เจอ และอยากฝากพี่ๆที่จัดค่ายแพทย์ ทันตะ เภสัช และอื่นๆว่า อย่าหวังเพียงเพื่อโฆษณาคณะ วิชาชีพตัวเอง สิ่งสำคัญคือต้องทำให้น้องๆ ได้รู้ว่าเราเรียนอะไร อย่างไร น้องๆชอบจริงๆหรือไป เวลาเราจัดค่ายทุกครั้งเราจะดีใจที่มีน้องๆบางคนบอกว่า"หนูไม่อยากเรียน" เพราะเราทำให้น้องค้นพบตัวเองจริงๆ.
0
กำลังโหลด
เด็กวิทย์เหมือนกัน 30 ม.ค. 51 13:28 น. 8
อาจารย์ทุกคน งงมากเลยกับห้องเรา ซึ่งเป็นห้อง king สายวิทย์ เค้าถามหลายรอบมาก ว่า "มีใครอยากเรียนหมอบ้าง ห้องนี้" ปรากฏว่า ไม่มีเลย เด็กเก่งๆห้องเรา ไม่มีใครอยากเรียน พวกนั้นบอกว่า เรียนยาก เรียนหนัก เหนื่อย พลาดนิดพลาดหน่อยก็ชีวิตคน เรียนวิศวะดีกว่า ถึงพลาดก็ชีวิตคอม อะไหล่ซื้อเปลี่ยนได้ ยังงัยๆ คอมมันก็คงไม่ฟ้องร้องหรอก - -"
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
My Discovery Member 4 ก.พ. 51 12:00 น. 12
เราก็อยู่ ม.6 ปีนี้เหมือนกัน สายวิทย์-คณิต เราอยากเป็นสัตวแพทย์มาก แต่สอบติดที่ มทร.ธัญบุรี คณะบริหารธุรกิจ กะว่าจะเอาที่นี่แหละ มีคนเข้ามาถามว่าไม่ ADMISSION แล้วเหรอ ถามใจจริงเราก็อยากได้ที่เราฝันน่ะ แต่ถ้าสอบมาแล้วคะแนนไม่พอเราก็ต้องเสียทั้งสองอย่าง คราวนี่ไม่มีที่เรียนล่ะซิ เพราะแม่ก็ไม่มีเงินพอที่จะส่งเรียนเอกชน ในใจเราก็ต้องเลือกทางที่ไม่เสี่ยงถูกป่ะ ตอนหลังแม่มาบอกว่าที่จริงแล้วแม่ไม่อยากให้เราเรียนที่เกี่ยวกับสัตวแพทย์ ทันตะ หรือหมออื่นๆ แม่บอกว่ามันเป็นอาชีพทีต้องรับผิดชอบสูง ได้เงินมากก็จริงแต่เวลาให้กับตัวเองไม่ค่อยมี(แม่เราเป็นพยาบาลน่ะ) ก็อยากฝากเพื่อนๆทุกคนหรือน้องๆที่กำลังเตรียมตัวเข้ามหาลัยนะ ว่าให้เลือกเรียนในสิ่งที่เรารักเพราะว่าสิ่งที่เราเลือกเรียนก็เหมือนคู่ชีวิตของเรา หากไม่ได้อย่างที่หวังก็ให้เลือกคณะที่คิดว่าจบมามีงานทำและไม่ขัดกับสิ่งที่ตัวเองเป็น(ไม่งั้นจะรู้สึกเหมือนตายทั้งเป็นเมื่อทำงาน) อย่าเลือกตามเพื่อนเพราะเพื่อนไม่ใช่เรา อย่าเลือกเพราะว่ามันดัง(เพราะองค์ประกอบอื่นๆในการใช้ชีวิตที่นั้นมันมีมากกว่า) และวอนผู้ปกครองทุกท่านน่ะค่ะว่าอย่ากดดันพวกเขา เพราะเด็กทุกคนถึงแม้จะสอบติดแล้วหรือไม่ติดก็เครียดทั้งนั้นขอเปลี่ยนเป็นการให้กำลังใจและแสดงความเชื่อมั่นในตัวของเขาดีกว่า ----------------------------------------------------------------------------------------------------------- สุดท้ายก็ขอเป็นกำลังใจให้เพื่อนๆทุกคนแล้วกันค่ะ ขอให้ตั้งใจทำเพื่อสิ่งที่เราฝัน ถึงแม้ว่าเราจะไม่ติดแต่เราก็จะไม่เสียใจเพราะว่าเราได้ลงมือทำแล้ว และขอให้จำไว้นะค่ะว่าการเข้ามหาวิทยาลัยไม่ใช่ตัวกำหนดชะตาชีวิต มีทุนมากมายให้เราชิงเรียนถ้าเราไม่หมดความพยายามรับรองว่าความสำเร็จก็ไม่ไกลเกินไปเหรอค่ะ มีอาจารย์ท่านหนึ่งที่โรงเรียนได้พูดกับเราว่า "โชคชะตาถูกกำหนดไว้แล้ว" บ้างทีสิ่งที่เราเลือกอาจจะไม่ใช่ตัวเราก็ได้น่ะค่ะ ลองปล่อยวางไม่ต้องไปกังวลกับมันมากมายแล้วเพื่อนๆจะพบกับเส้นทางใหม่ๆที่รอให้เราเลือกเดินไป โชคดีนะทุกคน เราจะค่อยเป็นกำลังใจให้ สู้ๆๆ
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด