เมื่อวันที่ 29 มกราคม นายวิจิตร ศรีสอ้าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ให้สัมภาษณ์กรณีสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) มีแนวคิดที่จะปรับเกณฑ์วัดผลการเรียนจบระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายใหม่ โดยนักเรียนที่จะจบชั้น ม.6 ได้ จะต้องมีผลการเรียนเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลาย หรือจีพีเอเอ็กซ์ รวม 6 ภาคการศึกษา ไม่ต่ำกว่า 1.50 จากเดิมที่กำหนดไว้เพียง 1.00 ทั้งนี้ เพื่อกระตุ้นคุณภาพนักเรียนว่า ตนไม่ได้มองว่าการแก้ไขเรื่องการตัดเกรดเป็นการแก้ปัญหาคุณภาพนักเรียนที่ปลายเหตุ เพราะอะไรที่เป็นปัญหาก็ต้องแก้ทั้งหมด และการขยับเกณฑ์จบชั้น ม.6 ขั้นต่ำเป็นเกรด 1.50 จากเดิม 1.00 นั้น จริงๆ แล้วก็ไม่ได้กระทบกับนักเรียนโดยทั่วไป จะกระทบเพียงเด็กที่อยู่ในระดับดังกล่าว ซึ่งคาดว่าจะมีประมาณ 5-10%

 

"ส่วนการช่วยเหลือนักเรียนที่เกรดไม่ถึง 1.50 นั้น ทางโรงเรียนจะต้องสอนซ่อมเสริม ทั้งนี้ จะว่าไปแล้วที่ผ่านมาไปกำหนดเกณฑ์จบขั้นต่ำเกินไปที่ 1.00 ก็สามารถจบหลักสูตรได้ ซึ่งถ้าปล่อยให้เด็กจบไปโดยไม่มีความรู้ ก็จะเกิดปัญหาวิจารณ์กันต่อไปว่า มีนักเรียนจบไปทั้งที่อ่านและยังเขียนไม่ได้" นายวิจิตรกล่าว และว่า ส่วนที่วิจารณ์เรื่องการให้เกรดของแต่ละโรงเรียนไม่ได้มาตรฐานนั้น จริงๆ แล้วทุกโรงเรียนมีเกณฑ์ในการให้ตัดเกรด เพียงแต่อาจถือเกณฑ์คนละเกณฑ์กัน ใช้ข้อสอบคนละอย่างกัน ซึ่งก็ไม่มีใครกล้ายืนยันว่าได้มาตรฐานเดียวกัน อย่างไรก็ตาม ถ้าพบโรงเรียนย่อหย่อน ปล่อยคะแนนเฟ้อ ไม่ได้มาตรฐาน ก็ต้องไปแก้ไขให้ถูกจุด แต่ไม่ใช่ว่าทุกโรงเรียนจะปล่อยเกรดเฟ้อทั้งหมด

 
 

คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า จากการสำรวจข้อมูลนักเรียนที่จบ ม.6 ปีการศึกษา 2549 พบว่าไม่มีนักเรียนที่มีผลการเรียนเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตร ม.ปลาย 1.00 แต่มีนักเรียนที่ได้เกรด 1.50 หรือต่ำกว่า จำนวน 1,400 คน มีนักเรียนที่ไม่จบพร้อมรุ่น เนื่องจากติด "ร" และ "มส" จำนวน 20,000 คน ซึ่งมากเป็นประวัติการณ์ ส่วนปีการศึกษา 2548 มีนักเรียนที่ได้เกรด 1.50 หรือต่ำกว่า จำนวน 1,200 คน จึงถือว่าเป็นนักเรียนส่วนน้อย ส่วนประเด็นที่หลายคนกังวลว่า การปรับเกรดการจบชั้น ม.6 ดังกล่าวเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุนั้น ขอชี้แจงว่า การปรับเกรดเป็นเพียงส่วนหนึ่งในการปรับปรุงหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ยังมีเรื่องอื่นๆ อีกจำนวนมากที่ได้กำหนดให้ปรับปรุงทั้งระบบ เช่น เวลาเรียน การกำหนดช่วงชั้น และการพัฒนาครู เป็นต้น

 

         ด้านนายสุรพล นิติไกรพจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า การขยับเกณฑ์จบ ม.ปลายจาก 1.00 เป็น 1.50 คิดว่าไม่มีผลต่อมหาวิทยาลัย เพราะระบบคัดเลือกนักศึกษาของมหาวิทยาลัยเป็นระบบที่เลือกเอาคนที่เก่งที่สุด ฉะนั้น นักเรียนที่ผ่านการคัดเลือกส่วนใหญ่จะมีผลคะแนนเฉลี่ยสะสมค่อนข้างสูงกว่า 3.00 ส่วนคนที่ได้เกรด 1.00-1.50 มักไม่ผ่านการคัดเลือก อย่างไรก็ตาม การปรับเกณฑ์จบสูงขึ้นจะมีผลกระทบเชิงบวกต่อระบบมาตรฐานการจัดการเรียนการสอนชั้น ม.ปลายของ สพฐ.เอง ที่ต้องเอาจริงเอาจังกันมากขึ้น ส่วนที่วิตกถึงปัญหาว่าโรงเรียนอาจปล่อยเกรดเพื่อให้เด็กจบหลักสูตรนั้น แต่ละโรงเรียนอาจให้เกรดเด็กสูงขึ้นเพื่อให้จบหลักสูตร แต่ก็เชื่อว่าไม่ใช่การให้เกรดเฉยๆ โดยไม่มีการพัฒนาเด็กเลย
 

พี่ลาเต้ขอขอบคุณข้อมูลจากหนังสือพิมพ์มติชน

พี่ลาเต้
พี่ลาเต้ - Columnist นักข่าวสายการศึกษา เกาะติดทุกข่าวแทนน้องๆ ตัวถีบ ตัวดันให้ ม.6 สอบติด

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

2 ความคิดเห็น

KAo JiTLHON Member 30 ม.ค. 51 22:21 น. 1
ผมไม่แน่ใจว่านี่จะเป็นการแก้ปัญหาตรงจุดหรือเปล่า แต่ผมคิดว่า ปัญหาสำคัญของการศึกษาไทยนั้นน่าจะอยู่ที่จุดอื่นมากกว่า เป็นเรื่องจริงที่เด็กสมัยนี้จบม.6ได้แม้จะอ่านหนังสือไม่ออก บวกลบเลขไม่เป็น ไม่ใช่ว่าครูไทยไม่ดีนะครับ สวนหนึ่งมาจากระบบครับ เช่นการประกันคุณภาพการศึกษา ข้อดีมีครับแต่ผมขอกล่าวถึงอีกมุมนึงนะครับขอยกตัวอย่างเช่น การที่มีเด็กสอบตก อาจารย์ก็จะถูกตรวจสอบ ยิ่งถ้าตกมากๆ แม้ว่าเด็กจะไม่สามารถทำได้จริงๆ อาจารย์คนนั้นก็จะมีปัญหเช่นกัน อาจารย์ส่วนใหญ่จึงพยายามที่จะไม่ให้ถูกตรวจสอบก็ปล่อย หรือหาวิธีมาช่วยให้เด็กสามารถผ่านได้เช่นคะแนนพิเศษ อีกส่วนก็คือตัวเด็กเองที่ใช้ความทันสมัยในทางที่ผิด ใช้คอมพิวเตอร์ทำงานแทนตัวเองเป็นต้น ผมว่าการแก้ปัญหาน่าจะอยู่ที่การมีนโยบายที่จะเน้นการเรียนรู้ ระหว่างครูกับลูกศิษย์แบบมีความสัมพัยธ์ที่ใกล้ชิดกว่าปัจจุบัน เพราะการเรียนในทุกวันนี้ไม่ต่างจากการไปอ่านหนังสือเอง ครูกลายเป็นแค่คนสั่งงาน การเรียนควรจะเป็นการเรียนผ่านทางชีวิต ครูใช้ชีวิตความเป็นครูถ่ายทอดทั้งความรู้ ความรัก ความศรัทธา ผ่านการดำเนินชีวิตของครูให้นักเรียนเห็นเป็นแบบอย่าง เด็กก็ซึมซับสิ่งเหล่านี้ ถึงแม้เด็กจะไม่ได้รับความรู้จากหนังสือ แต่เด็กก็จะได้รับสิ่งๆดีจากครูให้เด็กเป็นคนดีได้ครับ
0
กำลังโหลด
erty 31 ม.ค. 51 19:27 น. 2
ปัญหาการศึกษาไทยคืออะไรอะหรอ เคยเป็นผู้เรียนยุคนี้บ้างมั้ย เราว่าคนเรียนในยุคนี้รู้ลึกกว่านะ คนเรียนเก่งส่วนใหญ่อะ ต้องอ่านหนังสือเป็น ทำข้อสอบเป็น วิเคราะห์ พึ่งพาตัวเองได้ แล้วส่วนใหญ่ เอะอะก็วิ่งหาที่เรียนพิเศษ เลยเป็นปัญหาในการทำข้อสอบ เพราะตีโจทย์ไม่ออก แล้วก็เป็นตัวทำลายกระบวนความคิด ไม่ทำความเข้าใจ พอเรียนยากขึ้น เกินกว่าตัวเองจะทำความเข้าใจได้ ชิมิ- -* เออ เกรดไม่ถึง 1.5 ก็รู้ๆกันอยู่ว่าเป็นคนยังไง จะให้จบไปอีกทำไม ทำแค่คะแนนเก็บก็เกิน40% แล้ว ถ้าไม่มีการส่งงาน ทำซุ่ย มันก็น่าสมควรนี่ ไม่กำหนดข้อสอบ NT ขึ้นต่ำอะ อนุโลม 2-3 วิชาไรเงี้ย ไม่ถึงก็ห้ามเลื่อนระดับ ถ้าไม่มีเหตุอันควร มันต้องแก้ที่พื้นฐานก่อน ถ้าพื้นฐานไม่ดีแต่เด็ก แล้วจะเอาอะไรไปเรียนตอนม.ปลายว่ะ
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด