คิมโฮยอน : 3 เทคนิค “เปลี่ยนเรื่องใกล้ตัว”
ให้กลายเป็น “นิยายเบสเซลเลอร์” ภายใน 5 นาที
เชื่อว่าถ้าเอ่ยชื่อหนังสือ “ร้านไม่สะดวกซื้อของคุณทกโก” และ “ร้านไม่สะดวกซื้อของคุณทกโก ในวันที่คุณทกโกไม่อยู่” ทุกคนจะต้องร้องอ๋อแน่ๆ เพราะหนังสือเล่มนี้คือผลงานของ คิมโฮยอน นักเขียนชาวเกาหลีใต้ ผู้สร้างปรากฏการณ์ Super Bestseller ทำหนังสือขายดีติดต่อกันนานกว่า 32 สัปดาห์ ผลงานของเขามีจุดเด่นตรงที่การสร้างคอนเซ็ปท์และไอเดียให้น่าสนใจ ทำให้โดนใจนักอ่านทั่วโลก
และเมื่อเร็วๆ นี้ คิมโฮยอน ได้เดินทางมาร่วมงาน Global author spotlight ซึ่งเป็นงานที่จัดขึ้นในงานมหกรรมหนังสือแห่งชาติเมื่อเดือนตุลาคม 2567 ที่ผ่านมา โดยในงานได้มีการเชิญชวนนักเขียนจากนานาประเทศ มาแบ่งปันเรื่องเล่า แนวคิด ตลอดจนเทคนิคการเขียนให้กับผู้ที่สนใจ ซึ่งตัวแอดมินเองก็ได้มีโอกาสรับฟังบทสัมภาษณ์ของ คิมโฮยอน และรู้สึกว่าข้อมูลต่างๆ ที่นักเขียนท่านนี้นำมาแบ่งปันนั้น มีประโยชน์ และน่าจะช่วยจุดประกายสร้างไอเดียใหม่ๆ ให้กับผู้ที่อยากเป็นนักเขียนได้ไม่มากก็น้อย แอดมินจึงได้สรุปบทสัมภาษณ์ดังกล่าวมาฝากชาวนักเขียนเด็กดีในวันนี้ค่ะ
โดย คิมโฮยอน ได้เล่าให้เราฟังว่า ไอเดียและคอนเซ็ปต์ของหนังสือที่เขาเขียน ส่วนใหญ่จะมาจากเรื่องใกล้ตัวที่เขาสนใจ อย่างเรื่อง “ร้านไม่สะดวกซื้อของคุณทกโก” และ “ร้านไม่สะดวกซื้อของคุณทกโก ในวันที่คุณทกโกไม่อยู่” ก็มาจากแนวคิดที่ว่าร้านสะดวกซื้อมีอยู่แทบทุกตรอกซอกซอยในเกาหลีใต้ เขาคิดว่าสถานที่แห่งนี้เหมาะจะใช้บอกเล่าเรื่องราวของผู้คนมากมายที่ผ่านไปผ่านมาได้ง่าย นอกจากนี้เขายังมองหาคาแรกเตอร์ตัวละครที่จะมาทำให้ร้านสะดวกซื้อกลายเป็นร้านที่ไม่สะดวกซื้อมากที่สุดอีกด้วย
พอแอดมินได้ฟังไอเดียและคอนเซ็ปต์ที่อยู่เบื้องหลังงานเขียน ก็รู้สึกได้เลยว่านักเขียนคนนี้มีมุมมองที่ไม่ธรรมดาจริงๆ ค่ะ เชื่อว่านักเขียนหลายๆ คนก็คงเคยหยิบเอาเรื่องจริงของตัวเองมาเขียนลงไปในนิยายของตัวเองบ้าง แต่เราจะทำยังไงให้เรื่องราวธรรมดาๆ ในชีวิตกลายเป็นนิยายเบสเซลเลอร์อย่างเขาได้บ้างล่ะ วันนี้แอดมินหาคำตอบมาให้แล้วค่ะ
1. เริ่มจากสถานที่คุ้นเคย
เวลาเขียนนิยาย ถ้าหากเราเขียนเกี่ยวกับสถานที่ที่คุ้นเคยดีอยู่แล้ว จะทำให้เรามีภาพในหัวที่ชัดเจน เขียนออกมาได้ง่าย และเต็มไปด้วยความรู้สึก โดยสถานที่เหล่านั้นอาจจะเป็นได้ทั้งสถานที่ที่มีอยู่จริง แต่เอามาดัดแปลงให้น่าสนใจ หรืออาจจะเป็นสถานที่สมมติ ที่มาตั้งอยู่ในสถานที่จริงก็ได้เหมือนกันค่ะ วิธีนี้ถือเป็นเทคนิคที่นักเขียนหลายคนหยิบมาใช้กันบ่อยมาก
ยกตัวอย่าง คิมโฮยอนเล่าว่า ร้านสะดวกซื้อ Always จากเรื่อง “ร้านไม่สะดวกซื้อของคุณทกโก” เป็นร้านค้าที่ไม่มีอยู่จริงในเกาหลีใต้ แต่เป็นสถานที่สมมติที่เขาเอามาตั้งอยู่ในสถานที่จริง เพราะอยากบอกเล่าเรื่องราวของผู้คนที่ผ่านไปผ่านมาที่ร้านสะดวกซื้อแห่งนี้ โดยเขาตั้งชื่อร้านว่า Always เพื่อสื่อว่าเป็นร้านสะดวกซื้อตลอด 24 ชั่วโมง และยังสื่อถึงความสัมพันธ์ที่ยืนยาวของผู้คนนั่นเอง
เทคนิคที่แนะนำ : เราสามารถออกแบบสถานที่ธรรมดาในชีวิตจริงของเราให้เป็นเอกลักษณ์ และมีกฏเฉพาะได้ เพื่อให้นิยายของเรามีฉากหลังที่น่าสนใจ เช่น ร้านดอกไม้ที่มีดอกไม้เปลี่ยนสีตามอารมณ์ของลูกค้า โรงแรมที่เปิดให้บริการเฉพาะวันพระ ร้านรับซื้อของเก่าที่รับซื้อเฉพาะความทรงจำ เป็นต้น
2. ตัวละครที่มีคาแรกเตอร์ชัดเจน
ตัวละครในเรื่องไม่จำเป็นต้องเพอร์เฟ็กต์ แต่ต้องทำให้คนอ่านจดจำได้ และถ้าทำให้คนอ่านหลงรักได้ ก็ถือว่าเป็นผลพลอยได้ไปในตัว ดังนั้น การออกแบบตัวละครจึงสำคัญมาก เพื่อให้ตัวละครมีคาแรกเตอร์ที่ชัดเจน ควรใส่ความเป็นมนุษย์เข้าไป เพื่อให้ตัวละครดูสมจริงและมีความใกล้ชิดกับคนอ่าน
ยกตัวอย่าง คิมโฮยอน วางคาแรกเตอร์ตัวละคร “คุณทกโก” มาตั้งแต่แรกว่าอยากให้เขาเป็นคนที่มาทำงานที่ร้านสะดวกซื้อแล้วทำให้ร้านไม่สะดวกที่สุด และเขาก็ได้ตัวละครคุณทกโกซึ่งเป็นชายไร้บ้าน ที่มีสกิลการเข้าสังคมน้อย อาจจะเข้ากับคนได้ยาก เลยทำให้เกิดความไม่สะดวกที่สุด ตามคาแรกเตอร์ที่อยากได้
นอกจากนี้ ชื่อตัวละคร ทกโก ยังเป็นชื่อที่คิมโฮยอนคิดไว้ตั้งแต่แรกอีกด้วย ตั้งแต่ตอนสร้างโครงเรื่อง ซึ่งในเกาหลีใต้ถ้าหากไปบอกใครว่าชื่อทกโก ก็อาจจะทำให้ดูมีภาพลักษณ์ที่รุนแรงได้ แต่คุณโฮยอนรู้สึกว่าเป็นชื่อที่อ่านหรือฟังแล้วสะดุดใจ เขาจึงเลือกใช้ชื่อนี้ และชื่อคุณทกโก ก็มีความหมายแฝงที่สามารถแปลได้ว่า ความโดดเดี่ยว อีกด้วย
เทคนิคที่แนะนำ : ควรออกแบบคาแรกเตอร์ตัวละครให้ชัดเจนและเข้ากับคอนเซ็ปต์ของเรื่องไว้ก่อนจะลงมือเขียนจริง เช่น การตั้งชื่อตัวละครที่สื่อความหมายสอดคล้องกับเรื่อง การสร้างตัวละครที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ บางทีเราอาจจะชื่นชอบบุคลิกของคนหนึ่ง แต่ชอบวิธีการแสดงออกของอีกคนหนึ่ง เราก็สามารถจับเอาสิ่งเหล่านั้นมายำรวมใส่ในตัวละครได้เหมือนกัน
3. หยิบเรื่องจริงในชีวิตมาเขียน
ในชีวิตเรามีเหตุการณ์เกิดขึ้นมากมาย แต่เหตุการณ์ไหนจะสามารถนำมาเป็นเรื่องราวในนิยายได้ ก็ต้องอยู่ที่เราแล้วว่าจะทำยังให้เหตุการณ์นั้นน่าสนใจและดูสมจริงมากที่สุด ซึ่งวิธีที่นักเขียนใช้กันบ่อยๆ ก็คือ หนึ่ง เอาเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นจริง มาดัดแปลงให้น่าสนใจ และสอง สร้างเหตุการณ์สมมติขึ้นมา แล้วเสริมด้วยรายละเอียดของเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นจริง
ยกตัวอย่าง คุณทกโก ที่ทำงานในร้านสะดวกซื้อ Always เขาต้องเจอกับลูกค้าหลากหลายประเภทในแต่ละวัน มีทั้งลูกค้าขาจร และคนที่แวะเข้ามาใช้บริการเป็นประจำ ทำให้เขาได้เจอพบเจอผู้คนและเหตุการณ์ต่างๆ มากมาย ทั้งคนที่มีปัญหาทางการเงิน หรือมีปัญหาในชีวิตที่แก้ไม่ตก ซึ่งพอเหตุการณ์นั้นมันใกล้ชิดกับผู้คน คนอ่านก็จะรู้สึกอินตามได้ง่าย
เทคนิคที่แนะนำ : ถ้าเกิดว่าในชีวิตเราหรือคนรอบตัวมีเหตุการณ์ที่ทำให้รู้สึกเหลือเชื่อ หรือเกิดความเอ๊ะขึ้นมาในใจ ลองจดบันทึกเรื่องราวและความรู้สึกที่เกิดขึ้นเก็บไว้ จากนั้นค่อยหยิบเหตุการณ์ที่น่าสนใจมาลองเขียนนิยายของเราดู เช่น เคยเกิดอุบัติเหตุเครื่องบินตกแต่รอดมาได้ด้วยวิธีใด ลูกค้าแต่ละประเภทที่เคยเจอมีแบบไหนบ้าง เรื่องที่คิดว่าน่าอับอายที่สุดในชีวิตคือเรื่องอะไร เป็นต้น
ครบแล้วค่ะ 3 วิธีง่ายๆ ที่จะเปลี่ยนเรื่องใกล้ตัวให้กลายเป็นนิยายเบสเซลเลอร์ได้ แอดมินคิดว่าหัวใจหลักของแนวคิดทั้งหมดนี้ คือ การเขียนนิยายที่มีความใกล้ชิดกับผู้คน ทั้งฉาก ตัวละคร และเหตุการณ์ต่างๆ ที่ทำให้คนอ่านสามารถนึกคิดหรือจินตนาการถึงได้ ราวกับว่าเรื่องนี้เคยเกิดขึ้นในชีวิตของฉันเหมือนกัน และเมื่อนักอ่านอินก็ไม่มีเหตุผลที่นิยายเรื่องนั้นจะไม่สนุก แอดมินหวังว่าไอเดียและแรงบันดาลใจดีๆ ในวันนี้จะช่วยให้นักเขียนทุกคนมีไฟในการเขียนนิยายให้ปังปุริเย่กันมากขึ้นนะคะ!
พี่แนนนี่เพน
ขอขอบคุณผู้จัดกิจกรรมดีๆ
- คณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ
- คณะกรรมการพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ
- คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมด้านหนังสือ
และสนับสนุนกิจกรรมดีๆ โดย
- กระทรวงวัฒนธรรม
- กรมส่งเสริมวัฒนธรรม
- Thailand Creative Culture Agency (THACCA)
- สมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย
- ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
0 ความคิดเห็น