สวัสดีค่ะน้อง ๆ ชาวเด็กดี คอลัมน์ ‘รู้ไว้เผื่อออกสอบ’ ในวันนี้ เป็นหนึ่งในทอปปิคของวิชาเศรษฐศาสตร์ที่ชาว #dek68 คุ้นเคยกันดี เพราะว่าออกสอบบ่อย!! นั่นคือ ‘นโยบายการคลัง’ ซึ่งมักจำสับสนกับ นโยบายการเงิน นั่นเอง แต่ไม่ต้องกังวลไปค่ะ เพราะวันนี้พี่กระแตได้รวบรวมเนื้อหาสำคัญเกี่ยวกับนโยบายการคลัง ตั้งแต่ที่มาของรายรับ-รายจ่ายของรัฐบาล ประเภทของการดำเนินนโยบายการคลัง การใช้จ่ายงบประมาณ พร้อมทริคดี ๆ ช่วยจำง่ายขึ้นมาฝากกันแล้ว
รายรับของรัฐบาลมาจากไหน?
รายรับของรัฐบาลมีอยู่ด้วยกัน 2 ส่วน คือ รายรับที่เป็นรายได้และรายรับที่ไม่ใช่รายได้
1. รายรับที่เป็นรายได้
รายได้จากภาษีอากร ซึ่งถือเป็นรายได้หลักของรัฐบาล ประกอบด้วย
- ภาษีทางตรง เช่น ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
- ภาษีทางอ้อม เช่น ภาษีมูลค่าเพิ่มหรือ VAT, ภาษีสรรพสามิต
รายได้ที่ไม่ได้มาจากภาษีอากร หมายถึง รายได้จากแหล่งอื่น ๆ ยกเว้นภาษีอากร อาทิ ค่าธรรมเนียม ค่าปรับ รายได้จากรัฐวิสาหกิจ เป็นต้น
2. รายรับที่ไม่ใช่รายได้
เงินกู้ โดยรัฐบาลสามารถกู้ยืมเงินจากทั้งในและต่างประเทศในกรณีที่มีรายรับไม่เพียงพอ โดยการกู้ยืมของรัฐบาลจะทำให้เกิดหนี้สาธารณะขึ้น
เงินคงคลัง คือ เงินที่เหลือจากการใช้จ่ายในปีก่อน ๆ ที่รัฐบาลเก็บสะสมเอาไว้ และนำออกมาใช้ในปีที่มีรายรับไม่เพียงพอแทนการกู้ยืม
รายจ่ายของรัฐบาล
เช่นเดียวกับหน่วยธุรกิจอื่น ๆ ที่ต้องมีเงินทุนสำหรับดำเนินงาน รัฐบาลเองก็ใช้จ่ายเงินเพื่อบริหารและดำเนินงานอันเป็นหน้าที่ของภาครัฐซึ่งจะก่อให้เกิดประโยชน์แก่สังคม อาทิ การลงทุนในโครงการต่าง ๆ การจัดสรรเงินทุนให้กับหน่วยงานภาครัฐ เป็นต้น แต่ก็ใช่ว่ารัฐบาลจะใช้จ่ายได้ตามใจชอบนะคะ รัฐบาลจะต้องจัดทำแผนการใช้จ่ายและการหารายรับเอาไว้ล่วงหน้าในรูปของงบประมาณแผ่นดินนั่นเองค่ะ
นโยบายการคลัง คืออะไร?
คือ นโยบายที่รัฐบาลใช้ในการบริหารรายรับและรายจ่ายของภาครัฐ โดยเน้นใช้เครื่องมือสำคัญที่เราได้พูดถึงกันไปก่อนหน้า คือ ‘การใช้จ่ายของรัฐบาล’ และ ‘การเก็บภาษี’ เพื่อให้เกิดเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ รักษาการเติบโตของเศรษฐกิจให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ตลอดจนเกิดการกระจายรายได้และการจ้างงานอย่างเต็มที่
Note : นโยบายการคลัง ดำเนินการโดยรัฐบาล
นโยบายการเงิน ดำเนินการโดยธนาคารกลาง คือ ธนาคารแห่งประเทศไทย
โดยทั่วไปแล้วการดำเนินนโยบายการคลังมี 2 รูปแบบ ได้แก่ นโยบายการคลังอัตโนมัติ คือ นโยบายการคลังที่ทำให้เศรษฐกิจเกิดการปรับตัวเข้าหาเสถียรภาพได้เองโดยที่รัฐบาลไม่ต้องดำเนินการใดเพิ่ม และนโยบายการคลังแบบจงใจ ที่รัฐบาลจะต้องเปลี่ยนแปลงการใช้จ่ายและ/หรือเปลี่ยนแปลงอัตราภาษีเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ โดยมีรูปแบบแยกย่อยอยู่อีก 2 ประเภท ดังนี้
ประเภทของนโยบายการคลังแบบจงใจ
นโยบายการคลังแบบหดตัว (Contractionary fiscal policy)
หมายถึง นโยบายการคลังที่เน้นการลดการใช้จ่ายของภาครัฐและ/หรือเพิ่มการจัดเก็บรายได้ เช่น การเพิ่มอัตราภาษีอากร เรียกอีกอย่างหนึ่งว่ามาตรการรัดเข็มขัดทางการคลัง จุดประสงค์เพื่อลดการใช้จ่ายเงินของคนลง มาตรการเหล่านี้จะถูกใช้เพื่อให้เกิดการชะลอตัวเมื่อเศรษฐกิจขยายตัวมากเกินไป จนอาจเกิดภาวะเงินเฟ้อขึ้น
นโยบายการคลังแบบขยายตัว (Expansionary fiscal policy)
หมายถึง นโยบายการคลังที่เพิ่มการใช้จ่ายของภาครัฐและ/หรือลดการจัดเก็บรายได้ เช่น ลดอัตราการจัดเก็บภาษีอากรโดยลดหย่อนภาษีบางประเภทลง จุดประสงค์เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้คนเกิดการใช้จ่ายมากขึ้น เมื่อเศรษฐกิจเกิดการถดถอยซบเซา หรืออยู่ในภาวะเงินฝืด
งบประมาณเกินดุล-ขาดดุล ต่างกันอย่างไร?
การใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดินโดยรัฐบาลอาจขึ้นอยู่กับสภาวะเศรษฐกิจและนโยบายที่ใช้ในขณะนั้น แบ่งได้เป็น 3 รูปแบบ
- งบประมาณสมดุล (Balanced Budget) คือ รัฐบาลใช้จ่ายเท่ากับรายรับ
- งบประมาณเกินดุล (Budget Surplus) คือ รัฐบาลใช้จ่ายน้อยกว่ารายรับ หรือใช้นโยบายการคลังแบบหดตัว
- งบประมาณขาดดุล (Budget Deficit) คือ รัฐบาลใช้จ่ายมากกว่ารายรับ หรือใช้นโยบายการคลังแบบขยายตัว
ทริคในการจำ !
เศรษฐกิจเติบโตมากเกิน ดำเนินนโยบายการคลังแบบหดตัวเพื่อให้เศรษฐกิจชะลอตัว
ใช้งบประมาณเกินดุล
เศรษฐกิจถดถอยซบเซา ดำเนินนโยบายการคลังแบบขยายตัวเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ
ใช้งบประมาณขาดดุล
มาทดสอบความรู้กัน!
น้อง ๆ ที่อ่านมาจนถึงตรงนี้ คงจะเข้าใจหลักการใช้นโยบายการคลังกันพอสมควรแล้ว คราวนี้เรามาลองทดสอบความเข้าใจนั้นกันดีกว่า! สำหรับโจทย์ในวันนี้เป็นข้อสอบ A-level วิชาสังคมศึกษา จากโครงการ Dek-D’s Pre-Admission รอบพฤศจิกายน 2566 และรอบพฤศจิกายน 2565 ถ้าพร้อมแล้ว มาเริ่มกันเลย!
ข้อใดต่อไปนี้กล่าวถึงความหมายของงบประมาณได้ถูกต้อง (A-level วิชาสังคมศึกษา โครงการ Dek-D’s Pre-Admission รอบพฤศจิกายน 2566)
1. งบประมาณเกินดุล หมายถึงรายได้ของรัฐบาลมากกว่ารายจ่ายของรัฐบาล
2. งบประมาณเกินดุล หมายถึงรายรับของรัฐบาลมากกว่ารายจ่ายของรัฐบาล
3. งบประมาณขาดดุล หมายถึงรายจ่ายของรัฐบาลน้อยกว่ารายรับของรัฐบาล
4. งบประมาณขาดดุล หมายถึงรายจ่ายของรัฐบาลมากกว่ารายรับของรัฐบาล
5. งบประมาณขาดดุล หมายถึงรายจ่ายของรัฐบาลน้อยกว่ารายได้ของรัฐบาล
นโยบายข้อใดที่รัฐบาลไม่ควรนำเข้าใช้ในกรณีที่รัฐบาลจำเป็นต้องดำเนินนโยบายการคลังแบบขาดดุล (A-level วิชาสังคมศึกษา โครงการ Dek-D’s Pre-Admission รอบพฤศจิกายน 2565)
1. การซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาล
2. การลดการจัดเก็บภาษีบางประเภท
3. การส่งเสริมการท่องเที่ยวจากต่างประเทศ
4. การจำกัดการลงทุนของบริษัทต่างชาติภายในประเทศ
5. การออกนโยบายกระตุ้นการใช้จ่ายของภาคประชาชน
ที่มาจากhttp://regis.nstru.ac.th/oatis/learning/FilesAttach/S3183_14777_7_11444_Chapter_7okFiscal.pdfhttps://gened.siam.edu/wp-content/uploads/2018/07/PSE-ppt-100-101_-06_2555_101.pdf http://www.satriwit3.ac.th/files/19062413133845201_2001200774603.pdfเป็นอย่างไรกันบ้างคะ ข้อไหนน้าคือคำตอบที่ถูก ลองเข้ามาแชร์คำตอบพูดคุยกันได้นะคะ สำหรับคอลัมน์ 'รู้ไว้เผื่อออกสอบ' บทความถัดไปจะเป็นเรื่องไหน วิชาไหน ฝากน้อง ๆ รอติดตามกันด้วยน้า ส่วนใครที่มีความรู้ดี ๆ ทริคเด็ด ๆ อยากบอกต่อ ก็เข้ามาพิมพ์กันไว้ที่คอมเมนต์ด้านล่างได้เลย!
2 ความคิดเห็น
หนูจะเอาไว้อ่านก่อนสอบค่ะ ดีมากเลยค่ะ????????????
เยี่ยมมากกกก