|
เป็นข่าวใหญ่โต ขึ้นหน้า 1 หนังสือพิมพ์มา 2 วันติดแล้วนะครับ...สำหรับข่าวการจับกุมเด็กแว้นทั้งหลาย...ซึ่งวันนี้ พี่ลาเต้ มีความคืบหน้าถึงแนวทางการดำเนินคดีกับเด็กกลุ่มนี้มาฝากกันครับ... จากกรณีตำรวจ บก.น.1 ระดมกำลังปิดประตูตีแมวใช้รถบรรทุก 10 ล้อ ปิดถนนพระราม 6 ช่วงแยกโรงกรองน้ำสามเสนถึงโรงพยาบาลวิชัยยุทธ เมื่อช่วงตี 2 กว่าของวันที่ 3 ก.พ. รวบแก๊งรถจักรยานยนต์ซิ่งกวนเมือง เด็กแว้น อายุระหว่าง 15-20 ปี ได้ทั้งหมด 260 คน นำส่ง สน.พญาไท ดำเนินคดี เบื้องต้นแจ้งข้อหาร่วมกันแข่งรถในทางสาธารณะ สำหรับ เด็กแว้น ที่ถูกจับกุมได้มีโจ๋หญิงชาย อายุไม่ถึง 18 ปีจำนวน 108 คน ถูกแยกส่งไปควบคุมที่สถานแรกรับเด็ก บ้านเมตตา และบ้านปราณี ตามที่เสนอข่าวไปนั้น ความคืบหน้าในเรื่องนี้เมื่อวันที่ 4 ก.พ. พล.ต.ต. อำนวย นิ่มมะโน ผบก.น.1 กล่าวว่า มาตรการเชิงรุกต่อไป อยู่ระหว่างตรวจสอบหาร้านแต่งรถซิ่งบริการให้กับวัยรุ่นนักแข่งมาประชันความเร็ว โดยจะจับมาดำเนินคดีข้อหา ให้การสนับสนุน ทั้งนี้ ในพื้นที่ บก.น.1 มักมีกลุ่มวัยรุ่นนักซิ่งรวมตัวกันในคืนวันเสาร์ช่วงตี 3 ถึงตี 5 ใช้ถนนพระราม 6 ถนนราชดำเนิน มุ่งหน้าสะพานพระปิ่นเกล้า เป็นที่ประลองความเร็ว ก่อความเดือดร้อนรำคาญ ได้กำชับตำรวจท้องที่ให้เข้มงวดกวดขันมากขึ้น
ส่วนบรรยากาศที่ สน.พญาไท สถานที่ควบคุมแก๊ง เด็กแว้น ตั้งแต่ช่วงเช้า มีบรรดาผู้ปกครองพ่อแม่ญาติพี่น้องกลุ่ม เด็กแว้น เกือบ 100 คน นำข้าวปลาอาหารเครื่องดื่มเครื่องใช้มาเยี่ยม ส่วนใหญ่บ่นเป็นเสียงเดียว ไม่รู้จะห้ามปรามอย่างไร ห้ามแล้วยังแอบหนีออกมาจนถูกจับ ทำให้พ่อแม่เดือดร้อนกันถ้วนหน้า พ.ต.ท.มานะ เพาะช่วย พนักงานสอบสวน (สบ 3) สน.พญาไท กล่าวว่า จะนำผู้ต้องหาที่รับสารภาพทั้งหมด 140 คน ส่งฟ้องด้วยวาจาที่ศาลแขวงดุสิต สำหรับผู้ต้องหาที่ปฏิเสธมี 12 คน จะนำสำนวนที่อัยการขอผัดฟ้องมาดำเนินคดีต่อ ในส่วนของเยาวชนอายุไม่ถึง 18 ปี จำนวน 108 คน จะส่งคดีให้ศาลเด็กและเยาวชนดำเนินคดีต่อไป ส่วนการดำเนินคดีผู้ต้องหาเบื้องต้น แบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือผู้ขับขี่ แจ้งข้อหา แข่งรถในทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต กลุ่มผู้ซ้อน ตั้งข้อหา ร่วมกันแข่งรถในทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต และกลุ่มสุดท้ายคือคนดู แจ้งข้อหา ยุยง สนับสนุน ส่งเสริมให้มีการกระทำความผิด วันเดียวกัน ที่สถานแรกรับเด็กและเยาวชนชายบ้านเมตตา ถนนแจ้งวัฒนะ สถานที่ควบคุมตัวเด็กและเยาวชนชายแก๊ง เด้กแว้น 74 คน อายุระหว่าง 13 ปี-17 ปี มีพ่อแม่ผู้ปกครองนำเอกสารพร้อมหลักทรัพย์ไป ติดต่อขอยื่นประกันบุตรหลาน กลับต้องผิดหวังเนื่องจาก นายไพศาล วิเชียรเกื้อ อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน กระทรวงยุติธรรม ไม่อนุญาต สร้างความไม่พอใจให้กับผู้ปกครองส่วนหนึ่ง จนนายไพศาลต้องเข้าชี้แจงด้วยตัวเองทำให้สถานการณ์คลี่คลาย นายไพศาล กล่าวว่า เหตุผลที่ไม่ให้ประกันตัวเด็กและเยาวชนกลุ่มนี้ เนื่องจากได้รวมตัวกันจำนวนมาก สร้างความเดือดร้อนให้กับสังคม ต้องยื่นคำร้องต่อศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ขอควบคุมตัวเด็กและเยาวชนไว้ เพื่อนำเข้าโปรแกรมช็อกความรู้สึก บำบัดจิตใจ ฝึกระเบียบวินัย ฟังเทศน์ให้กลับตัวสำนึกในสิ่งที่ทำลงไป 5 วัน ก่อนให้ประกันตัวในวงเงินคนละ 3,000 บาท ขอรับรองความปลอดภัย ไม่มีการรับน้องใหม่หรือซ้อมทำร้ายร่างกาย 100 เปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้ ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ดูแลอย่างใกล้ชิด 24 ช.ม. สำหรับประวัติเด็กและเยาวชน หากศาลเยาวชนไม่มีคำสั่งให้อบรมในศูนย์ฝึก จะประสานสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ลบประวัติเด็กออกจากทะเบียนประวัติอาชญากร ส่วนการดำเนินคดีกับผู้ปกครองตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก คงเป็นทางเลือกสุดท้าย สาเหตุผู้ปกครองมีภาระหนักในการหาเลี้ยงครอบครัว อาจไม่มีเวลาดูแลบุตรหลาน ต้องให้โอกาสเด็กและเยาวชนกลับตัวออกไปพัฒนาประเทศชาติต่อไป... |
|
พพี่ลาเต้ขอขอบคุณข้อมูลจากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐพ |

7 ความคิดเห็น
มันก็สมควรไม่ให้ประกันอะ ที่จริงควรอยู่1เดือนด้วยซ้ำ แล้วทำไมผู้ปกครองต้องโวยวายด้วย ช่วยลูกให้เลวขึ้นเหรอ
ที่จริงน่าจะให้อยู่นานๆ ไม่ให้มีประกันด้วย จะได้เป็นคนดีของสังคม
ทำไปได้อะไรหรอครับ?
ทำแบบนี้มีแต่เสียทั้งนั้นนี้ครับ
......
ผมว่า เราเดินสายกลาง ดีกว่านะ ไม่เป็นจุดเด่นอ่ะ
โทษพ่อแม่อย่างเดียวไม่ได้หรอก เพราะเคยมีผลวิจัยว่าเด็กได้รับอิทธิพลสูงจากโรงเรียน
พูดง่ายๆ ครูกับเพื่อนๆน่ะ ส่งผลต่อเด็กสูงกว่าพ่อแม่เยอะ (ซึ่งก็น่าจะจริง เพราะเด็กใช้เวลาที่โรงเรียนมากกว่าอยู่กับพ่อแม่เยอะ) เชื่อมั้ย? เด็กที่ก่ออาชญากรรมเกินครึ่งเป็นเด็กที่มาจากบ้านที่พ่อแม่อยู่กันพร้อมหน้า ไม่มีปัญหาเหมือนกับที่เคยเข้าใจกันว่าเด็กต้องมาจากครอบครัวแตกแยก
แต่ข่าวที่ออกมาค่อนข้างโทษสถาบันครอบครัวนะ (ไม่ใช่ชิ้นนี้ เราหมายถึงทีวีกะหนังสือพิมพ์อื่นๆ) คนเป็นพ่อแม่เป็นแพะของสถาบันอื่นนะเนี่ย
... น่าสงสารพ่อแม่เนาะ