มินนี่ (G)I-DLE ไอดอลเกาหลีแทกุกไลน์ที่พูดได้ 5 ภาษา ไทย อังกฤษ เกาหลี จีน ญี่ปุ่น
อีกหนึ่งความภาคภูมิใจของชาวไทย "Minnie" หรือ "มินนี่ ณิชา ยนตรรักษ์" วง (G)I-DLE เกิร์ลกรุ๊ป จากค่าย Cube Entertainment สาวไทยผู้ครองตำแหน่งเมนร้อง และนักแต่งเพลงประจำวง
ก่อนจะไปเฉิดฉายที่ประเทศเกาหลี มินนี่เรียนอยู่ที่โรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย เป็นเด็กกิจกรรมตัวยง เป็นดรัมเมเยอร์ เชียร์ลีดเดอร์ เล่นละครเวที ร้องเพลง เล่นดนตรี ด้วยเสน่ห์และความสามารถรอบด้านขนาดนี้ก็ทำให้มินนี่ผ่านการออดิชั่นและได้ไปเป็นเด็กฝึกที่เกาหลีตอนเรียนจบชั้น ม.5 อายุแค่ 17 ปีเท่านั้น
แน่นอนว่าชีวิตการเป็นเทรนนีต้องเรียนร้อง เรียนเต้นหนักมาก โดยเฉพาะเรื่องเรียนภาษาเกาหลี เรียกว่าเริ่มต้นจาก 0 เลยก็ว่าได้ กว่ามินนี่จะคล่องภาษาเกาหลีก็ใช้เวลาเรียนประมาณ 1 ปี หลังจากเดบิวต์ในปี 2018 เราก็จะเห็นโมเมนต์มินนี่พูดภาษาจีนบ้าง ทั้งในอีเวนท์ ในคอนเสิร์ตต่างๆ รวมถึงเวลาที่คุยกับ "อูกี" เมมเบอร์ชาวจีน ในขณะเดียวกันมินนี่ก็เรียนภาษาญี่ปุ่นไปด้วย
เท่ากับว่าตอนนี้มินนี่พูดได้ถึง 5 ภาษา ได้แก่ ภาษาไทย อังกฤษ เกาหลี จีน และญี่ปุ่น กว่าจะเก่งได้ขนาดนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย แล้วมินนี่ทำได้ยังไง? วันนี้มีเทคนิคการเรียนภาษาดีๆ จากมินนี่มาฝาก
ฟังไม่ออก แต่ต้องเลียนเสียงให้เป๊ะ!
มินนี่ มีฉายาที่แฟนๆ ชาวเกาหลีตั้งให้คือ ‘คิมมินนี่’ เพราะว่าเป็นไอดอลต่างชาติ พูดและร้องเพลงภาษาเกาหลีได้สำเนียงเหมือนคนเกาหลีสุดๆ ไม่มีติดสำเนียงคนต่างชาติเลย เคล็ดลับความสำเนียงเป๊ะของมินนี่ก็คือ ถึงจะฟังไม่ออก ไม่รู้ความหมาย แต่ต้องพยายามเลียนเสียงให้เหมือนมากที่สุด คนที่ฟังจะได้รู้สึกไหลลื่น ไม่สะดุดหู ซึ่งมินนี่เองก็เลียนแบบการพูด การออกเสียงมาตั้งแต่สมัยอยู่เมืองไทย ชอบฟังเพลง KPOP อยู่แล้ว สำเนียงเกาหลีจึงค่อยๆ ซึมซับมาเรื่อยๆ
คุยกับเจ้าของภาษา
วิธีที่ดีที่สุดของการฝึกภาษาก็คือ ‘การใช้ภาษา’ ซึ่งมินนี่เองก็ได้เปรียบตรงที่ภาษาเกาหลีก็ได้ใช้พูดคุยในชีวิตประจำวันกับเมมเบอร์ชาวเกาหลี และภาษาจีนเองนอกจากจะเรียนกับเหล่าซือก็มีเมมเบอร์ชาวจีนเป็นตัวช่วยฝึกฝนชั้นเยี่ยม
บังคับ No English!
ในช่วงแรกๆ ของการไปใช้ชีวิตเป็นเด็กฝึกที่เกาหลี มินนี่ก็ใช้ชีวิตด้วยการใช้ภาษามือและภาษาอังกฤษเป็นส่วนใหญ่ ทำให้ภาษาเกาหลีของมินนี่ไม่ค่อยขยับเท่าไหร่ จนผ่านไปประมาณครึ่งปี ค่ายอยากให้ภาษาเกาหลีของมินนี่ดีขึ้นอย่างรวดเร็ว ก็เลยมีคำสั่งว่า ‘No English’ ห้ามให้มินนี่ใช้ภาษาอังกฤษเด็ดขาด! พอใช้อังกฤษไม่ได้ ก็เหมือนเป็นการบังคับให้มินนี่ต้องใช้ภาษาเกาหลี ซึ่งวิธีนี้ก็ได้ผลนะ เพราะรวมๆ แล้วมินนี่ก็ใช้ภาษาเกาหลีได้อย่างคล่องแคล่วโดยใช้เวลาแค่ 1 ปีเท่านั้น
ท่องและจดคำศัพท์ที่ไม่รู้บ่อยๆ
มินนี่เคยโชว์ ‘Minnie's Korean Book’ เป็นหนังสือและสมุดเรียนภาษา มินนี่มีลิสต์คำศัพท์ยาวเป็นกิโล นอกจากการจดคำศัพท์และท่องคำศัพท์ใหม่ๆ แล้ว สิ่งสำคัญที่มินนี่ทำก็คือ ท่องคำศัพท์ใหม่ๆ ไปแล้ว ก็อย่าลืมกลับมาท่องคำศัพท์เก่าๆ ด้วยนะ ต้องย้อนกลับมาดูคำก่อนหน้าว่าเรายังจำได้อยู่ไหม และถ้าทวนแล้วจำไม่ได้ ก็ท่องใหม่วนไป แล้วจะทำให้จดจำแม่นมากขึ้น
อย่ากลัวที่จะพูด เพราะความผิดพลาดคือการเรียนรู้ที่ดีที่สุด
ในช่วงแรกของการเรียนภาษาเกาหลี มินนี่กลัวว่าจะพูดผิดก็เลยแทบจะไม่พูด ไม่คุยภาษาเกาหลีเลย ซึ่งมันก็ทำให้พัฒนาการภาษาเกาหลีของมินนี่ไปอย่างช้าๆ มินนี่ก็เลยเปลี่ยนแปลงตัวเองด้วยการฝึกให้หนัก ตั้งใจเรียนมากๆ และไม่กลัวที่พูด ไม่ว่าจะผิดจะถูกก็ให้พูดไปก่อน ถ้ารู้ว่าผิดก็จะได้แก้ไข เพราะความผิดพลาด คือการเรียนรู้ที่ดีที่สุด!
ลายมือน่ารักจนมีฟอนต์เป็นของตัวเอง
คิมมินนี่ฉายานี้ไม่ได้มาเล่นๆ นอกจากสำเนียงที่เป๊ะเหมือนเจ้าของภาษาแล้ว การเขียนหนังสือ ลายมือของมินนี่ก็สวยยิ่งกว่าเจ้าของไปอีก ความน่ารักของตัวหนังสือที่มินนี่นั้นเลื่องลือมากๆ จนกระทั่งทำออกมาเป็นฟอนต์ให้ดาวน์โหลดไปใช้กันแบบฟรีๆ มีทั้งภาษาเกาหลี และภาษาอังกฤษด้วยนะ ดาวน์โหลดตรงนี้
จากวันแรกที่มินนี่ไปเกาหลี ผ่านมา 10 ปี สกิลภาษาของมินนี่ก็พัฒนาไปอย่างมาก เห็นได้ชัดๆ จากอัลบั้ม 'Her' โซโล่อัลบั้มแรกของมินนี่ ที่มีส่วนร่วมในการเขียนและแต่งเพลงของตัวเอง ซึ่งมีทั้งเพลงภาษาเกาหลีและอังกฤษ ถึงในอัลบั้มนี้จะยังไม่มีภาษาไทย แต่มินนี่บอกแล้วว่ามีแต่งเพลงไทยเก็บเอาไว้ 1 เพลงถ้วน แฟนๆ ชาวไทยน่าจะมีโอกาสได้ฟังไม่นานเกินรอ
ถ้าเรียนเหนื่อยๆ ก็อย่าลืมผ่อนคลายด้วยการฟังเพลงเพราะๆ ของมินนี่ แล้วก็ติดตามผลงาน และดูรูปน่ารักๆ ของมินนี่ได้ที่ IG @min.nicha
ข้อมูลจากhttps://www.scmp.com/what-know-about-gi-dles-minnie-thai-born-k-pop-idol-besthttps://www.dek-d.com/studyabroad/58703/มินนี่เป็นตัวอย่างของความมุ่งมั่น ตั้งใจ ความพยายาม และไม่ย่อท้อต่อความฝัน น้องๆ ชาว Dek-D คนไหนที่มีความฝัน หรือกำลังเรียนภาษาอยู่ ก็ลองนำเทคนิคดีๆ ของมินนี่ไปใช้กันได้ ใช้แล้วได้ผลลัพธ์ยังไง อย่าลืมมารีวิวกันด้วยนะคะ สู้ๆ
0 ความคิดเห็น