|
สวัสดีครับ น้องๆคนไหนได้ติดตามข่าวเรื่องน้ำมันบ้างหรือเปล่าครับ ถ้าใครได้ติดตามคงจะทราบกันดีว่า ตอนนี้ราคาน้ำมันต่อลิตรพุ่งสูงขึ้นมากๆ กระแสในเรื่องของหาพลังงานทดแทนเลยกำลังมาแรงมากๆเลยล่ะ วันนี้พี่ปอเลยมีกิจกรรมดีๆจากทางมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยชื่อดังที่พวกเรารู้จักกันดี มาในกิจกรรมที่ชื่อว่า โครงการอบรม ไบโอเอทานอล
ไบโอเอทานอล เป็นการนำวัตถุดิบจากธรรมชาติ เช่น อ้อย มันสำปะหลัง ข้าว ข้าวโพด มาผ่านกระบวนการทางเคมีและชีวภาพ เพื่อเปลี่ยนแป้งจากวัตถุดิบให้กลายเป็นน้ำตาล จากนั้นนำมาผ่านกระบวนการหมักเพื่อเปลี่ยนให้เป็นแอลกอฮอล์ โดยจะมีปริมาณแอลกอฮอล์ 95% และเมื่อทำให้ปราศจากน้ำจะได้แอลกอฮอล์ถึง 99.5% ซึ่งสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการเป็นพลังงานทดแทน ได้ โดยการนำไปผสมกับน้ำมันเบนซิน หรือที่เราเรียกกันว่า น้ำมันแก๊สโซฮอล์นั่นเอง
เพื่อให้ความรู้ด้านเทคโนโลยีพลังงานทางเลือก มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้จัดโครงการอบรม "ไบโอเอทานอล" สำหรับบุคคลทั่วไปที่มีความสนใจในเรื่องพลังงาน โดยหลักสูตรเน้นหนักไปที่การผลิตบุคลากรที่มีความรู้ในกระบวนการผลิตไบโอเอทานอลจากผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร เพื่อใช้เป็นแหล่งพลังงานทดแทน
สำหรับคุณสมบัติของผู้เข้ารับการอบรม ต้องสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี วิทยาศาสตรบัณฑิต (ในสาขาที่เกี่ยวข้อง) หรือวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต หรือมีประสบการณ์ทำงานในสายอุตสาหกรรมการเกษตร ใช้เวลาอบรมประมาณ 12 สัปดาห์ (สัปดาห์ละ 9 ชั่วโมง)
รศ.ดร.กล้าณรงค์ ศรีรอด ประธานโครงการฯ เปิดเผยว่า รายวิชาในหลักสูตรการเรียนการสอนมีตั้งแต่การให้ข้อมูลในเชิงเศรษฐกิจของการผลิตไบโอเอทานอล และการประยุกต์ใช้เอทานอลในอุตสาหกรรม การวิเคราะห์คุณภาพวัตถุดิบ และกระบวนการเตรียมวัตถุดิมชนิดต่าง ๆ สำหรับการผลิตไบโอเอทานอล ลักษณะทางชีววิทยา และชีวเคมีของยีสต์ในการผลิตเอทานอล การควบคุมสภาวะการหมัก การควบคุมสภาวะการเพาะเลี้ยงยีสต์ในถังหมัก การออกแบบและควบคุมการกลั่น การแยกเชิงกล และการทำให้บริสุทธิ์ของเอทานอล ตลอดจนการจัดการของเสียจากกระบวนการผลิตไบโอเอทานอล และการเดินทางไปเยี่ยมชมโรงงานผลิตไบโอเอทานอลทั้งในและต่างประเทศ
"ตอนนี้ประเทศไทยได้ออกใบอนุญาตในการตั้งโรงงานผลิตเอทานอล 45 แห่ง ซึ่งจำเป็นต้องมีผู้มีความรู้ความสามารถเข้าไปควบคุมดูแล เราจึงเปิดหลักสูตรการอบรมนี้ขึ้นเพื่อผลิตบุคลากรให้ตรงกับความต้องการในอนาคต โครงการอบรมของเราจะเน้นที่วัตถุดิบ และสิ่งแวดล้อมแบบไทย ๆ เพื่อให้เหมาะสมกับประเทศไทยมากที่สุด ซึ่งตอนนี้วัตถุดิบในประเทศมีความพร้อมมาก แต่ต้องขึ้นอยู่กับความต้องการด้วย เพราะโรงงานเรายังสร้างไม่เสร็จทั้ง 45 แห่ง ถ้าโรงงานทั้ง 45 แห่งเปิดใช้ได้หมด กำลังผลิตมันก็จะสูงขึ้น ราคาผลผลิตทางการเกษตรก็จะเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน เชื่อว่าคงจะเห็นเป็นรูปธรรมชัดเจนมากขึ้นในปี 2009"
อย่างไรก็ดี ยังมีความจริงอีกด้านหนึ่งของการผลิตไบโอเอทานอลที่น่าตกใจและน่าเป็นห่วง เนื่องจากมันมีผลกระทบต่อ "สภาพแวดล้อม" เป็นอย่างมาก เนื่องจากในการหมักกากน้ำตาลหนึ่งถังใหญ่ ๆ นั้น เราสามารถใช้ได้แค่ 10% อีก 90% จะแปรสภาพเป็นของเสียเข้าสู่กระบวนการกำจัด หรือหากจำลองภาพการผลิตของโรงงานไบโอเอทานอลนั้น หากหนึ่งวันเราต้องการไบโอเอทานอล 100,000 ลิตร เราต้องใช้น้ำในปริมาณ 1,000,000 ลิตรเพื่อการผลิต และหลังจากผลิตแล้วเราจะมีน้ำเสียเพื่อกำจัดถึง 900,000 ลิตรเลยทีเดียว ซึ่งในจุดนี้เชื่อว่าจะเป็นปัญหาตามมาในอนาคตอย่างแน่นอน
"การที่บริษัทต่างชาตินำเทคโนโลยีมาขายแล้วบอกว่า หลังจากผลิตแล้วจะไม่มีปัญหา น้ำที่ได้เป็นน้ำบริสุทธิ์สามารถวนกลับมาใช้ใหม่ได้นั้น ในความเป็นจริงแล้วไม่ใช่ เพราะผลผลิตทางการเกษตร เช่น อ้อย ที่นำมาผลิตไบโอเอทานอลนั้นมีการใช้สารเคมีมากมาย ทำให้น้ำมีการปนเปื้อนสารเคมีต่าง ๆ เมื่อนำน้ำเหล่านี้กลับเข้าสู่กระบวนการผลิตใหม่ ก็จะมีผลต่อยีสต์ เพราะสารเคมีเหล่านี้ยีสต์ไม่กิน ทำให้ผลิตแอลกอฮอล์ได้น้อยลง นั่นก็หมายความว่า ผลผลิตจะน้อยลง ของเสียจะเพิ่มมากขึ้น เมื่อของเสียมากขึ้น ระบบบำบัดน้ำเสียที่สร้างไว้ก็อาจรองรับไม่ได้ ส่งผลให้เกิดปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม กลิ่นเหม็น และการปนเปื้อนตามมาในอนาคต"
ไม่แน่นะครับน้องๆ อีกไม่นานเราอาจจะได้ใช้ ไบโอเอทานอลมาเป็นพลังงานทดแทนน้ำมันแบบจริงๆจังๆเลย ยังไงพี่ปอก็ขอเป็นกำลังใจให้กับผู้ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดีๆแบบนี้นะครับ "ขอบคุณครับ"
พี่ปอขอขอบคุณข้อมูลดีๆและรูปจากผู้จัดการออนไลน์ |
0 ความคิดเห็น