เป็นเรื่องกันจนได้นะครับ...หลังจากที่นักศึกษาแพทย์ ม.รังสิต ออกมาร้องเรียนว่าการเรียนการสอนในสาขาแพทย์ ของ ม.รังสิต ไม่มีมาตรฐานพอ...ขณะที่อธิการบดีเมื่อทราบเรื่องก็ไม่นิ่งเฉย...ลุกมาประกาศทันทีว่าอีก 5 ปี ม.รังสิตจะเป็น ม.แพทย์ชั้นนำของเมืองไทย...

 

ศ.คลินิก พญ.บุญเชียร ปานเสถียรกุล คณบดีวิทยาลัยแพทยศาสตร์ ม.รังสิต กล่าวถึงกรณีที่นักศึกษาแพทย์ วิทยาลัยแพทยศาสตร์ ม.รังสิต ร้องเรียนต่อแพทยสภาให้เข้ามาตรวจสอบการจัดการศึกษาภาคพรีคลินิกว่า ที่ผ่านมานักศึกษาได้ร้องเรียนเรื่องดังกล่าวกับคณบดีคณะ วิทยาศาสตร์แล้วว่า อุปกรณ์การเรียนการสอน ห้องปฏิบัติการ และจำนวนศพที่ให้นักศึกษาเรียนยังไม่เพียงพอ ซึ่งทางคณบดีคณะวิทยาศาสตร์ก็ได้ รับปากที่จะดำเนินการให้ แต่อาจจะไม่ทันใจนักศึกษา อย่างไรก็ตามหากแพทยสภาเชิญตนไปชี้แจงก็ยินดี ทั้งนี้สิ่งสำคัญในการเรียนแพทย์อยู่ที่ตัวนักศึกษาต้องกระตือรือร้นและตั้งใจเรียนอย่างเต็มที่

 
 

“ที่ผ่านมา ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดี ม.รังสิต ประกาศชัดเจนว่าจะสนับสนุนสายวิทยาศาสตร์สุขภาพอย่างเต็มที่ โดยคณะวิทยาศาสตร์ก็ได้เพิ่มอุปกรณ์การเรียนการสอน อาทิ กล้องจุลทรรศน์ 120 เครื่อง ทำให้นักศึกษามีกล้องจุลทรรศน์ใช้ ในสัดส่วน 1 ต่อ 1 เพิ่มจำนวนศพ 1 ศพต่อนักศึกษา 4-6 คน ซึ่งก็เป็นไปตามมาตรฐาน ขณะเดียวกันมหาวิทยาลัยกำลังจัดทำห้องสมุดเฉพาะสำหรับนักศึกษาแพทย์ขึ้น โดยจะมีสื่อการเรียนการสอนที่เกี่ยวกับแพทย์ และมีคอมพิวเตอร์ที่สามารถดึงข้อมูลจากคณะแพทย์ของสถาบันอื่น ๆ ให้นักศึกษาได้ค้นคว้าด้วยตนเองได้ โดยคาดว่าจะเปิดให้บริการประมาณเดือนพฤษภาคมหรือมิถุนายนนี้ และที่สำคัญทางคณะวิทยาศาสตร์และแพทยศาสตร์ได้ช่วยกันปรับการเรียนการสอนของภาคพรีคลินิกและคลินิกให้สอดคล้องกัน โดยจะเชิญอาจารย์แพทย์ที่เกษียณอายุราชการมาช่วยสอนให้ภาคพรีคลินิก ทั้งนี้คาดว่าอีก 5 ปีคณะแพทย์ ม.รังสิต จะติด 1 ใน 5 ของมหาวิทยาลัยแพทย์ชั้นนำของประเทศไทย” ศ.คลินิก พญ.บุญเชียร กล่าว

 

          อ่านข่าวนี้จบแล้ว...คงจะต้องฝากอนาคตน้องๆนักศึกษาไว้กับผู้บริหารด้วยนะครับ...คิดดูแล้วกัน...เรียนแพทย์ แข่งขันกันก็สูง สอบเข้าก็ยาก ค่าเทอมก็แพง แต่พอฝ่าฝันเข้ามาเรียนได้แล้ว...กลับต้องมาเจอระบบการสอนที่ไม่ได้มาตรฐาน...มันน่าเจ็บใจจริงๆ...
 

พี่ลาเต้ขอขอบคุณข้อมูลจากหนังสือพิมพ์ข่าวสด

พี่ลาเต้
พี่ลาเต้ - Columnist นักข่าวสายการศึกษา เกาะติดทุกข่าวแทนน้องๆ ตัวถีบ ตัวดันให้ ม.6 สอบติด

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

11 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
ผ่านมา 12 ก.พ. 51 22:27 น. 4
"...จำนวนศพที่ให้นักศึกษาเรียน..." // "...เพิ่มจำนวนศพ 1 ศพต่อนักศึกษา 4-6 คน..." ช่วยเปลี่ยนเป็นคำว่า "อาจารย์ใหญ่" หน่อยได้มั้ย มันเหมือนไม่ให้เกียรติเลยอ่ะ ถึงจะเอามาจากหนังสือพิมพ์ก็เหอะ แต่ก็ควรเปลี่ยนคำให้มันเหมาะสมด้วย
0
กำลังโหลด
อุด้งต้มยำ 13 ก.พ. 51 00:43 น. 5
เห็นด้วย กะ rep บน ว่าจะบริจาคร่างกายละ สาธุถ้าตายอย่าได้ถูกส่งไป ม. รังสิตเลย พูดยังกะเป็นสิ่งของอย่างงั้นเเหล่ะ ปล.ไม่ถือสาเเต่ตะหงิดๆ
0
กำลังโหลด
มาโกะ 14 ก.พ. 51 19:53 น. 7
เห็นด้วยกับความเห็นข้างบนนะคะ ตอนแรกก็เอะใจ ทำไมไม่เรียกว่าอาจารย์ใหญ่เรียกศพแล้วเหมือนกับไม่ให้เกียจแก่ผู้บริจาคเลย แพทย์ พยาบาล และครู เป็นวิชาชีพที่น่าจะปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมเข้าไปด้วย พัฒนาบุคลากรแล้วก็พัฒนามโนธรรมเข้าไปด้วย ให้ควบคู่กันจะได้บุคลากรที่มีคุณภาพนะ
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
NoName 15 ก.พ. 51 21:39 น. 9
เราว่าน่ะคนที่ให้สัมพาษณ์ไม่น่าใช้คำว่า "ศพ" หรอกเราว่าน่าจะเป็นที่สื่อมากกว่าอะ เพราะถ้าท่านใช้จิงเราถือว่าท่านไม้ให้เกียรติ์กับสาขานี้เอามากๆเลยล่ะ
0
กำลังโหลด
ฆวย 8 ก.ย. 53 00:24 น. 11
อยากรู้จิงเลยว่าจะไป ยุ่งอะไรกับการสนทนาของคนอื่นล่ะ เค้าก็คุยกันอยู่ 3คน ก็ยังมีคนไปเรื่องของคนอื่นอีก คือ เอาๆง่ายๆนะ ถ้าไม่อยากโดนดูถูกอ่ะนะ ก็เก่งให้ได้กว่าคนเรียนหมอ ดิ จิงม่ะ
0
กำลังโหลด
คนเหมือนกัน 8 ก.ย. 53 02:54 น. 12
ถึงจะคุยแค่สามคนก็ไม่ควรดูถูกวิชาชีพคนอื่น และอีกอย่าง นศพ ก็อย่ามาถามพยาบาลสิบางอย่างยังทำไม่เป็นยังไม่รู้เลยยังงี้จะเรียกว่าเก่งได้ยังไงคนเราแต่ละอาชีพมานก็เก่งคนละด้านหมอรักษาคนเป็นแต่สร้างบ้านได้รึเปล่าก็ทำไม่เป็น คนที่เม้นข้างบนน่าจะใช้หัวสมองคิดมากกว่านี้เพราะถ้าคิดได้แค่นี้ก็แสดงว่าคุณก็เป็นประเภทเดียวกันกับพวกนั้น
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด