Teen Coach EP.131 : เคยไหม? เหนื่อยจนไม่อยากใช้ชีวิต อาจตกอยู่ในอาการ Emotional Burnout

 เคยไหม...ใช้ชีวิตในแต่ละวันแล้วรู้สึกเหนื่อยเกินไป…

เคยไหม…รู้สึกอยากนอนทั้งวันแม้เมื่อคืนจะนอนเต็มอิ่ม

เบื่อทุกอย่าง ทั้งการเรียน เพื่อน หรือแม้แต่สิ่งที่เคยสนุก

คิดมากจนปวดหัว หรือรู้สึกว่าตัวเองไม่เก่ง ไม่ดีพอ

เพราะว่าเราอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยแรงกดดันจากหลายด้าน ทั้งการงาน ชีวิตครอบครัว ความสัมพันธ์ และข้อมูลที่ถาโถมจากโลกออนไลน์ ทำให้ในแต่ละวันของเราเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ท่วมท้น เราต้องตัดสินใจเรื่องราวมากมาย

นักจิตวิทยากล่าวว่า สิ่งที่เรากำลังเผชิญอยู่ เรียกว่า “ความเหนื่อยล้าทางอารมณ์” (Emotional Exhaustion) ซึ่งเป็นภาวะที่หลายคนมองข้าม เพราะไม่แสดงออกผ่านบาดแผลทางร่างกาย แต่ส่งผลกระทบรุนแรงทั้งทางจิตใจ พฤติกรรม และความสามารถในการใช้ชีวิตประจำวัน

แม้คำว่าเหนื่อย จะเป็นสิ่งที่ทุกคนคุ้นเคย แต่ 'ความเหนื่อยล้าทางอารมณ์' ต่างจาก 'ความเหนื่อยล้าทางร่างกาย' เพราะเป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นลึกภายในใจ รู้สึกหมดแรงแม้ไม่ต้องออกแรง หรือ ไม่อยากตื่นมาเผชิญโลกในแต่ละวัน ซึ่งอาการเหล่านี้หากสะสมโดยไม่รับการดูแล อาจนำไปสู่ภาวะซึมเศร้า วิตกกังวล หรือภาวะหมดไฟ (Burnout) ได้

Emotional Exhaustion หรือ ความเหนื่อยล้าทางอารมณ์ คือ ภาวะที่บุคคลรู้สึกหมดแรงทางใจอย่างรุนแรง จนไม่สามารถจัดการกับอารมณ์ตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกต่อไป มักเกิดจากการรับภาระทางจิตใจมากเกินไป หรืออยู่ในสภาพแวดล้อมที่เครียด หรือ กดดันต่อเนื่องโดยไม่สามารถหาทางออกได้

งานวิจัยด้านจิตวิทยาอธิบายว่า ความเหนื่อยล้าทางอารมณ์มักเป็นส่วนหนึ่งของ ภาวะหมดไฟ (Burnout) โดยเฉพาะในกลุ่มคนที่ทำงานด้านบริการ เช่น ครู พยาบาล นักสังคมสงเคราะห์ หรือพ่อแม่ที่เลี้ยงลูกอย่างต่อเนื่องโดยไม่มีเวลาพัก

สัญญาณของอาการเหนื่อยล้าทางอารมณ์

  • ความรู้สึกเหนื่อยล้าเรื้อรัง แม้จะพักผ่อนแล้วก็ไม่สดชื่น
  • หงุดหงิดง่าย อารมณ์ขึ้นลง
  • ขาดแรงจูงใจในการทำสิ่งที่เคยชอบ
  • ความคิดติดลบต่อตนเอง เช่น “ฉันไม่มีค่า” หรือ “ฉันไม่ดีพอ”
  • รู้สึกโดดเดี่ยว แยกตัวออกจากสังคม
  • สมาธิลดลง ไม่สามารถตัดสินใจหรือวางแผนได้เหมือนเดิม

ความเหนื่อยล้าทางอารมณ์ เกิดได้จากหลายสาเหตุ และหลายปัจจัย

1. ความเครียดเรื้อรังและภาระที่มากเกินไป

ความรับผิดชอบในชีวิตที่ไม่มีวันจบสิ้น เช่น งานหนัก จากความคาดหวังจากครอบครัวหรือสังคม ล้วนทำให้จิตใจเกิดความเครียดสะสม จนวันหนึ่งร่างกายและใจ “อดทนไม่ไหว”

2. ความรู้สึกว่าไม่สามารถควบคุมชีวิตได้

เมื่อรู้สึกว่าทุกอย่างอยู่เหนือการควบคุม เช่น งานที่ล้นมือ ความสัมพันธ์ที่มีปัญหา หรือสุขภาพที่เสื่อมลง ความรู้สึกหมดหนทางจะทำให้จิตใจยิ่งเหนื่อยล้า

3. การเสพสื่อออนไลน์มากเกินไป

การเสพข้อมูลจากโซเชียลมีเดียอย่างต่อเนื่อง เช่น ข่าวร้าย ความคาดหวังจากภาพลักษณ์ในโลกออนไลน์ ทำให้สมองทำงานตลอดเวลา โดยไม่ได้รับการพักฟื้นอย่างแท้จริง

4. การกดทับอารมณ์ตนเอง

หลายคนพยายามแสร้งว่าไม่เป็นไร เพื่อไม่ให้คนอื่นเป็นห่วง หรือรักษาบทบาทที่ต้องดูเข้มแข็งไว้ พฤติกรรมนี้เมื่อเกิดซ้ำ ๆ ทำให้ภายในใจรู้สึกล้ามากขึ้นเรื่อย ๆ

ลองสำรวจตัวเอง คุณกำลังเหนื่อยล้าทางอารมณ์หรือไม่?

  • รู้สึกหมดแรง แม้ในวันธรรมดาทั่วไป?
  • เริ่มเบื่อหน่ายกับสิ่งที่เคยชอบหรือเคยสนุก?
  • รู้สึกห่างเหินจากคนรอบตัว หรืออยากอยู่คนเดียว?
  • ตื่นเช้าด้วยความรู้สึก “ไม่อยากเริ่มต้นวันใหม่”?
  • รู้สึกว่าไม่มีพลังในการรับมือกับปัญหาที่เคยจัดการได้?

หากคำตอบคือ “ใช่” มากกว่าสามข้อ อาจถึงเวลาที่คุณควรให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูพลังใจของตัวเอง

วิธีรับมือ เมื่อเกิด Emotional Burnout

1. หยุดพักอย่างมีคุณภาพ

การพักที่แท้จริงไม่ใช่แค่การนอนหลับ แต่รวมถึงการหยุดรับข้อมูลที่ทำให้ใจเหนื่อย เช่น ปิดโทรศัพท์ หยุดเช็กโซเชียล หลีกเลี่ยงคนที่ทำให้รู้สึกแย่ และให้เวลากับกิจกรรมที่ปลอบโยนหัวใจ เช่น ดนตรี วาดรูป หรืออยู่กับธรรมชาติ

2. ตั้งขอบเขตชีวิตให้ชัดเจน

หัดปฏิเสธสิ่งที่ทำไม่ได้ และอย่าโทษตัวเองเมื่อต้องเลือกพัก ความเข้มแข็งไม่ใช่การฝืน แต่คือการรู้ว่าเมื่อไรควรหยุด

3. พูดคุยกับใครสักคน หาพื้นที่ที่เรารู้สึกปลอดภัย

ความรู้สึกเหนื่อยล้าจะเบาลงเมื่อเราได้ระบายออก การพูดกับคนใกล้ชิด เพื่อนสนิท รุ่นพี่ ครูแนะแนว หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตจึงเป็นสิ่งสำคัญ

4. ปรับความคาดหวังต่อตัวเอง

เราทุกคนมีขีดจำกัด แค่ยอมรับว่า บางวันเราอาจไม่สามารถทำได้ทุกอย่าง และไม่เป็นไรเลยถ้าเราจะทำได้แค่นี้

5. การดูแลตนเอง หรือ Self-Care

กิจกรรมเล็ก ๆ เช่น การเดินเล่น การจดบันทึกความรู้สึก การทำสมาธิ หรือการทำสิ่งดีเล็ก ๆ ให้ตัวเองทุกวัน ช่วยเสริมแรงบันดาลใจ และความมีชีวิตชีวาให้กับตัวเราเอง

6. ลดสิ่งที่ทำให้รู้สึกแย่

ลองห่างจากคนที่ทำให้รู้สึกหมดพลัง หรือเลื่อนผ่านโพสต์ในโซเชียลที่ทำให้รู้สึกเปรียบเทียบ

7. อย่าลังเลที่จะขอความช่วยเหลือ

ถ้าความรู้สึกมันหนักเกินไป ลองปรึกษาผู้ใหญ่ หรือหน่วยงานที่ดูแลด้านสุขภาพจิต

ความเหนื่อยล้าทางอารมณ์อาจดูเหมือนไม่มีแผล แต่ส่งผลลึกซึ้งกว่าที่เราคิด เป็นสิ่งที่ต้องได้รับการเข้าใจ ไม่ใช่ตัดสิน และยังต้องได้รับการเยียวยา ไม่ใช่เพิกเฉย หากเรารู้สึกว่า ไม่มีพลังจะเป็นตัวเองอีกต่อไป นั่นไม่ใช่ความอ่อนแอ แต่เป็นสัญญาณว่าเราควรกลับมาดูแลหัวใจตัวเอง

บางครั้ง การกอดตัวเองเงีย ๆ คนเดียว ก็เป็นตัวเลือกที่ดีเหมือนกันนะ

เราอย่าปล่อยผ่านความรู้สึกแย่ ๆ ให้ตัวเองได้ยอมรับ รับรู้ และปลอบโยนความรู้สึกเหล่านั้นกันนะคะ

ข้อมูลจากBarton, S. (2022, December 19). Feeling emotionally exhausted? Psychology Today. Seltzer, L. F. (2019, August 13). How to deal with emotional burnout. Psychology Today. Kuehnle, A. R. (2019, May 1). 8 questions to check if you're emotionally exhausted. Psychology Today.ScienceDirect. (n.d.). Emotional exhaustion - an overview. Retrieved July 16, 2025, from
โค้ชพี่นักเก็ต

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

0 ความคิดเห็น