หลายคนคงคุ้นเคยกับภาพยนตร์ไทยอย่าง “แฟนฉัน” “ก้านกล้วย” “Seasons Change” รวมถึงซีรีส์ชื่อดังบน Netflix ที่สร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับวงการผ้าเหลือง อย่าง “สาธุ” ผลงานเหล่านี้นอกจากจะสร้างความบันเทิง ยังเป็นเรื่องที่อยู่ในใจของผู้ชม ซึ่งสิ่งสำคัญที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จ ก็คือ “นักเขียนบท”
ในงานสัมมนา “Unlock 60: Keys to the Betterverse of Communication ปลดล็อก 60 คีย์เวิร์ดสู่อนาคตการสื่อสาร” ที่จัดโดย คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย “คุณอมราพร แผ่นดินทอง” นักเขียนบทมากประสบการณ์ ได้เล่าถึงเคล็ดลับการทำงาน และชี้ชัดว่า AI จะเก่งยังไง ก็แทนที่ Soft Skill ของนักเขียนบทไม่ได้
ถอดบทเรียน “การเขียนบท” จากซีรีส์เรื่อง “สาธุ”
Tackle Real Social Concerns : การตั้งคำถาม และเชื่อมโยงประเด็นทางสังคม
ซีรีส์เรื่อง “สาธุ” ผู้กำกับได้ไอเดียมาจากการเห็นวัดต่างๆ ในบ้านเกิดที่จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งมีตั้งแต่วัดดังที่มีพระนั่งรถหรู ไปจนถึงวัดป่าที่สมถะธรรมดาๆ และเกิดมาเป็นคำถามเกี่ยวกับ “พระพุทธศาสนา พุทธพาณิชย์ และศรัทธา” ซึ่งเป็นคำถามที่อยู่ในใจของหลายๆ คนเช่นเดียวกัน
Entertain First, Teach Later : สนุกก่อน สอนทีหลัง
หน้าที่ของนักเขียนบท คือ การสร้างความสนุก ไม่ใช่สารคดีที่ต้องให้ความรู้ เมื่อเล่าเรื่องที่สนุกแล้ว คนดูจะได้ข้อคิดเองในภายหลัง
Relatable Characters : สร้างตัวละครที่คนเข้าถึงได้
ตัวละครต้องเป็นเหมือนใครสักคนในชีวิตของคนดู และเชื่อมโยงให้ตัวละครค่อยๆ เดินทางและเรียนรู้โลกไปพร้อมๆ กับคนดู จะทำให้คนดูเข้าถึงเรื่องราวได้ง่าย และอินมากขึ้น
Challenge & Inspire : ท้าทายและสร้างแรงบันดาลใจ
อีกหนึ่งสิ่งสำคัญของนักเขียนบทก็คือ “การตั้งคำถาม” ชวนคิด ชวนคุย และอย่าลืม “ให้ความหวัง” ทิ้งคำตอบไว้ให้กับคนดู
Local + Global : ความเป็นท้องถิ่น + ความเป็นสากล
“สาธุ” อาจจะเป็นเรื่องที่ดูเป็นท้องถิ่นชาวพุทธมากๆ แต่สามารถติดอันดับ Netflix ทั่วโลก เพราะแก่นยังเป็นเรื่องของ “รัก โลภ โกรธ หลง” ซึ่งเป็นเรื่องสากลที่คนทั้งโลกเข้าใจ
นอกจากนี้ยังมีอีกทักษะที่สำคัญที่ทำให้ ‘นักเขียนบทเหนือ AI’ นั่นก็คือ SOFT SKILLS = FUTURE SKILLS
นักเขียนบทต้องไม่มองว่า AI เป็นศัตรู แต่ให้ใช้ AI เป็นลูกทีม ที่มาช่วยให้การทำงานง่ายและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น! ซึ่งสิ่งที่ AI ทำได้ดีก็คือการรวบรวม DATA จำนวนมหาศาล แต่สิ่งที่ AI ไม่มีก็คือ Soft Skill เหล่านี้
CRITICAL THINKING : การคิดวิเคราะห์อย่างมีเหตุผล
ในบรรดาข้อมูลจำนวนมากมายมหาศาลสิ่งที่ AI ทำได้ดี คือ รวบรวม ค้นคว้า ค้นหาให้ข้อมูลเราได้อย่างรวดเร็ว แต่มนุษย์ยังต้องเป็นคนที่เลือกหยิบข้อมูลเหมาะสมที่สุด เพื่อนำไปต่อยอดให้ออกมาเป็นผลงานที่ดี
COMMUNICATION : การสื่อสาร
สุ จิ ปุ ลิ หัวใจของนักปราชญ์ = หัวใจของนักเขียนบท
“สุ = ฟัง” : ฟังให้เก่ง ฟังผู้คนรอบตัว ฟังเรื่องราวรอบข้าง และต้องฟังให้ออกว่าคนชอบอะไร และไม่ชอบอะไร
“จิ = คิด” : ฟังแล้วก็ต้องใช้ความคิด เพื่อสร้างสรรค์ผลงาน
“ปุ = ถาม” : ถ้าฟังแล้ว คิดแล้ว แต่ยังไม่รู้ ก็ต้องถามเพื่อให้รู้และเข้าใจ
“ลิ = เขียน” : นำข้อมูลจากการฟัง คิด และถาม มาลงมือเขียนเป็นลำดับสุดท้าย
TEAMWORK : การทำงานเป็นทีม
มนุษย์ยังต้องการมนุษย์อยู่เสมอ และการทำงานเขียนบทคือการทำงานเป็นทีม และทีมเวิร์กในการเขียนบท คือ การนำสิ่งที่ดีที่สุดของแต่ละคนออกมาใช้ด้วยกัน
DECISION MAKING : การตัดสินใจ
AI สามารถรวบรวมข้อมูลและสร้างทางเลือกให้เราได้มากมาย แต่มนุษย์ต้องเป็นคนตัดสินใจ และอย่ากลัวที่จะเสร่อ เพราะสิ่งที่นักเขียนบทต้องเจอคือ “ความผิดพลาด” และ “การแก้ไขซ้ำๆ” คือขั้นบันไดสู่เรื่องราวที่แข็งแรงขึ้น
ADAPTABILITY : การปรับตัว
คนที่ปรับตัวได้ คือคนที่อยู่รอด นักเขียนบทก็ต้องปรับตัวตลอดเวลา ตั้งแต่การเขียนบทภาพยนตร์ ซีรีส์ มาจนถึงละครแนวตั้ง ดังนั้นควรลองทำทุกอย่าง มีความหลากหลาย และค้นหาสิ่งที่เราทำได้ดีที่สุด
สกิลที่สำคัญที่สุดของมนุษย์ที่ไม่ว่าอย่างไร AI ก็ทำไม่ได้ คือ “การสื่อสารแบบมนุษย์” เพราะที่สุดแล้ว “การเล่าเรื่อง” คือการสื่อสารระหว่างมนุษย์กับมนุษย์ ไม่ใช่มนุษย์กับ AI
2 ความคิดเห็น