เป็นตัวเองให้สุด คิดคอนเทนต์แบบสนุก ๆ ฉบับ TangBadVoice

ถ้าพูดถึง TangBadVoice หลายคนคงนึกถึงเขาในฐานะแรปเปอร์ แต่จริง ๆ แล้วเขามีอาชีพหลักเป็นผู้กำกับภาพในกองภาพยนตร์และซีรีส์ ที่มีงานอดิเรกเป็นการถ่ายภาพนิ่งและทำเพลงแรป แต่ละผลงานของเขาล้วนสะท้อนตัวตนและสไตล์เฉพาะตัวอย่างชัดเจน แล้วทำไมคนที่เริ่มจากความชอบเล็ก ๆ ถึงกลายเป็นครีเอเตอร์ที่เด็กรุ่นใหม่หลายคนพูดถึง?

วันนี้ Dek-D จะพาไปเจาะเบื้องหลังการสร้างสรรค์ผลงานฉบับ ตั้ง - ตะวันวาด วนวิทย์ ที่ทั้งสนุก และเต็มไปด้วยแรงบันดาลใจ ในงานสัมมนา “Unlock 60: Keys to the Betterverse of Communication ปลดล็อก 60 คีย์เวิร์ดสู่อนาคตการสื่อสาร” ที่จัดโดยคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  

เป็นตัวเองให้สุด คิดคอนเทนต์แบบสนุก ๆ ฉบับ TangBadVoice
เป็นตัวเองให้สุด คิดคอนเทนต์แบบสนุก ๆ ฉบับ TangBadVoice 

ผลงานเด่นของ ตั้ง-ตะวันวาด วนวิทย์ (TangBadVoice)

  • ผู้กำกับภาพ (Director of Photography) : ซีรีส์ “แปลรักฉันด้วยใจเธอ” / ภาพยนตร์ “วิมานหนาม” / ซีรีส์ “GELBOYS สถานะกั๊กใจ” ฯลฯ
  • แรปเปอร์ (Rapper) : พลง เปรตป่ะ / ลิ้นติดไฟ / Call Center ฯลฯ
  • ช่างภาพสตรีท  (Photography) : ภาพ “เท้าช้างในสระน้ำ” คว้ารางวัลที่ 2 ประเภท Single Photo ใน London Street Photo Festival 2019

เคล็ดลับคิดคอนเทนต์ ฉบับ TangBadVoice 

1. ทำทุกอย่างให้สนุกเหมือนเล่นเกม 

งานทุกอย่างที่ทำ หัวใจหลักก็คือ ทำให้สนุกเหมือนเล่นเกมไว้ก่อน ถ้าใช้ความสนุกนำทางก็จะรู้สึกอยากทำมันต่อไปเรื่อยๆ แต่ถ้าอันไหนไม่สนุกก็จะไม่ฝืนทำต่อ

2. Mix & Match สร้างงานจากสิ่งที่ชอบ

ทุกผลงานที่ทำ ไม่ว่าจะเป็น ทำเพลง, ถ่ายหนัง, เขียนหนังสือ ไอเดียไม่ได้ถูกคิดใหม่ทั้งหมด แต่เป็นการเอาสิ่งที่ชอบ ประสบการณ์ หรือความอินในตอนนั้นมายำรวมกัน  เช่น มุกตลก หนังที่ดู หรือคลิปปั่น ๆ ในอินเทอร์เน็ต

3. คิดออกต้องรีบจด

พอมีไอเดียต้องรีบจดทุกอย่างเอาไว้ในโน้ต แล้วค่อยมาเรียบเรียงใหม่อีกที โดยมีแอปพลิเคชัน Note ใน iPhone เป็นเพื่อนซี้คู่ใจ

4. ทำให้เยอะและสม่ำเสมอ จนกว่าจะเจอสิ่งที่ใช่

เวลาไปบรรยายที่มหาวิทยาลัยมักจะมีน้อง ๆ ทักมาถามว่า “เราจะสร้าง DNA ของตัวเองยังไงให้แข็งแรงในฐานะคนสร้างงาน?” สิ่งเดียวที่คุณตั้งทำมาตลอด คือ ทำให้เยอะ และทำอย่างสม่ำเสมอ ทำไปเรื่อย ๆ เดี๋ยวก็เก่งขึ้น และเจอสิ่งที่ใช่ แต่ต้องเลือกทำสิ่งที่เราสนุกจริง ๆ เพราะถ้าไม่สนุกยังไงเราก็เบื่อและเลิกทำไปเอง

5. สร้าง Personal Project บนโซเชียลมีเดีย

เป็นวิธีที่คุณตั้งคิดว่าเวิร์กมาก ๆ คือ ใช้โซเชียลมีเดียสร้าง Personal Project เพื่อโชว์ผลงานตัวเอง เน้นลงภาพถ่ายเยอะๆ ถึงตอนแรกแทบไม่มีใครสนใจ แต่พอลงอย่างสม่ำเสมอ คนที่อินเหมือนกันก็จะเริ่มค้นพบ และจดจำเราได้

6. ซื่อสัตย์กับสิ่งที่ตัวเองชอบ 

หลังจากที่ผลงานการถ่ายภาพเริ่มเป็นที่รู้จัก คนเข้าใจสไตล์การถ่ายภาพของเรา “อ๋อ ตั้งคือคนที่ถ่ายรูปดิบ ๆ เลอะ ๆ นี่เอง” พอมีงานโฆษณาหรือหนังที่ต้องการภาพสไตล์นี้ เขาก็จะนึกถึงเราเอง แค่เราซื่อสัตย์กับสิ่งที่ชอบ ทำไปเรื่อย ๆ อย่างสนุก สักวันมันจะพาเราไปถึงที่ที่เหมาะกับเราเองโดยไม่ต้องพยายามฝืนอะไรเลย

7. ไม่มีใครสนใจเรา มากเท่าเราสนใจตัวเอง

ตอนทำเพลง Zombie Movie เจ้าตัวยังเคยแอบคิดว่า “นี่เราเป็นผู้ชายอายุ 31 ที่กำลังทำเพลงยิงซอมบี้อะ ดูงี่เง่าไปปะ?” แต่สุดท้ายก็เลือกทำอยู่ดี เพราะเหตุผลง่าย ๆ ถ้าไม่ทำตอนนี้ แล้วจะไปทำตอนไหน วันหนึ่งอาจจะเส้นเสียงอักเสบไม่มีโอกาสทำแล้วก็ได้ อีกอย่างคือคนอื่นเขาไม่ได้สนใจเรามากเท่าที่เราสนใจตัวเอง ถ้าเกิดว่าทำออกมาแล้วมันดูงี่เง่าคนก็จะบอกว่า “เฮ้ย ดูงี่เง่า” แล้วเขาก็ไปทำอย่างอื่นต่อแล้ว แต่อย่างน้อยเราก็ได้ลอง งี่เง่าก็ไม่เป็นไร

8. อย่ากลัวว่าจะดูโง่ ดูครินจ์

ไอเดียทุกอย่างมันมาพร้อมความรู้สึกกลัวว่าจะดูโง่ ดูครินจ์ นี่คือเรื่องจริงของคนทำงานสร้างสรรค์ต้องเจอ แต่ความจริงคือมันโอเคที่จะครินจ์นะ เพราะถ้าเราไม่ลองทำตอนที่มันยังครินจ์ เราก็จะไม่มีวันไปถึงวันที่มันคูลได้

ตัวอย่างวิธีคิดงานของ ตั้ง-ตะวันวาด (TangBadVoice)

เปรตป่ะ

ที่มาของเพลง “เปรตป่ะ” จุดเริ่มต้นเพลงมาจากกลุ่มเพื่อนเด็กอินเตอร์ในกองถ่ายที่เพิ่งจะเก็ตการเล่นมุกแบบภาษาไทย เช่น “วันนี้แดดดี” “แดดดีที่แปลว่าพ่อ?” “นั่นมันแดดดี้!” ซึ่งพอได้ฟังเพื่อนเล่นมุกบ่อยๆ เข้า จนรู้สึกโดนเส้นเลยได้ไอเดียมาเขียนเพลงแรป แต่จะเขียนเพลงแรปที่แค่คนเล่นมุกตลกกันเฉยๆ ก็กลัวจะดูงี่เง่าไป ในมุมคนทำหนังอยากเล่าเป็นเรื่องราวให้เห็นภาพมากขึ้น เลยหยิบเอาความชอบ 3 เรื่องเข้ามาผสมด้วยกัน ได้แก่ ชอบมุกตลก + ชอบหนังผี + ชอบพากย์เสียง พอสิ่งเหล่านี้ถูกเชื่อมเข้าด้วยกันจึงกลายเป็นเพลงที่เล่าเรื่องราวเพื่อนสองคนหนีผีไปพร้อมกับเล่นมุกไปด้วย  โดยที่คุณตั้งแต่งเอง ร้องเอง และ Featuring เองคนเดียว

วิมานหนาม

อีกหนึ่งผลงานคุณภาพที่จะไม่พูดถึงก็คงไม่ได้ เพราะผลงานนี้เพิ่งคว้ารางวัลกำกับภาพยอดเยี่ยม จากภาพยนตร์วิมานหนาม ในงานสุพรรณหงส์ครั้งที่ 33 เดิมทีคุณตั้งเป็นตากล้องที่กำกับภาพในหนัง แต่ผู้กำกับ (บอส - นฤเบศ กูโน) อยากให้เขาเป็นคนถ่ายภาพโปสเตอร์หนังด้วย จากภาพตัวอย่าง คุณตั้งแชร์ไอเดียการถ่ายภาพนี้ว่า เขาใช้เตียงเป็นสัญลักษณ์ของความเป็นเจ้าของบ้าน ซึ่งหัวใจหลักของเรื่องนี้คือ การแย่งที่ดินสวนทุเรียนและความเหลื่อมล้ำทางเพศ แน่นอนว่าไม่มีทางที่ตัวละครทั้ง 4 คนจะมาอยู่บนเตียงนี้ได้ แต่เราสามารถทำให้เกิดขึ้นได้ในโปสเตอร์ โดยใช้วิธีการจัดวางตัวละครไม่ให้ทับกัน และจัดลำดับตัวละครที่มีบทบาทสำคัญกับเนื้อเรื่องว่าใครต้องอยู่ตรงไหน อย่างทองคำกับโหม๋ตัวละครที่ต้องแย่งที่ดินกันก็ถูกจับมาวางคู่กันปลายเตียง ซึ่งจริง ๆ แล้วภาพนี้ต้องการจะเล่าว่าเตียงมีแค่อันเดียวใครที่ได้นอนบนเตียงนี้เป็นเจ้าของบ้านตัวจริง

 

 

พี่แป้ง

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

0 ความคิดเห็น