ก่อนหน้านี้คอลัมน์ “รู้ไว้เผื่อออกสอบ” พาน้องๆ ไปทำความรู้จักกับอารยธรรมเมโสโปเตเมีย และอารยธรรมอียิปต์กันไปแล้ว วันนี้เรามาต่อกันที่อีกหนึ่งอารยธรรมที่เป็น “อู่อารยธรรมที่สำคัญที่สุดในโลกตะวันตก” นั่นคือ “อารยธรรมกรีก” หลายคนคงนึกถึงเทพเจ้าซุส วิหารพาร์เธนอน และโอลิมปิก
แต่รู้ไหมว่า กรีกยังเป็นแหล่งกำเนิดทั้ง ประชาธิปไตย ปรัชญา คณิตศาสตร์ และศิลปะการละคร ที่ส่งอิทธิพลต่อโลกตะวันตกอย่างลึกซึ้ง และยังเป็นหนึ่งในอารยธรรมที่หล่อหลอมวิถีคิดของมนุษย์มาจนถึงปัจจุบัน วันนี้จะพาน้องๆ ชาว Dek-D ไปย้อนดูความรุ่งเรืองและความยิ่งใหญ่ของอารยธรรมกรีกกัน
อารยธรรมกรีก คืออะไร?
อารยธรรมกรีก คือ อารยธรรมที่มีแหล่งกำเนิดบริเวณทะเลอีเจียนและทะเลเมดิเตอร์เรเนียน มีลักษณะเป็นอารยธรรมทางทะเล รากเหง้าของอารยธรรมกรีก ได้แก่ อารยธรรมไมนวน (Minoan Civilization) และอารยธรรมไมซินี (Mycenaean Civilization) ที่มีอายุระหว่าง 2,000 - 1,200 ปีก่อนคริสต์ศักราช
อารยธรรมไมนวน vs อารยธรรมไมซินี
1. อารยธรรมไมนวน (Minoan Civilization) เมื่อประมาณ 2,000 - 1,400 ปีก่อนคริสต์ศักราช เกิดขึ้นที่เกาะครีต ในทะเลอีเจียน
- ชาวครีตันมีบทบาทสำคัญในการเดินเรือ และการค้าขายกับดินแดนต่างๆ สินค้าส่งออก ได้แก่ น้ำมันมะกอก เหล้าองุ่น เครื่องปั้นดินเผา โดยมีรัฐเป็นผู้ผูกขาดทางการค้า
- ตัวอักษร : ใช้ตัวอักษรที่เรียกว่า ลีเนียร์ เอ ซึ่งเป็นอักษรที่ยังไม่สามารถอ่านให้ออกได้จนถึงเวลานี้ นักประวัติศาสตร์จึงศึกษาผ่านแหล่งโบราณคดี โบราณวัตถุ และงานศิลปะ
- ศิลปกรรม : นักโบราณคดีชาวอังกฤษ “เซอร์อาเธอร์ เอเวนส์” ขุดสำรวจที่ตั้งของวัง “คนอสซุส (Knossos)” ทำให้ทราบว่า ชาวครีตันมีความสามารถในเชิงสถาปัตยกรรมและวิศวกรรม
- จิตรกรรม : มีภาพวาดปูนเปียก หรือเฟรสโก เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตผู้คน พบในพระราชวังคนอสซุส
- ศาสนา : ชาวครีตันนับถือเทพมารดา สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทสตรีชาวครีตัน ไม่นิยมสร้างศานสถาน นักบวชไม่มีบทบาทมากนัก
- สังคม : เน้นดำเนินชีวิตในทางโลก เนื่องจากสภาพแวดล้อมส่งเสริมการประกอบอาชีพทางทะเล และปลอดภัยจากการรุกราน
- การสิ้นสุดอารยธรรมไมนวน : สิ้นสุดเมื่อประมาณ 1,460 ปีก่อนคริสต์ศักราช โดยพวกไมซินีรุกรานและยึดครองเกาะครีต เนื่องจากเกาะครีตไม่มีกำแพงเมืองหรือป้อมปราการจึงถูกโจมตีง่าย
2. อารยธรรมไมซินี (Mycenaean Civilization) เมื่อประมาณ 1,400 - 1,120 ปีก่อนคริสต์ศักราช เกิดขึ้นบริเวณคาบสมุทรเพโรพอนนีซัส
- พวกไมซินีเป็นชนเผ่าอินโด-ยุโรเปียน รับอารยธรรมไมนวนมาเป็นของตัวเอง อาศัยเป็นชุมชน แต่ละชุมชนเป็นอิสระต่อกัน มีป้อมปราการเป็นศูนย์กลาง
- มีความชำนาญในการเดินเรือและการรบ โดยสามารถขยายอิทธิพลไปทั่วฝั่งตะวันออกของทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เข้ายึดเมืองทรอยในสงครามโทรจันได้
- การค้า : กษัตริย์ทรงผูกขาดการค้าทุกประเภท มีฐานะเป้นกษัตริย์นักค้า ควบคุมขุนนางซึ่งช่วยกษัตริย์บริหารจัดการ และจดบันทึกผลผลิตและการจ่ายค่าแรงและเก็บภาษี
- มรดกทางวัฒนธรรม : สิ่งที่ไมซินีได้ทิ้งไว้ในชาวกรีกรุ่นหลังคือ ความเชื่อทางศาสนา ได้แก่ รูปบุชาเทพซุส เฮรา และโพไซดอน รวมถึงการอุทฺศตรให้แก่การกีฬา
- ศิลปกรรม : มีการรับอารยธรรมมาจากไมนวน และมาพัฒนาวิทยาการของตนเองทำให้มีการสร้างรูปปั้น เทพเจ้าซุส เป็นต้น
- การสิ้นสุดอารยธรรมไมซินี : พวกดอเรียนรุกราน อารยธรรมไมซินีจึงเริ่มเสื่อมลง จึงทำให้อารยธรรมมบริเวณทะเลอีเจียนและคาบสมุทรเพโรพอนนีซัส เข้าสู่ยุคมืดของอารยธรรมกรีก
ยุคมืดของอารยธรรมกรีก (1,100 - 800 ปีก่อนคริสต์ศักราช)
ยุคมืด เป็นยุคที่ไม่ปรากฏหลักฐานที่มีอารยธรรมอย่างรุ่งเรืองชัดเจน เนื่องจากอารยธรรมและวัฒนธรรมต่างๆ ในดินแดนกรีกล่มสลายลง จากการรุกรานของต่างชาติ และภัยพิบัติธรรมชาติ วิทยาการ และการจดบันทึกเรื่องราวต่างๆ ได้สูญหายไปในยุคนี้
ยุคอาร์เคอิก (800 - 500 ปีก่อนคริสต์ศักราช)
- ยุคอาร์เคอิก หรือยุคกรีกโบราณ ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของกรีกที่เรารู้จักกันในปัจจุบัน ถือว่าเป็นยุคที่กรีกรุ่งเรืองและเฟื่องฟูมาก เนื่องจากมีการค้าขายกับโลกภายนอกเพิ่มขึ้น
- มีการประพันธ์วรรณกรรม “มหากาพย์อีเลียต” และ “โอติสซีย์” ของ “มหากวีโฮเมอร์”
- ประมาณ 776 ปีก่อนคริสต์ศักราช ชาวกรีกมีการจัด “โอลิมปิก” แต่ไม่ได้เป็นการแข่งขันกีฬาแบบปัจจุบัน เน้นไปที่การบูชาเทพเจ้ามากกว่า
- ยุคอาร์เคอิก ถือเป็นยุคที่ศิลปะ วัฒนธรรม สถาปัตยกรรม วรรณกรรม และนักปรัชญาต่างๆ ของกรีกเด่นชัดที่สุด เช่น
- มีการคิดค้นทฤษฎี “พีทาโกรัส (Pythagoras)” ที่โด่งดัง เป็นนักปราชญ์ชาวกรีกที่วางรากฐานวิชาเรขาคณิตให้เราได้เล่าเรียนกันในทุกวันนี้
- อาร์คีมีดีส (Archimedes) หนึ่งในนักคณิตศาสตร์ที่ค้นพบค่าพาย (π) ที่ใกล้เคียงที่สุด และผู้ค้นพบวิธีหาปริมาตรของวัตถุโดยการแทนที่
- เมื่อเข้าสู่ประมาณ 750-600 ปีก่อนคริสต์ศักราช เมืองต่างๆ ในกรีกเริ่มเฟื่องฟูขึ้น เป็นช่วงที่กรีกเริ่มเป็น “นครรัฐ (Polis)” โดยแต่ละนครรัฐจะมีการปกครองเป็นของตัวเอง ตัวอย่างที่โดดเด่น เช่น เอเธนส์ (Athens) ปกครองแบบ “ประชาธิปไตย” และสปาร์ตา (Sparta) ปกครองแบบเผด็จการทหาร ซึ่งสปาร์ต้าถือว่าเป้นชนชาติแรกที่มีการเกณฑ์ทหารอีกด้วย โดยแต่ละนครรัฐจะมีความเชื่อของตนเองว่ามีเทพเจ้าที่ปกครองนครรัฐของตนเองที่ต่างกันออกไป เช่น เอเธนส์ >> เทพอะธีนา (Athena) / สปาร์ตา >> เทพสปาร์ตา (Sparta)
- ด้วยความที่อยู่กันเป็นนครรัฐ มีความเชื่อ มีการปกครองที่แตกต่างกัน ทำให้อาจมีการทะเลาะกันอยู่บ้าง แต่เมื่อถึงคราวที่กรีกถูกรุกรานจากชาวต่างชาติต่างถิ่น นครรัฐต่างๆ ก็ร่วมมือกันช่วยเหลือปกป้องกรีกไว้
- ยุคนี้เกิดสงครามกรีก-เปอร์เซีย เอเธนส์และนครรัฐกรีกอื่นๆ จึงรวมกำลังทำสงครามต่อต้านเปอร์เซียที่รุกรานกว่า 40 ปี ในที่สุดฝ่ายกรีกก็ได้รับชัยชนะ และเอเธนส์จึงได้รับการยอมรับให้เป็นผู้นำกรีก ทำให้เอเธนส์มีความเจริญรุ่งเรืองเป็นอย่างมาก และทำให้กรีกเริ่มเข้าสู่ยุคคลาสสิก
ยุคคลาสสิก (480 - 323 ปีก่อนคริสต์ศักราช)
ยุคคลาสสิก ถือว่าเป็นยุคทองของเอเธนส์ อารยธรรมกรีกเบ่งบานถึงขีดสุด โดยเฉพาะศิลปะ และสถาปัตยกรรมที่มีชื่อเสียง เช่น
- Acropolis แปลว่า เมืองที่อยู่ที่สูง ชาวกรีกมักจะตั้งเมืองบริเวณเนิน และมีเมืองที่เป็นฝ่ายปกครองอยู่ที่สูง และบ้านของประชาชนทั่วไปจะรายล้อมอยู่รอบๆ ตัวอย่างเช่น
- วิหารพาร์เธนอน (Parthenon) เป็น Acropolis ของเอเธนส์ เป็นสถาปัตยกรรมที่เน้นความสวยงาม สร้างด้วยหินอ่อน หลังคาหน้าจั่ว เสาเรียงราย
- รูปปั้นนักขว้างจักร Discobolus ซึ่งเป็นหนึ่งในกีฬาประเภทรวด หรือ ปัญจกรีฑา ที่นิยมแข่งกันในสมัยกรีก โดยผู้ที่แข่งปัญจกรีฑาส่วนใหญ่จะได้รับการยกย่องด้านความงามของรูปร่าง เนื่องจากมีกล้ามเนื้อที่ดูดี ทำให้บรรดาศิลปินนักปั้นยุคนี้จึงนิยมนำมาสร้างชิ้นงาน
- มี 3 นักปรัชญาที่โด่งดังด้านประวัติศาสตร์และการเมือง ผู้เป็นต้นกำเนิดวิชาปรัชญาในปัจจุบันเกิดขึ้นในยุคนี้
- โสคราตีส (Socrates) ผู้วางรากฐานปรัชญาตะวันตก
- เพลโต (Plato) บิดาแห่งวิชาปรัชญาการเมือง
- อริสโตเติล (Aristotle) บิดาแห่งวิชารัฐศาสตร์
- เกิดสงครามเพโลพอนนีเซียน ระหว่างเอเธนส์และสปาร์ตา ยาวประมาณ 30 ปี ซึ่งการต่อสู้ของทั้งสองนครรัฐนี้ ส่งผลกระทบให้ทั้งเอเธนส์ และสปาร์ตาเสื่อมอำนาจ ทำให้ฟิลิปที่ 2 หรือพ่อพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช แห่งมาซิโดเนียเข้ายึดครองนครรัฐกรีกได้ทั้งหมด ซึ่งเป็นยุคที่จักรวรรดิกรีกได้ขยายดินแดนต่ออย่างกว้างขวาง
- ยุคคลาสสิกสิ้นสุดเมื่อพระเจ้าอเล็กซ์ซานเดอร์มหาราชสิ้นพระชนม์ ทำให้อาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ที่ท่านรวบรวมและสร้างไว้นั้นไม่มีใครสามารถควบคุมได้ ทำให้เข้าสู้ยุคเฮลเลนิสติก
ยุคเฮลเลนิสติก (323-31 ปีก่อนคริสต์ศักราช)
ในยุคเฮลเลนิสติก เป็นยุคที่เสื่อมถอยของอารยธรรมกรีกโบราณ อาณาจักรแตกแยกแบ่งออกเป็น 4 ส่วน
- นายพลของพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช 4 คน เป็นผู้ควบคุม โดยนายพลแต่ละคนได้พัฒนาบ้านเมืองจนกลายเป็นราชวงศ์สำคัญ 3 ราชวงศ์ ได้แก่
- ราชวงศ์เซลูซิดแห่งซีเรีย และเปอร์เซีย (The Seleucids of Syria)
- ราชวงศ์ทอเลมีแห่งอียิปต์ (The Ptolemies of Egypt) ราชวงศ์ต้นตระกูลของคลีโอพัตรา
- ราชวงศ์แอนติโกนิดแห่งกรีก และมาซิโดเนีย (The Antigonids of Greece and Macedonia)
- ยุคเฮลเลนิสติก เป็นยุคที่ไม่ได้มีอารยธรรมยาวนานเหมือนยุคอื่นๆ เนื่องจากถูกโรมันที่มีความแข็งแกร่งด้านการรบ เอาชนะได้ ทำให้อารยธรรมของกรีกเสื่อมลง ก่อนที่จะถูกแทนที่ด้วยความรุ่งเรืองของอารยธรรมโรมัน
สรุปจุดเด่นอารยธรรมกรีกโบราณ
การเมืองการปกครอง
- การตั้งถิ่นฐานของชาวกรีกแยกออกจากกันเป็นอิสระ เป็นที่มาของการปกครองแบบโปลิส (polis/poleis) หรือแบบ ‘นครรัฐ (City state)’ ที่แต่ละรัฐมีอำนาจปกครองตนเองและเป็นอิสระออกจากกัน นครรัฐสำคัญที่ในเวลานั้น ได้แก่ นครรัฐเอเธนส์ (Athens) ปกครองแบบ “ประชาธิปไตย” และ นครรัฐสปาร์ต้า (Sparta) ปกครองแบบเผด็จการทหาร
- สำหรับการปกครองของเอเธนส์เป็นประชาธิปไตยแบบโดยตรง หมายความว่าประชาชนในเมืองสามารถเข้ามานั่งในสภา เพื่อออกสิทธิ์ออกเสียงได้ เนื่องจากจำนวนประชาชนไม่ได้มีเยอะจึงทำได้ แต่ปัจจุบันมีจำนวนประชากรมากขึ้น จึงต้องเลือกตั้งผู้แทนเข้าไปทำหน้าที่ในสภาแทน
- ทั้งนี้ก็ถือว่ายังไม่ได้เป็นประชาธิปไตยแบบ 100% เพราะว่าจำกัดเฉพาะพลเมืองเอเธนส์ผู้ชาย หรือคนที่เสียภาษีจำนวนมาก มามีส่วนร่วมทางการเมือง ทั้งนี้ที่กรีกมีการปกครองแบบประชาธิปไตย เนื่องจากชาวกรีกมีอุปนิสัยเฉพาะ 3 รูปแบบ ดังนี้
- มนุษย์นิยม มีความเชื่อว่า มนุษย์เก่ง มีความสามารถ มีปัญญา ใช้เหตุผลเป็น
- ปัจเจกชนนิยม เชื่อว่า มนุษย์มีความเชื่อมั่นในตนเอง
- ธรรมชาตินิยม มีความสนใจศึกษาธรรมชาติและสิ่งรอบตัว
เศรษฐกิจ
เศรษฐกิจของกรีกที่สำคัญ ได้แก่ สินค้าการเกษตร อุตสาหกรรม งานหัตถกรรม
- สินค้าการเกษตร เช่น การทำเหล้าองุ่น น้ำมันมะกอก
- อุตสาหกรรม เช่น เครื่องปั้นดินเผา เครื่องถ้วยชาม
- งานหัตถกรรม เช่นการส่งออกผ้าฝ้าย
สถาปัตยกรรมและประติมากรรม
- สถาปัตยกรรมที่สำคัญในยุคกรีกมักเกี่ยวข้องกับความเชื่อทางศาสนาและเทพเจ้า เช่น วิหารเทพเจ้า อนุเสาวรีย์รูปสลักเทพเจ้า โรงละคร
- วิหารที่โดดเด่นในยุคกรีก คือ วิหารพาร์เธนอน (Parthenon) เป็น Acropolis หรือ เมืองที่อยู่ที่สูงของเอเธนส์ เป็นสถาปัตยกรรมที่เน้นความสวยงาม สร้างด้วยหินอ่อน หลังคาหน้าจั่ว เสาเรียงราย
อารยธรรมกรีกโบราณจะเด่นเรื่องระบบเสาและคาน แบ่งเป็น 3 แบบ- ดอริก (Doric) มีลักษณะโคนเสาใหญ่และเรียวขึ้นไปจนถึงยอด ตามลำเสาเป็นร่องเว้าตามแนวตั้งยี่สิบร่องรอบเสา ตอนบนเป็นหัวเสาเรียบที่บานออกไปจากคอลัมน์ไปบรรจบกับแผ่นสี่เหลี่ยมที่ขวางกับคานแนวนอนที่วางเหนือเสา
- ไอออนิก (Ionic) มีลักษณะเสาเรียวสง่า แผ่นหินบนเสาเป็นรูปโค้งย้อยม้วนลงมาทั้งสองข้าง เหนือขึ้นไปเป็นรูปฐาน 3 ชั้น บริเวณเสาถูกรองรับด้วยฐานใต้เสา ซึ่งเป็นคนละชิ้นแยกจากกัน บริเวณยอดหรือหัวเสา มักจะตกแต่งด้วยลายประดับรูปไข่
- โครินเธียน (Corinthian) เป็นประเภทเสาที่มีความหรูหรามากที่สุด รูปแบบสถาปัตยกรรมนี้โดดเด่นด้วยร่องเสาที่เรียวยาวและหัวเสาบรรจงตกแต่งด้วยลายใบอะแคนทัสและปลายโค้งงอ
- ประติมากรรมสำคัญในยุคกรีกโบราณ ได้แก่
- ประติมากรรมที่โดดเด่น เช่น เครื่องปั้นดินเผาลายดำ (Black-figure) ที่ใช้เทคนิคสลิปสีดำสร้างลวดลายบนพื้นผิวสีส้มแดง และเครื่องปั้นดินเผาลายแดง (Red-figure)
- งานประติมากรรมลอยตัวที่มีการแสดงถึงสรีระและกล้ามเนื้อแบบสมจริง ผ่านการจำลองท่าทางเคลื่อนไหวอย่างสง่างาม เช่น รูปปั้นนักขว้างจักร (Discobolos), รูปปั้นเทพีไนกี้แห่งซาโมเทรซ (Wing Victory of Samothrace) และรูปปั้นวีนัส เดอ มิโล (Venus de Milo)
วรรณกรรมและนาฏยกรรม
- วรรณกรรมที่สำคัญในยุคนี้ คือ "มหากาพย์" ได้แก่ "มหากาพย์อีเลียด (The Iliad)" และ “มหากาพย์โอดิสซีย์ (Odyssey)” ประพันธ์โดย “โฮเมอร์ (Homer)” ภายในนำเสนอเกี่ยวกับตำนานการทำสงครามระหว่างนักรบกรีกและนักรบกรุงทรอย
- นาฏยกรรม หรือการละคร ในยุคนี้เฟื่องฟูเรื่องของการเล่นละคร ประกอบด้วยการเต้นรำ การขับลำนำ การเล่นดนตรี มักเป็นบทละครแบบโศกนาฏกรรม (Tragedy) และสุขนาฏกรรม (Comedy) ซึ่งภายหลังได้กลายเป็นต้นแบบการแสดงละครเวทีกลางแจ้งในปัจจุบัน โดยเชื่อว่าการเล่นละครนี้เป็นการถวายให้กับเทพเจ้าไดโอนิซุส (Dionysus) ซึ่งเป็นเทพเจ้าแห่งไวน์ ความอุดมสมบูรณ์ และเทศกาล
นักปรัชญาคนสำคัญ
- พีทาโกรัส (Pythagoras) เจ้าของทฤษฎีความสัมพันธ์ของสามเหลี่ยมมุมฉาก “ทฤษฎีพีทาโกรัส ” ที่โด่งดัง เป็นนักปราชญ์ชาวกรีกที่วางรากฐานวิชาเรขาคณิตให้เราได้เล่าเรียนกันในทุกวันนี้
อาร์คีมีดีส (Archimedes) หนึ่งในนักคณิตศาสตร์ที่ค้นพบค่าพาย (π) ที่ใกล้เคียงที่สุด และผู้ค้นพบวิธีหาปริมาตรของวัตถุโดยการแทนที่ - ยูคลิด (Euclid) ผู้ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็น “บิดาแห่งวิชาเรขาคณิต” เนื่องจากผลงานชิ้นเอกของเขาใน “หนังสือ Elements” เนื้อหาส่วนใหญ่เป็นทฤษฏีบทเรขาคณิต พีชคณิต เรขาคณิตเชิงพีชคณิตเบื้องต้น และทฤษฎีจำนวนเบื้องต้น เนื้อหาส่วนใหญ่เป็นผลงานของนักคณิตศาสตร์รุ่นก่อนที่ได้คิดค้นเอาไว้ เช่น พีทาโกรัสและยูโดซุส แต่ยุคลิดนำมารวบรวมเข้าด้วยกันอย่างมีระบบและเป็นลำดับเหตุผลต่อเนื่องกัน
- โสคราตีส (Socrates) ผู้วางรากฐานปรัชญาตะวันตก เป็นผู้คิดค้น “วิธีการโสกราตีส (Socratic Method)” เป็นกระบวนการตั้งคำถามอย่างเป็นระบบเพื่อค้นหาความจริงและกระตุ้นการคิดเชิงวิพากษ์ ไม่มีงานเขียนโดยตรง แต่แนวคิดของเขาถูกถ่ายทอดผ่านงานของเพลโต
- เพลโต (Plato) เป็นศิษย์เอกของโสกราตีส และเป็นผู้บุกเบิกแนวคิดเกี่ยวกับรูปแบบ (Forms) ซึ่งอธิบายว่าความจริงที่แท้จริงไม่ได้อยู่ในโลกวัตถุ แต่เป็นอุดมคติที่เหนือกว่าสิ่งที่เราเห็น ยังเป็นนักเขียนปรัชญาที่ทรงอิทธิพล ผลงานของเขามักเขียนในรูปแบบบทสนทนา
- อริสโตเติล (Aristotle) เป็นศิษย์ของเพลโต และเป็นอาจารย์ของพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช เป็นนักคิดที่วางรากฐานของตรรกศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และจริยศาสตร์ ผลงานของเขามีอิทธิพลต่อการศึกษาของยุโรปในยุคกลางและต่อมาจนถึงปัจจุบัน
- ฮิปโปรเครติส (Hippocrates) ผู้ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็น “บิดาแห่งการแพทย์ตะวันตก” เป็นคนแรกที่ทำบันทึกอาการและประวัติคนไข้ ที่ยังคงยึดถือจนถึงปัจจุบัน
- เฮโรโดตัส (Herodotus) บิดาแห่งประวัติศาสตร์สากล คนแรกที่บันทึกเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์อย่างเป็นระบบและเรียงลำดับเหตุการณ์ให้คนที่อ่านเข้าใจได้ง่าย ผลงานที่โดดเด่นที่สุด คือ Histories เป็นบันทึกที่บรรยายถึงเหตุการณ์สงครามระหว่างกรีกและเปอร์เซีย รวมถึงวัฒนธรรมต่างๆ ประเพณี ภูมิศาสตร์ของแต่ละพื้นที่ ทำให้ผลงานชิ้นนี้เป็นแหล่งข้อมูลที่มีคุณค่าทั้งทางประวัติศาสตร์และโบราณคดี
มาทดสอบความรู้กัน
นอกจากเกร็ดความรู้เกี่ยวกับอารยธรรมกรีกโบราณที่นำมาฝากแล้ว พี่แป้งยังมีแนวข้อสอบเกี่ยวกับอารยธรรมกรีกโบราณ 2 ข้อมาให้น้องๆ ฝึกสมองลองฝีมือกันด้วยค่ะ
ข้อใดเป็นมรดกที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมกรีก (O-NET สังคมศึกษา ปีการศึกษา 2559)
1. ภาษาสเปน
2. ปฏิทินจูเลียน
3. กฎหมายสิบสองโต๊ะ
4. มหากาพย์อีเลียต
5. งานเขียนเรื่องบันทึกสงครามกอล
______________________________________________
ข้อใดไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับอารยธรรมกรีก (O-NET สังคมศึกษา ปีการศึกษา 2561)
1. เซอร์อาเธอร์ เอเวนส์ (Sir arthur Evans)
2. จอห์น คาลวินส์ (John Calvin)
3. วิหารพาร์เธนอน
4. เฮโรโดตัส (Herodotus)
5. หัวเสาแบบดอริก
น้องๆ ชาว Dek-D คิดว่าแต่ละข้อตอบอะไรบ้าง มาคอมเมนต์คำตอบด้านล่างได้เลย!
สำหรับคอลัมน์ ‘รู้ไว้เผื่อออกสอบ’ วิชาสังคมบทความต่อไปจะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับอะไร ฝากติดตามกันด้วยนะคะ ถ้าน้อง ๆ มีประเด็นที่น่าสนใจ หรือความรู้จากวิชาอะไร ที่อยากให้นำมาเล่า หรือแจกทริคการจำ ก็สามารถคอมเมนต์เอาไว้ด้านล่างได้เลย!
ข้อมูลจากhttps://www.facebook.com/kingclass.co.th/posts/pfbid02Btro8XtEXXwP61TEVv7SorBnMMPJKNVem3Tqn5dgi4xvpaQ3W8384Rbdka8fWfq6l https://goterrestrial.com/2021/07/28/greek-pottery/
0 ความคิดเห็น