ถ้าเอ่ยถึงวันที่ "14 กุมภา" หลายคนคงนึกถึงวันแห่งความรัก หรือ"วันวาเลนไทน์" ซึ่งในแต่ละปีห้างร้าน ถนนหนทางต่างๆ เต็มไปด้วยบรรยากาศสีชมพู หรือแม้แต่ในสถานศึกษาเอง มักจัดกิจกรรมเฉลิมฉลอง รณรงค์ หรือปลูกฝังค่านิยม แตกต่างกันไปแล้วแต่จุดประสงค์ แต่จะมีใครรู้บ้างว่า วันที่ 14 กุมภาพันธ์ ของทุกปี สำหรับชาวราชภัฏแล้ว ไม่ใช่เพียงวันแห่งความรัก แต่เป็นวันที่ "สถาบันราชภัฏ" ถือกำเนิดขึ้น จนเติบโตกลายมาเป็น "มหาวิทยาลัยราชภัฏ" ในทุกวันนี้

 

ซึ่งถ้าจะย้อนประวัติกลับไปในปี 2535 คณะรัฐมนตรีที่มีนายอานันท์ ปันยารชุน เป็นนายกรัฐมนตรี ได้มีมติให้ "วิทยาลัยครูทั่วประเทศ" ซึ่งแต่เดิมมีลักษณะเป็นวิทยาลัยวิชาชีพเฉพาะทาง ขยายขอบเขตการจัดการศึกษาให้กว้างขวางขึ้น

 

 

กรมการฝึกหัดครู กระทรวงศึกษาธิการ ในขณะนั้น จึงนำความกราบบังคมทูลพระกรุณาขอพระราชทานนามวิทยาลัยครูใหม่ เพื่อเป็นสิริมงคลและเพื่อให้สอดคล้องกับภารกิจ และต่อมาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานนามใหม่แก่วิทยาลัยครูทุกแห่งว่า "สถาบันราชภัฏ" ตั้งแต่วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2535 เป็นต้นมา ซึ่งนับเป็นสิริมงคลและเป็นเกียรติสูงสุดแก่สถาบันราชภัฏ

 

นอกจากนั้นได้มีพระมหากรุณาธิคุณ โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระบรมราชานุญาต ให้อัญเชิญตราพระราชลัญจกรส่วนพระองค์ เป็น "สัญลักษณ์ประจำสถาบันราชภัฏ"

 

โดยรูปของฉัตรขาวเจ็ดชั้นที่ตั้งบนแท่นแปดทิศนั้น แปลความว่า ชาวราชภัฏคือผู้ปฏิบัติหน้าที่โดยตั้งอยู่บนความถูกต้องชอบธรรมกับต้องร่วมแรงร่วมใจกันสร้างสรรค์ความถูกต้องชอบธรรมเพื่อความเจริญก้าวหน้าของท้องถิ่นรูปวงจักร คือ สัญลักษณ์ของศาสตรา หรือศาสตร์อันทรงอานุภาพหมายความว่าสถาบันราชภัฏต้องเป็นแหล่ง รวมวิทยาการของท้องถิ่น

 

ส่วนรูปอุณาโลมคือ สัญลักษณ์ของปัญญาอันยิ่ง เพราะแสงสว่างแห่งปัญญานั้นไม่มีแสงสว่างใด เสมอเหมือนหมายความว่าสถาบันราชภัฏ ต้องเป็นผู้นำทางปัญญาของชุมชนรัศมีทอง 32 แฉก เปรียบสัญลักษณ์ของพลังแห่งความจริง ความดี ความงาม ที่เปล่งประกายออกไป จากสถาบันราชภัฏเพื่อความเจริญก้าวหน้าอันมั่นคง และยั่งยืนให้บังเกิดขึ้นกับท้องถิ่น

 
 

โดยตราสัญลักษณ์ประจำมหาวิทยาลัยราชภัฏ ที่ประกอบไปด้วยสีต่างๆ 5 สี เพื่อแทนความหมาย ได้แก่

 

"สีน้ำเงิน" แทนค่า สถาบันพระมหากษัตริย์ผู้ให้กำเนิด และพระราชทานนาม "มหาวิทยาลัยราชภัฏ"

 

"สีเขียว" แทนค่า แหล่งที่ตั้งของสถาบันฯ ซึ่งอยู่ในแหล่งธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่สวยงาม

 

"สีทอง" แทนค่า แหล่งความเจริญรุ่งเรืองทางภูมิปัญญา

 

"สีส้ม" แทนค่า ความรุ่งเรืองทางศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นก้าวไกล

 

และ "สีขาว" แทนค่า ความคิดอันบริสุทธิ์ของนักปราชญ์แห่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ

 

          จะเห็นได้ว่าความหมายของรูปต่างๆ ที่ปรากฏอยู่ในสัญลักษณ์ประจำสถาบันราชภัฏ เป็นเสมือนเครื่องกำกับทิศทาง และแนวทางการดำเนินงานของราชภัฏไม่ให้ไหลไปตามกระแสของเหตุการณ์ ตอกย้ำอุดมการณ์ของ "ชาวราชภัฏ" ที่ต้องการเป็นสถาบันอุดมศึกษาเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น เจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาท ในการพัฒนาประเทศและบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่พี่น้องประชาชนชาวไทยในฐานะ "ปราชญ์ของพระราชา"
 

พี่ลาเต้ขอขอบคุณข้อมูลจากหนังสือพิมพ์ข่าวสด

พี่ลาเต้
พี่ลาเต้ - Columnist นักข่าวสายการศึกษา เกาะติดทุกข่าวแทนน้องๆ ตัวถีบ ตัวดันให้ ม.6 สอบติด

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

7 ความคิดเห็น

ryuami Member 14 ก.พ. 51 17:37 น. 1
ศิษย์ราชภัฏมารายงานตัวค่ะ
ภูมิใจที่ได้ชื่อว่าเป็น ปราชญ์ของพระราชา

ลูกเทาแสด
ราชภัฏเชียงราย
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
ปอม 15 ก.พ. 51 01:54 น. 5
เด๋วนี้ไม่ได้เป็นที่พึ่งของประชาชนทั่วไปอีกต่อไปแล้ว ค่าเทอมมหาโหดเทียบเท่า ม. เอกชน แล้วจะเป็นมหาวิทยาลัยเพื่อปวงชนได้อย่างไร
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด