เรียนแบบไหน จำได้นาน จำได้ไว จำได้ไม่ลืม!
ใครเป็นแบบนี้บ้าง? เข้าเรียนทุกคาบ ไม่ทราบอะไรเลย! National Training Laboratories (NTL) ศึกษาเรื่องประสิทธิภาพของวิธีการเรียนรู้รูปแบบต่างๆ และพบว่าจริงๆ แล้วการนั่งฟังครูสอนในห้องเรียน ทำให้จดจำได้เพียงแค่ 5% เท่านั้น!
วิธีการเรียนที่ผู้เรียนมีส่วนร่วม (Active) จะมีประสิทธิภาพมากกว่าเรียนแบบ Passive อ่าน หรือ ฟังเพียงอย่างเดียว “พีระมิดแห่งการเรียนรู้ (The Learning Pyramid)” จะแสดงให้เห็นว่า วิธีการเรียนรู้แบบไหนมีประสิทธิภาพ ทำให้จดจำได้ดีที่สุด!
5% เลคเชอร์ (Lecture)
เลคเชอร์ หรือฟังการบรรยายจากคุณครู แล้วในนักเรียนจดบันทึกตามสิ่งที่ครูสอน เป็นวิธีที่เบสิคมากที่สุด แต่ก็มีอัตราการจดจำน้อยที่สุดเพียงแค่ 5% เท่านั้น
เพราะเป็นวิธีการเรียนรู้แบบ Passive ที่ผู้สอนเป็นฝ่ายทำกิจกรรมมากกว่าผู้เรียน ผู้เรียนไม่ค่อยมีส่วนร่วมมากเท่าไหร่นัก
10% การอ่าน (Reading)
การเรียนรู้ด้วยการอ่านหนังสือช่วยให้จดจำได้ 10% เพราะเป็นวิธีการเรียนรู้แบบ Passive ที่ผู้เรียนได้รับข้อมูลจากการอ่านตัวหนังสือ แต่ไม่ได้มีส่วนร่วมมากเท่าไหร่ ถ้าแค่อ่านเฉยๆ อย่างเดียว ไม่ได้ทำความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง
20% ดูและฟังจากสื่อ (Audiovisual)
สื่อการเรียนรู้อย่าง ภาพ อินโฟกราฟิก คลิปวิดีโอ คลิปเสียง หรือพอดแคสต์ ถึงแม้ผู้เรียนจะไม่ได้มีส่วนร่วมมากเท่าไหร่ แต่สื่อต่าง ๆ เหล่านี้ก็มีความน่าสนใจมากกว่ามากกว่าหนังสือ หรือฟังครูสอน และการดึงดูดความสนใจนี้ก็ทำให้จำได้กว่า
30% เห็นตัวอย่างจริง (Demonstration)
การเห็นตัวอย่างจริงเป็นการเรียนรู้แบบ Active ขั้นแรกที่พีระมิด การที่ผู้เรียนมีส่วนร่วมมากขึ้น ถ้ามีการสาธิต การทดลอง ได้เห็นอุปกรณ์ เครื่องมือ หรือขั้นตอนต่าง ๆ จะทำให้เข้าใจมากขึ้น และจดจำได้นานขึ้นกว่าการอ่าน หรือแค่ฟังเฉยๆ
50% แลกเปลี่ยนความคิดเห็น (Discussion)
การถาม - ตอบ พูดคุย อภิปราย หรือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับสิ่งที่เรียน เป็นการเรียนแบบ Active ที่ทำให้ผู้เรียนได้อธิบาย คิด วิเคราะห์ และประมวลผลผ่านการสนทนา ซึ่งจะทำให้เข้าใจอย่างลึกซึ้งมากขึ้น และจำได้มากถึง 50%
75% ลงมือทำ (Practice)
“practice makes perfect การฝึกทำให้เกิดความสมบูรณ์แบบ” ไม่ใช่แค่คำคมเท่ ๆ แต่เป็นสิ่งที่พิสูจน์มาแล้วว่าเป็นเรื่องจริง! เพราะการเรียนรู้แบบได้ลงมือทำ ทดลอง ทำแบบฝึกหัด จะช่วยให้สมองได้เชื่อมโยงเนื้อหา และทำให้เข้าได้อย่างลึกซึ้ง นอกจากนี้การฝึกฝน ฝึกซ้อม ทำซ้ำๆ ยังทำให้จดจำรายละเอียดได้แม่ยำ และจดจำได้นานขึ้น มีประสิทธิภาพสูงถึง 75% เลยทีเดียว
90% สอนคนอื่น (Teaching)
การเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุด สูงถึง 90% ก็คือการสอนคนอื่น เพราะก่อนจะไปอธิบายให้คนอื่นเข้าใจ เราก็ต้องเรียนรู้และเข้าใจในเรื่องนั้น ๆ ให้ดีเสียก่อน จึงจะสามารถส่งต่อความรู้นั้นได้อย่างถูกต้อง นอกจากนี้ผู้เรียนยัง Active มีส่วนร่วมกับวิธีนี้มากที่สุด และได้ผลมากที่สุด เพราะได้สวมบทบาทเป็นผู้สอนชั่วคราว ซึ่งจะทำให้ได้ทบทวน ตอกย้ำความเข้าใจ ยิ่งทำให้จดจำเนื้อหาได้ลึกซึ้งมากขึ้น
พีระมิดแห่งการเรียนรู้แสดงให้เห็นว่า ยิ่งเรามีส่วนร่วม (Active) กับการเรียนมากเท่าไหร่ ยิ่งทำให้เราเข้าใจ และจดจำได้ดีขึ้นเท่านั้น แต่ก็ไม่ใช่ว่าทุกคนจะกระโดดข้ามไปทำข้อสุดท้ายอย่าง การสอนคนอื่น อย่างเดียวไปเลยนะ
วิธีที่ดีที่สุดคือการเลือกนำวิธีที่เหมาะกับเรามาปรับใช้ด้วยกัน เช่น ตอนที่ฟังครูสอนในห้องเรียน ก็ทำความเข้าใจไปด้วย สอบถามถ้าไม่เข้าใจ ลงมือทำการบ้าน ทำแบบฝึกหัด และถ้าเพื่อนยังไม่เข้าใจ ก็อธิบายให้เพื่อนฟัง ถ้าทำได้ทั้งหมดนี้ รับรองว่าคะแนนเต็ม 100 อย่างน้อยต้องได้ 99 แล้วค่ะ
0 ความคิดเห็น