เรื่องนี้โรงเรียนไม่ได้สอน : ติดสปีดให้สมอง! เรียนไวด้วยเทคนิค F.A.S.T

แจกสูตรลับติดสปีดให้สมอง! 

ทุกคนเคยสังเกตตัวเองไหมคะว่า เมื่อเราเรียนรู้อะไรใหม่ ๆ เราใช้ระยะเวลานานแค่ไหนในการทำความเข้าใจ และจดจำ เรื่องบางเรื่องอาจจะจำได้ง่าย ๆ บางเรื่องก็ยากจนจำไม่ได้สักที จะดีกว่าไหม ถ้าเราสามารถเพิ่มสปีดการเรียนรู้ของเราให้เร็วขึ้นได้ โดยใช้ “เทคนิค F.A.S.T” จากผู้เชี่ยวชาญด้านการเรียนรู้ และพัฒนาสมอง “Jim Kwik”

F - Forget = ลืม

อยากจำให้ ‘ลืม’ 

อาจจะดูย้อนแย้งแปลก ๆ แต่ความรู้ที่เรามีอยู่แล้ว มักจะเป็นสิ่งที่จำกัดการเรียนรู้อะไรใหม่ๆ เพราะเราจะคิดว่า “ก็รู้อยู่แล้ว” ซึ่งจะทำให้เราไม่เปิดรับเท่ากับคนที่เพิ่งเรียนรู้เรื่องนี้เป็นครั้งแรก ถ้าเราลืม และเปิดรับตั้งแต่ต้น สมองจะตั้งใจมากขึ้น และ เพิ่มโอกาสที่เราจะจำข้อมูล เก็บรายละเอียดใหม่ ๆ ที่อาจจะพลาดไปในตอนที่คิดว่าตัวเองรู้แล้ว

‘ลืม’ สิ่งรบกวนรอบข้าง

การทำอะไรหลาย ๆ อย่างเพราะกัน (Multitask) ดูเหมือนจะดีนะ แต่จริงๆ แล้วการแบ่งสมาธิไปอยู่ที่จุดอื่น ๆ อย่างละนิดละน้อย เป็นสาเหตุใหญ่ที่ทำให้เราเรียนรู้ได้น้อยลง ทางที่ดีที่สุดคือ หยุดการทำอะไรหลาย ๆ อย่างในเวลาเดียวกัน และใช้สมาธิทั้งหมดไปกับการเรียนรู้

‘ลืม’ ข้อจำกัดของตัวเอง

อย่าจำกัดตัวเองด้วยคำว่า “ก็ทำได้แค่นี้” “ก็รู้เท่านี้” “ยากมาก ทำไม่ได้หรอก” เพราะการยึดติด จะทำให้ความเชื่อกลายเป็นความจริง ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ความสามารถในการเรียนรู้ของเราไม่มีขีดจำกัด แค่ลองเปิดใจ เปิดสมอง แบบไม่มีลิมิตชีวิตเกินร้อยไปเลย

A - Active = ลงมือทำ

เราอาจเคยชินกับการไปโรงเรียน ที่ครูสอนอยู่หน้าห้องแล้วเราก็นั่งฟังไปเรื่อย ๆ เฉย ๆ แต่ความจริงคือ เราไม่ได้เรียนรู้จากการถูกสอนอยู่อย่างเดียว เราจะเรียนรู้ได้ดีที่สุดก็เมื่อ “สมองถูกดึงไปมีส่วนร่วม” ดั้งนั้น ถ้าอยากเรียนรู้ให้เร็วขึ้น เราก็ต้องมีส่วนร่วม! 

การมีส่วนร่วมที่ดี คือ การจดโน้ต

การจดข้อมูลลงไปจะช่วยให้สมองสร้างเส้นทางในการเก็บข้อมูล ซึ่งสามารถเข้าสู่ความทรงจำระยะยาวได้ง่ายขึ้น และวิธีที่ดีทีสุดคือให้จดด้วยลายมือ อาจจะช้าความพิมพ์ แต่ช่วยให้สมองประมวลผลได้ลึกกว่าและจำได้นานกว่า

S - State = สภาวะทางกายและใจ

ก่อนจะเริ่มต้นเรียน หรือก่อนลงมือทำอะไร อย่าลืมสำรวจ ‘สภาวะของตัวเอง’ ว่าตอนนี้ร่างกายเราเป็นยังไง? อารมณ์เราเป็นแบบไหน? เพราะจริงๆ แล้วร่างกายและจิตใจเชื่อมโยงกับสมอง ถ้าอารมณ์เราอยู่ในระดับที่ดี มีความกระตือรือร้น อยากรู้อยากเห็น มีความสุข ก็จะเรียนรู้ได้ดี เพราะ “ความรู้ + อารมณ์ที่ดี = ความจำที่คงทน”

อารมณ์ไม่พร้อมให้ปรับที่ร่างกาย

สมองของเราชอบการเคลื่อนไหว เพราะมันจะไปกระตุ้นให้เกิดการสร้างเซลล์และการเชื่อมโยงใหม่ ๆ คล้าย ๆ กับการใส่ปุ๋ยให้สมอง ดั้งนั้นถ้าถึงเวลาที่ต้องใช้สมองแล้ว แต่อารมณ์ยังไม่พร้อมเท่าไหร่ ให้เราเปลี่ยนท่าทาง ขยับร่างกาย เคลื่อนไหวเล็กน้อย นั่งหลังตรง หรือยืนอย่างมั่นใจ ให้ร่างกายรู้สึกแอคทีฟมากขึ้น

T - Teach = สอนคนอื่น

ทุกครั้งที่เราเรียน เราควรตั้งเป้าไว้เลยว่า เราจะต้องเอาสิ่งนี้ไปสอนคนอื่นได้!พราะเมื่อเรารู้ว่า เราต้องไปอธิบายให้คนอื่นเข้าใจต่อ สมองเราจะ “ตั้งใจเรียนคนละแบบ” และตั้งใจมากกว่าเวลาที่เรียนให้ตัวเองเข้าใจคนเดียว 

สอน = การเรียนรู้ 2 ต่อ 

การสอนคนอื่นก็เหมือนกับการที่เราได้เรียน 2 ต่อ รอบแรกคือการเรียนด้วยตัวเอง และรอบที่ 2 ก็คือตอนที่เรานำไปสอน หรืออธิบายให้คนอื่นฟังอีกครั้ง และการสอน หรือการพูดคุยโต้ตอบ ก็เป็นสิ่งที่ทำให้สมองเรียนรู้ได้ดีขึ้น 

เทอมนี้ลองนำเทคนิค F.A.S.T ไปใช้ได้เลยค่ะ แค่ปรับเปลี่ยนความเคยชินเล็ก ๆ น้อยๆ เพิ่มรายละเอียดในการเรียนอีกนิดหน่อย รับรองว่าช่วยให้เรียนรู้ได้ดีและเร็วขึ้นอย่างแน่นอน!

ที่มา https://www.jimkwik.com/podcasts/kwik-brain-001-learning-anything-faster/https://medium.com/swlh/learn-anything-f-a-s-t-e-r-5190e69bdc9a
พี่แพม
พี่แพม - Columnist คอลัมนิสต์สายติ่งเกาหลี นอนน้อยเพราะดูซีรีส์ สาระไม่ค่อยมี หน้าตาดีไปวันๆ

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

0 ความคิดเห็น