งดซื้อของที่ไม่จำเป็น 1 เดือน เริ่ม!!!
เริ่มต้นปีหลาย ๆ คนตั้ง New Year’s Resolution ไว้ว่าอยากมีเงินเก็บมากขึ้น! ซึ่งเป็นเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้ทุกปีแต่ทำไม่สำเร็จสักที แต่ปีนี้เราจะสร้างตำนานครั้งใหม่ มีเงินเก็บมากขึ้่นด้วยการทำชาเลนจ์ No Buy Month
No Buy Month
คือ เดือนแห่งการไม่ซื้อ! ถ้าจะไม่ให้ใช้เงินเลยในชีวิตก็คงจะเป็นไปไม่ได้ เพราะเรายังต้องกินต้องใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวัน แต่ถามว่าสิ่งที่เราใช้จ่ายในทุกวันนี้มีสิ่งที่จำเป็นจริง ๆ มากน้อยแค่ไหน? ถ้าคิดดี ๆ สัดส่วนอาจจะน้อยกว่าของที่ไม่จำเป็นก็ได้
ชาเลนจ์ไม่ซื้อของ 1 เดือน อนุญาตให้ใช้เงินซื้อได้เฉพาะของที่จำเป็น (Need) เท่านั้น และห้ามซื้อของที่อยากได้ (Want) โดยตัดสินจากการใช้งานมากกว่าความรู้สึก
กติกา
1. กำหนดสิ่งที่ห้ามซื้อ
ทุกคนสามารถเลือกได้ตามสไตล์การใช้ชีวิตของตัวเองได้เลยว่า ในแต่ละเดือน เราเสียเงินไปกับสิ่งไม่จำเป็นมากแค่ไหน? ใช้จ่ายกับอะไรมากที่สุด? ลิสต์สิ่งที่จะงดซื้อเอาไว้ แต่ห้ามใจตัวเองให้ได้ ขีดเส้นใต้ไว้เลยว่า ห้ามซื้อ 1 เดือน!!!!
ตัวอย่าง
- เสื้อผ้าใหม่
- อาหารมื้อแพง
- เครื่องสำอาง
- ของตามแฟชั่น
- ของเล่น
2. กำหนดสิ่งที่ซื้อได้
ในระยะเวลา 1 เดือนนี้เราก็ยังต้องใช้ชีวิตตามปกติ สิ่งต่าง ๆ ที่จำเป็นในการใช้ชีวิต ย้ำว่า ‘จำเป็น’ เป็นปัจจัยที่ขาดไม่ได้ ก็ยังสามารถใช้จ่ายได้อยู่
ตัวอย่าง
- อาหาร
- น้ำดื่ม
- ยา
- จ่ายบิล
- ค่าเช่าบ้าน
- ค่าโทรศัพท์
- การเดินทาง
- ของใช้จำเป็น
- เลือกซื้อของที่ราคาถูกลง
3. สำรวจ & ใช้ของที่มีอยู่
เมื่อกำหนดได้แล้วว่าซื้ออะไรได้ - ไม่ได้ ก็กลับมาสำรวจสิ่งที่เรามีอยู่ ว่าเรามีอะไรอยู่บ้าง เคยหยิบมาใช้ไหม ของบางอย่างเราอาจจะลืมไปแล้ว เวลานี้ก็เป็นโอกาสดีที่เราจะได้เอาของที่มีอยู่มาใช้ประโยชน์ หรือดัดแปลงสิ่งของต่าง ๆ มาใช้แทนสิ่งที่งด เช่น หยิบเสื้อผ้าตัวเก่า ๆ มา mix&match ใหม่ ใช้ลิปสติกสีชมพู สีเดิทที่ซื้อมาซ้ำกันให้หมดแท่ง หรือหยิบของเล่นเก่าเก็บออกมาเล่นบ้าง
4. ตั้งงบในการใช้จ่ายแต่ละวัน
ถึงจะมีสิ่งที่ซื้อได้ แต่ก็ไม่ควรใช้อย่างสิ้นเปลืองนะ งดซื้อ 1 อย่าง ไม่ได้หมายความว่าจะเอาเงินนั้นไปซื้ออย่างอื่นทดแทน ควรกำหนดงบประมาณในการใช้จ่ายเอาไว้ด้วย อาจจะเป็นรายวัน หรือรายสัปดาห์ ตั้งไว้เลยว่าจะใช้เงินได้กี่บาท ก่อนจะซื้ออะไรจะได้คิดไตร่ตรองให้ดีก่อน
5. ทำบันทึกรายรับ - รายจ่าย
ถึงรายจ่ายเราจะลดลงแล้ว แต่การบันทึกไว้ว่าใช้อะไรไปบ้าง จะทำให้เราเห็นตัวเลขยืนยันชัดเจนว่าใช้จ่ายอะไรไปเท่าไหร่ มีเงินเหลือเก็บเท่าไหร่ นอกจากนี้ยังตอกย้ำให้เห็นถึงสิ่งที่จำเป็น และไม่จำเป็นในชีวิตอีกด้วย
No Buy Month ไม่ใช่แค่ได้เงินเพิ่ม!
ข้อดีของการทำ No Buy Month ไม่ได้มีเพียงแค่เรื่อง "เงินเพิ่มขึ้น" เท่านั้น แต่ยังส่งผลดีต่อสภาวะจิตใจและนิสัยในระยะยาวด้วย
- มีวินัยการใช้เงินที่ดีขึ้น มีเงินเก็บมากขึ้น และรู้จักจัดการทรัพยากรที่มีอยู่ให้คุ้มค่าที่สุด
- ฝึกนิสัยคิดก่อนซื้อ เปลี่ยนจากการซื้อด้วยอารมณ์ เป็นการซื้อด้วยเหตุผล
- ช่วยให้เราเลิกนิสัยใช้จ่ายเงินเพื่อแก้เครียด (Coping Mechanism) หยุดวงจร "โดปามีน" สารแห่งความสุขที่หลั่งจากการช้อปปิ้ง พบการแก้เครียดแบบใหม่ที่ไม่ใช่การช้อปปิ้ง
- รีเซ็ตสมอง ให้กลับมามีความสุขกับสิ่งรอบตัวที่มีอยู่
ถ้าใครรู้สึกว่า 1 เดือนมันโหดเกินไป อาจจะเริ่มจาก 1 - 2 สัปดาห์ก่อนก็ได้ เพื่อไม่ให้กดดันตัวเองจนเกินไป ที่สำคัญคืออย่ากลับไปช้อปปิ้งแหลกหลังชาเลนจ์จบ ไม่งั้นสิ่งที่ทำมาก็ไม่มีความหมาย มาค่ะ ใครพร้อมทำ No Buy Month แล้วบ้าง? คอมเมนต์บอกกันเลยยย
ข้อมูลจากhttps://www.verywellmind.com/i-tried-no-spend-challengehttps://www.lifewithlessmess.com/no-spend-january/
0 ความคิดเห็น