ช่วงนี้หลายพื้นที่ต้องเผชิญกับอากาศขมุกขมัว พร้อมค่าฝุ่น PM 2.5 ที่พุ่งสูงเกินค่ามาตรฐาน แถมมีแนวโน้มจะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งฝุ่นเหล่านี้ไม่ใช่แค่ทำให้แสบตา ไอ หรือหายใจไม่สะดวกเท่านั้น แต่ยังส่งผลระยะยาวต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตของเราทุกคนเลยล่ะ ️
เมื่อปัญหาฝุ่นไม่ใช่เรื่องไกลตัว การเลือกตั้ง 2569 ที่จะมาถึงนี้ จึงไม่ใช่แค่การเลือกผู้แทน แต่ยังเป็นการกำหนดทิศทางด้านอากาศสะอาดอีกด้วย วันนี้ One More Course เลยขอพาทุกคนไปส่องนโยบายจาก 4 พรรคใหญ่เขาพูดถึงแนวทางการแก้ปัญหา PM 2.5 ยังไงกันบ้าง? // ว่าแล้วก็ตามไปส่องกันเลยยย!
| หมายเหตุ: บทความนี้ได้รวบรวมนโยบายและอัปเดตข้อมูลของแต่ละพรรคซึ่งได้ทำการประกาศออกมาจากช่องทางหลัก, ผ่านทางสำนักข่าว และการแถลงการณ์จากพรรค ณ วันที่ 19 มกราคม 2569 |
ข้อควรรู้ก่อนเข้าคูหาเลือกตั้ง 2569
การเลือกตั้งครั้งนี้ ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ในวันที่ 8 ก.พ. 2569 จะได้รับ “บัตร 3 ใบ” ได้แก่
- บัตรเลือกตั้ง สส. (สีเขียว)> กาเลือกผู้สมัคร (เบอร์คน)
- บัตรเลือก สส. บัญชีรายชื่อ (สีชมพู) > กาเลือกพรรคการเมือง (เบอร์พรรค)
- บัตรออกเสียงประชามติ (สีเหลือง) > กาเห็นชอบ-ไม่เห็นชอบให้มีรัฐธรรมนูญใหม่
*กรณีเลือกตั้งนอกเขต จะต้องไปใช้สิทธิ 2 วัน ได้แก่
1 ก.พ. 2569: กา 2 ใบ คือ บัตรเลือกตั้ง สส. และ บัตรเลือก สส. บัญชีรายชื่อ
8 ก.พ. 2569: กา 1 ใบ คือ บัตรออกเสียงประชามติ
เช็กบัตรให้ครบ กาให้ถูก และใช้สิทธิของตัวเองให้เต็มที่นะ!
พรรคประชาชน
เริ่มต้นด้วย “พรรคประชาชน” ที่มองปัญหา PM 2.5 เป็นวิกฤตโครงสร้างที่ต้องแก้ด้วยการจัดการเชิงระบบ ไม่ใช่การแก้เฉพาะหน้าเฉพาะฤดูกาล นโยบายจึงเน้นการรวมศูนย์บัญชาการ ใช้ข้อมูล เทคโนโลยี และกฎหมายเป็นเครื่องมือหลัก ควบคู่ไปกับการกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นและสร้างความรับผิดชอบแก่ผู้ก่อมลพิษ โดยมีเป้าหมายคือ ‘การแก้ฝุ่นจากต้นตอ’ ทั้งในประเทศและข้ามพรมแดน
นโยบายด้านคุณภาพอากาศ
- แก้ปัญหาระบบบัญชาการปัญหา PM2.5
ตั้ง “ศูนย์บัญชาการมลพิษทางอากาศ (CACC)” ทำหน้าที่รวมอำนาจสั่งการจากทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้อง แทนการทำงานแบบแยกส่วน - ส้มสู้ไฟป่า แก้ปัญหา PM2.5
จัดการไฟป่าด้วยฐานข้อมูลและเทคโนโลยี ควบคู่การปลดล็อกให้ท้องถิ่นมีอำนาจและงบประมาณในการจัดการไฟป่า เน้นการหยุดไฟตั้งแต่ต้นทางก่อนลุกลามเป็นวิกฤตฝุ่น - แก้ฝุ่นพิษภาคเกษตร ลด PM2.5
ผลักดัน “ระบบเกษตรไม่เผา” ใช้ข้อมูลดาวเทียมคาดการณ์พื้นที่เสี่ยง สนับสนุนเครื่องจักรไถกลบ และการแปรรูปเศษวัสดุทางการเกษตรสร้างรายได้ พร้อมกำหนดให้ผู้รับซื้อผลผลิตมีส่วนรับผิดชอบตลอดห่วงโซ่การผลิต เพื่อหยุดฝุ่นจากต้นตอ - แก้มลพิษทางอากาศข้ามแดน ลด PM2.5
ยกระดับปัญหาฝุ่นข้ามแดนสู่เวทีโลก ผลักดันให้มลพิษอากาศเป็นวาระความมั่นคงทางสุขภาพ สร้างมาตรฐานสากลเพื่อคุ้มครองสุขภาพประชาชน - ลดมลพิษทางอากาศจากรถยนต์ ลด PM2.5
เดินหน้า “คมนาคมสะอาด” ด้วยการจำกัดเขตมลพิษต่ำ กำหนดอายุรถเก่า และยกระดับระบบขนส่งสาธารณะผ่านตั๋วร่วม เพื่อลดฝุ่นในการจราจร - แก้ PM2.5 ผู้ปล่อยมลพิษต้องรับผิดชอบ
เปลี่ยนมลพิษให้เป็นต้นทุน พร้อมผลักดัน “พ.ร.บ. อากาศสะอาด” บังคับผู้ก่อมลพิษแบกรับค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพและสังคม เป็นการใช้มาตรการการเงินปรับพฤติกรรมการปล่อยฝุ่น - แก้ปัญหามลพิษอากาศอุตสาหกรรม ลด PM2.5
ผลักดัน “กฎหมาย PRTR” (กฎหมายการรายงานและเปิดเผยการปลดปล่อยและเคลื่อนย้ายมลพิษ) บังคับโรงงานเปิดเผยข้อมูลการปล่อยมลพิษต่อสาธารณะ เพิ่มบทบาทประชาชนในการตรวจสอบและเฝ้าระวังแหล่งกำเนิดฝุ่นพิษรอบตัว
พรรคเพื่อไทย
ทางด้าน “พรรคเพื่อไทย” ก็ได้ย้ำว่า อากาศสะอาดคือสิทธิขั้นพื้นฐานของคนไทยทุกคน การแก้ปัญหา PM 2.5 ต้องอาศัยกฎหมายที่บังคับใช้ได้จริง มีมาตรฐานเดียวกันทั้งประเทศ และครอบคลุมทุกแหล่งกำเนิดมลพิษ นโยบายจึงมุ่งไปที่การแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างจากต้นทาง ควบคู่กับการยกระดับความร่วมมือทั้งในประเทศและระดับภูมิภาค เพื่อฟื้นฟูคุณภาพชีวิต สุขภาพ และเศรษฐกิจ
นโยบายอากาศสะอาด
- ผลักดัน พ.ร.บ. อากาศสะอาด
วางกรอบการจัดการคุณภาพอากาศ ครอบคลุมแหล่งกำเนิดหลัก มีกลไกกำกับ ตรวจสอบ และบทลงโทษที่มีประสิทธิภาพ - ยกระดับปัญหา PM2.5 เป็นวาระแห่งชาติ
กำหนดเป็นภารกิจระยะยาวของรัฐที่ต้องมีความต่อเนื่องและจริงจัง - ขยายความร่วมมือระดับภูมิภาค
รับมือมลพิษข้ามพรมแดน ควบคู่การเพิ่มพื้นที่สีเขียว และผลักดันเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำในระยะยาว - เชื่อมข้อมูลอากาศเป็นระบบเดียว
พัฒนากฎหมายและกลไกการจัดการอากาศร่วมกัน - ลดฝุ่นจากต้นทางทุกภาคส่วน
ไม่ว่าจะเป็นในภาคเกษตร อุตสาหกรรม และการคมนาคม พร้อมส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้าและพลังงานสะอาดในเมืองใหญ่ - เสริมพลังท้องถิ่นและความร่วมมือภาคส่วนต่างๆ
ขยายบทบาทองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เชื่อมการทำงานของภาครัฐ ท้องถิ่น และภาคเอกชน ในการควบคุมการเผาและการจัดการไฟป่า
พรรคภูมิใจไทย
ขณะที่ “พรรคภูมิใจไทย” มองว่าปัญหาฝุ่น PM2.5 จะไม่สามารถแก้ไขได้อย่างยั่งยืน หากขาดความจริงจังในการบังคับใช้กฎหมายและการทำงานอย่างต่อเนื่อง พรรคจึงเสนอการแก้ปัญหาเชิงรุก โดยอาจตั้งคณะกรรมการสู้ฝุ่นที่บูรณาการ 7 กระทรวง มีแผนปฏิบัติการชัดเจนและเดินหน้าได้ตลอดทั้งปี พร้อมพัฒนาระบบข้อมูลและแพลตฟอร์มติดตามค่าฝุ่นของประเทศ ควบคู่ไปกับการผลักดันพลังงานสะอาด อุตสาหกรรมใหม่ และยานยนต์ไฟฟ้าเพื่อลดมลพิษ โดยมีนโยบายดังนี้
นโยบายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม
- ลดแหล่งกำเนิดฝุ่นจากพลังงานและการเดินทางในชีวิตประจำวัน
โดยผูกการแก้ PM2.5 เข้ากับการลดภาระค่าครองชีพของประชาชนในระยะยาว - ผลักดันระบบขนส่งสาธารณะเป็นยานยนต์ไฟฟ้า (EV)
โดยเฉพาะรถเมล์ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล เสนอค่าโดยสารเริ่มต้น 10 บาท สูงสุดไม่เกิน 40 บาท พร้อมตั้งเป้าเปลี่ยนรถเมล์ทั้งหมดเป็น EV ภายใน 3 ปี - รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าราคาต่ำ
เชื่อมพลังงานสะอาดเข้ากับการเดินทาง ใช้เครดิตพลังงานสำหรับการชาร์จไฟ ช่วยลดมลพิษในชุมชน โดยสนับสนุนให้ประชาชนสามารถซื้อรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าได้ในราคาต่ำ ผ่อนชำระยาว - ส่งเสริมพลังงานสะอาดระดับครัวเรือน
ผ่านโครงการติดตั้งโซลาร์เซลล์หลังคาบ้านฟรี พร้อมระบบเครดิตพลังงานจากการขายไฟฟ้าส่วนเกินให้รัฐ
พรรคประชาธิปัตย์
ปิดท้ายด้วย “พรรคประชาธิปัตย์” ที่มองว่าประชาชนไทยไม่ควรต้อง “ทน” สูดอากาศที่เต็มไปด้วยฝุ่นพิษและสารก่อมะเร็งอีกต่อไป ปัญหา PM 2.5 ไม่ได้กระทบแค่สิ่งแวดล้อมแต่ยังเป็นภัยคุกคามต่อสุขภาพในระยะยาว ขณะเดียวกันประเทศยังขาดข้อมูลเชิงลึกและเครื่องมือที่แม่นยำในการจัดการ รวมไปถึงการรับมือกับฝุ่นข้ามพรมแดนที่ควบคุมได้ยากด้วย พรรคจึงเสนอนโยบายดังต่อไปนี้
นโยบายฝุ่น PM 2.5 ลดได้
- ติดตั้ง Super Sensor ทั่วประเทศ
พัฒนาระบบตรวจวัดอากาศที่สามารถตรวจจับสารก่อมะเร็งใน PM 2.5 ได้โดยตรง เพื่อให้รัฐมีข้อมูลเชิงลึกและออกมาตรการควบคุมแหล่งกำเนิดมลพิษได้ตรงจุด - ใช้ข้อมูลนำการป้องกัน
เชื่อมข้อมูลจาก Super Sensor กับมาตรการด้านสาธารณสุข สิ่งแวดล้อม และการควบคุมแหล่งปล่อยฝุ่น ลดความเสี่ยงด้านสุขภาพของประชาชนในระยะยาว - ตัดวงจรฝุ่นจากการเผา
งดนำเข้าสินค้าเกษตรจากประเทศเพื่อนบ้านที่มาจากการเผาพื้นที่ เพื่อลดแรงจูงใจในการเผาและลดฝุ่นข้ามพรมแดน - สร้างมาตรฐานการค้าเพื่ออากาศสะอาด
ใช้นโยบายการค้าเป็นเครื่องมือกดดันให้การผลิตสินค้าเกษตรไม่สร้างมลพิษ ย้ำว่าคุณภาพอากาศของประชาชนไม่ใช่สิ่งที่ต่อรองได้
……….
Good to Know!
พ.ร.บ. อากาศสะอาด คือร่างพระราชบัญญัติที่รับรองสิทธิของประชาชนในการหายใจในอากาศที่สะอาด ปลอดภัย และอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดี ซึ่งไม่ได้พูดถึงแค่ PM 2.5 แต่ยังครอบคลุมไปถึงมลพิษทางอากาศทุกชนิด
ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม________________________________
#คอร์สดีบอกต่อ ติดตาม One More Course by Dek-D ได้ทุกช่องทาง!
- เข้าร่วมกลุ่ม One More Course คลิกที่นี่
- X: @tornokandcourse
- IG: @tornokandcourse
- TikTok: @tornokandcourse
0 ความคิดเห็น