‘ธุวัฒธรรพ์ / MiYU’ จากเด็กชายที่หลงใหลในโลกการ์ตูน สู่นักเขียนผู้มีผลงานตีพิมพ์กว่า 60 เรื่อง!

‘ธุวัฒธรรพ์ / MiYU’ 
จากเด็กชายที่หลงใหลในโลกการ์ตูน
สู่นักเขียนผู้มีผลงานตีพิมพ์กว่า 60 เรื่อง!

 

สวัสดีค่ะทุกคน วันนี้พี่แป้งพลอยมาพร้อมกับเรื่องราวของ “พี่มิว” หรือเจ้าของนามปากกา ธุวัฒธรรพ์ / MiYU หนึ่งในนักเขียนไทยที่ทำงานในวงการวรรณกรรมมายาวนานกว่า 10 ปี 

ตลอดเส้นทางการทำงาน พี่มิวมีผลงานตีพิมพ์กับหลายสำนักพิมพ์ รวมแล้วกว่า 60 เล่ม และไม่เคยจำกัดตัวเองอยู่เพียงแนวใดแนวหนึ่ง แต่เลือกสร้างสรรค์ผลงานหลากหลายรสชาติ เพื่อให้นักอ่านได้อินไปกับเรื่องราว 

วันนี้จึงเป็นโอกาสดีของชาวเด็กดีอย่างเราๆ ที่จะได้พี่มิวมาแบ่งปันประสบการณ์บนเส้นทางนักเขียนแบบใกล้ชิด หากใครกำลังหมดไฟกับงานเขียน ลองแวะเข้ามาอ่านบทความนี้ก่อน เชื่อว่าเรื่องราวของพี่มิวจะช่วยเติมแรงใจ และทำให้เรากลับมามีแรงฮึดเขียนนิยายต่อได้อีกครั้งแน่นอนค่ะ

จากความชื่นชอบในการ์ตูน สู่เส้นทางนักเขียน

“สมัยเด็กผมเป็นโอตาคุการ์ตูนมังงะเลย อ่านการ์ตูนอย่างน้อยวันละ 5 เล่ม โดยยุคนั้นที่อินเทอร์เน็ตยังไม่แพร่หลาย ก็จะมีร้านเช่าการ์ตูนไว้บริการเด็กที่งบน้อย ให้สามารถเช่นอ่านได้ในราคาย่อมเยา นั่นน่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้าง ‘โลกจินตนาการ’ ในสมอง ซึ่งก็เป็นสารตั้งต้นของการเป็นนักเขียนแหละครับ”

“ครั้งแรกเลยที่อยากเล่าเรื่องในหัว ไม่ได้อยู่ในรูปของการเขียนนิยาย แต่เป็นการวาดการ์ตูน เพราะเสพการ์ตูนมังงะตั้งแต่เด็ก จึงมีความฝันที่อยากจะเป็นนักวาดการ์ตูน แต่แม้พยายามเท่าไหร่ก็ไม่ประสบความสำเร็จในสายอาชีพนั้น เมื่อได้รับคำแนะนำจากเพื่อนให้เปลี่ยนพล็อตการ์ตูนเป็นนิยาย ก็เลยลองทำตาม”

เติบโตในฐานะนักเขียน เข้าสู่โลกนิยายออนไลน์

พี่มิวเล่าว่า จุดเริ่มต้นของเขาไม่ได้มาจากการเขียนนิยาย แต่เริ่มจากความฝันอยากเป็นนักวาดการ์ตูน เพราะเป็นคนชอบอ่านมังงะมาตั้งแต่เด็ก ก่อนจะค่อยๆ เปลี่ยนพล็อตเรื่องในหัวมาอยู่ในรูปแบบนิยาย ตามคำแนะนำของเพื่อน จนได้ตีพิมพ์ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2549 ทั้งที่ในเวลานั้น พี่มิวยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีแพลตฟอร์มออนไลน์สำหรับลงนิยายอยู่ด้วย

ต่อมาพี่มิวก็ได้รู้จักกับเว็บไซต์เด็กดีเป็นครั้งแรก 

“ผมมารู้จักเว็บไซต์เด็กดี ก็ตอนที่มีโครงการประกวดนิยายแฟนตาซีของ สนพ.Enter Book ที่ collab กับเว็บเด็กดี จึงได้มีโอกาสลงนิยายเรื่องSSS สงครามวัตถุวิญญาณบนเว็บไซต์เด็กดีตั้งแต่ช่วงปี พ.ศ.2555 และนั่นก็เป็นจุดเริ่มต้นในการทำความรู้จักกันระหว่างผมกับเด็กดีครับ”

หลังจากนั้น พี่มิวก็ก้าวเข้าสู่เส้นทางนักเขียนมืออาชีพอย่างจริงจัง พร้อมผลงานหลากหลายแนว ไม่ว่าจะเป็น Die – A – Ry บันทึกลับดับชีพ (นิยายสืบสวนสอบสวน ลี้ลับ), นิยายชุด Love Symptoms รักออกอาการ (นิยายโรแมนติก), ณ ที่ซึ่งกาลบรรจบ (นิยาย Boy Love), PEACE GAME เกมครองโลก (นิยายแฟนตาซี) และผลงานอื่นๆ อีกมากมาย!

และพอได้ลงนิยายบนแพลตฟอร์ม พี่มิวก็เริ่มสัมผัสถึงความรู้สึกของการเติบโตในฐานะนักเขียนนิยายออนไลน์อย่างแท้จริง

“พอเริ่มมีแฟนอาร์ตจากนักอ่านส่งมาให้นั่นแหละครับ โมเมนต์แรกนั่นคือดีใจจนต้องเปิดดูรูปนั้นซ้ำหลาย ๆ รอบเลย ส่วนคอมเมนต์ที่จดจำได้แม่นยำก็คือคอมเมนต์ที่ติเรื่องการใช้ภาษา ทำให้เรารู้จุดอ่อนว่าเราเป็นนักเขียนที่ภาษาไม่สวย ไม่มีทักษะวรรณศิลป์ ก็นำมาเป็นแรงผลักดันให้ฝึกเขียนให้ดีขึ้น เพิ่มคลังคำในสมองให้มากขึ้น จนสามารถเขียนนิยายแนวอื่น ๆ นอกจากแฟนตาซีได้ และมีงานจากหลายสำนักพิมพ์อย่างต่อเนื่องมาจนถึงทุกวันนี้ ก็รู้สึกขอบคุณเจ้าของคอมเมนต์นั้นมาก ๆ ครับ”

ล้มแล้วลุกได้ บนเส้นทางนักเขียนที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ

หลายคนอาจคิดว่าพี่มิวโชคดี เขียนนิยายเรื่องแรกก็ได้ตีพิมพ์ทันที แต่ในความเป็นจริง เส้นทางนักเขียนของเขาไม่ได้ราบรื่นอย่างที่ใครหลายคนคิด

พี่มิวเคยเกือบตัดสินใจหยุดเขียนนิยาย เพราะถูกสำนักพิมพ์โกงตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้าสู่วงการ หากวันนั้นเขาไม่ได้เข้าร่วมและคว้าชัยชนะจากโครงการประกวดนิยายแฟนตาซี ป่านนี้พวกเราอาจไม่มีโอกาสได้อ่านผลงานดีๆ ของ ธุวัฒธรรพ์/MiYU เลยก็ได้

เมื่อผ่านความเศร้าจากเหตุการณ์นั้นมาได้ บททดสอบต่อไปก็ยังคงรอพี่มิวอยู่ ช่วงหนึ่งเขาจำเป็นต้องพักการเขียนนิยายยาวนานถึง 2 ปี เนื่องจากศึกษาต่อในคณะนิติศาสตร์ของ มสธ. ซึ่งต้องใช้เวลาอ่านหนังสืออย่างหนัก และในช่วงเวลาเดียวกันนั้น สำนักพิมพ์ที่เคยส่งงานให้ก็ปิดตัวลง ทำให้เขาตัดสินใจพักงานเขียน เพื่อโฟกัสกับการเรียนให้เต็มที่

พี่มิวเล่าเพิ่มเติมว่า ในช่วงแรกของการเขียนนิยาย โดยเฉพาะตอนที่ต้องขยับมาเขียนงานแนวอื่นที่ไม่ใช่แฟนตาซีที่ถนัด หัวก็มักจะโล่ง คิดอะไรไม่ออก ถึงขั้นเปิดโปรแกรม Word ขึ้นมาแล้วได้แต่กระพริบตาปริบๆ มองหน้ากระดาษขาว เพราะรู้สึกตันและเขียนไม่ออก

“แต่ก็แก้ปัญหาได้ด้วยการวางแผนการเขียนแบบนักเขียนมืออาชีพ เช่น การเขียนพล็อต เขียนเรื่องย่อ เขียนทรีตเมนต์ เขียน timeline ทำไฟล์ข้อมูลประกอบ ฯลฯ พอเราเตรียมตัวดี ก็เหมือนมี guideline ที่ช่วยให้ทำงานเป็นระบบและคล่องตัวมากขึ้น แถมการพักเรียนยังทำให้เขาได้ข้อมูลทางด้านกฎหมายจากการเรียนมาใช้ในการเขียนนิยายแนวสืบสวนให้สมจริงยิ่งขึ้น...”

อุปสรรคก็เหมือนแบบทดสอบ ที่แวะเข้ามาเพื่อมอบบทเรียน และปลูกปั้นให้เราเติบโตเป็นนักเขียนที่ดีขึ้น ใครที่เจอปัญหาอยู่ ก็อย่าเพิ่งท้อนะคะ!

นิยามความสำเร็จของ ‘ธุวัฒธรรพ์ / MiYU’

หากพูดถึงความสำเร็จ ในมุมมองของพี่มิว ความสำเร็จนั้นมีอยู่หลายขั้นเลยค่ะ เริ่มตั้งแต่ความสำเร็จแรก อย่างการเขียนนิยายให้จบ ไปจนถึงความสำเร็จขั้นสุด คือการมีนักอ่านที่ชื่นชอบ เข้ามาพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันหลังไมค์เกี่ยวกับผลงานเรื่องนั้นๆ

ส่วนความสุขที่สุดในฐานะนักเขียน คือการมีพื้นที่ให้ถ่ายทอดสิ่งที่อยากเล่า และมีคนอ่านรอติดตามผลงานเหล่านั้นอยู่เสมอ นั่นคือความสุขของการเป็นนักเขียนในนิยามของพี่มิวค่ะ 

“การมีงานเขียนเป็นเล่มกับหลายสำนักพิมพ์รวมแล้ว 60+ เล่มเนี่ย สำหรับผมคือเกินฝันเลยนะ ถึงชื่อชั้นของเราอาจจะไม่ดังเท่านักเขียน Best Seller หรือนิยายถูกนำไปต่อยอดทำละคร ภาพยนตร์ แต่สำหรับคนที่ทำงานเขียนเป็นงานอดิเรก แล้วได้รับการยอมรับจาก สนพ. ให้มีงานต่อเนื่องมาเป็นสิบปี ส่วนตัวก็คิดว่าเส้นทางอาชีพนี้ของผมอยู่ในพาร์ทที่ ‘สำเร็จ’ แล้วล่ะครับ”

เริ่มจากเป้าหมายเล็กๆ ที่จะพาเราเติบโตในฐานะนักเขียน

เมื่อถามถึงสิ่งที่อยากส่งต่อให้นักเขียนรุ่นใหม่ พี่มิวมองว่า “การตั้งเป้าหมาย” คือสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม แต่เป้าหมายเหล่านั้น ไม่จำเป็นต้องยิ่งใหญ่ตั้งแต่ก้าวแรก

“บางคนอาจบอกว่า ตั้งเป้าหมายให้ไกลถึงดวงจันทร์ แม้พลาดก็อาจอยู่ท่ามกลางหมู่ดาว (หมายถึงถ้าตั้งเป้าหมายให้ไกล แล้วเดินตามเป้าหมายนั้น ก็อาจเข้าใกล้ความสำเร็จได้มากขึ้น) แต่สำหรับผม อยากให้ “เริ่มที่เป้าหมายเล็ก ๆ ก่อนครับ” จากนั้นก็ขยับเป้าหมายขึ้นทีละนิด ลองโพสในแพลตฟอร์ม (โดยเฉพาะเด็กดี ^^) โดยตั้งเป้าหมายเล็ก ๆ ว่า ขอให้มีคนอ่านสักตอนละสิบคน ยี่สิบคน สามสิบคน เพิ่มขึ้นทีละลำดับ ไม่ต้องใจร้อนหรือตั้งเป้าใหญ่ขนาดว่า ต้องมีคนอ่านตอนละหลักร้อยหลักพัน เป็นการบั่นทอนกำลังใจตัวเองหากผลลัพธ์ไม่ตรงตามเป้าที่ตั้งไว้เสียเปล่า ๆ”

แนวคิดนี้ไม่ได้เป็นเพียงคำแนะนำสำหรับนักเขียนรุ่นใหม่เท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงวิธีคิดของพี่มิวในฐานะนักเขียนคนหนึ่ง ที่ค่อยๆ เติบโตบนเส้นทางของตัวเองมาโดยตลอด

แม้พี่มิวจะผ่านความสำเร็จมาแล้วหลายขั้น แต่เขาก็ยังมีเป้าหมายใหม่ ที่อยากก้าวไปให้ถึงเช่นกัน

“เห็นเพื่อนนักเขียนหลายคนมีผลงานถูกนำไปสร้างเป็นละคร ภาพยนตร์ ซีรีส์ ก็อยากให้งานของเราได้รับการต่อยอดแบบนั้นบ้างนะ คือแม้จะมีนิยายที่เป็นภาพยนตร์มาแล้วเรื่องหนึ่ง แต่นั่นก็ไม่ใช่ไอเดียตั้งต้นของผม เป็นงานโปรเจกต์ที่ขายหนังกับหนังสือคู่กัน อีกพาร์ทหนึ่งที่ใกล้ที่สุดก็คือชนะการประกวดพล็อตเด่นเป็นละครของ สนพ.สถาพรบุ๊คส์ ร่วมกับ ช่อง 3 แต่ก็ยังไม่ถูกเลือกไปทำละคร ก็หวังว่าสักวันหนึ่งงานเขียนของเราจะได้รับโอกาสนั้นบ้าง”

จากเป้าหมายเล็กๆ สู่ความฝันและเป้าหมายใหม่ๆ ที่จะพาเราเดินหน้าต่อไปบนเส้นทางของโลกนักเขียน

 

สุดท้ายนี้ พี่ MiYU ขอแวะฝากผลงานกันสักหน่อย

“กำลังเขียนนิยายโป๊อยู่ครับ (โดนตบ) ที่จริงคือมีนิยายรักแนว 18+ ที่อยากลองเขียนดูบ้าง และก็เขียนไปได้เกินครึ่งเรื่องแล้ว หวังว่าปี 2569 นี้จะเขียนจบ ส่วนโปรเจกต์ที่จะได้อ่านเป็นเล่มหากไม่มีอะไรผิดพลาด ก็เป็นเรื่องสั้นแนวสยองขวัญสองเรื่อง ที่เขียนเสร็จแล้วและรอตีพิมพ์อยู่ครับ”

สุดท้ายแล้วจริงๆ พี่มิวฝากบอก…..

มุมมองพี่มิวเรื่อง “การแปลนิยายโดยไม่ได้รับอนุญาต” 

“ประเทศเราใช้กฎหมายลิขสิทธิ์มาตั้งแต่ปี 2537 แล้ว นั่นหมายความว่า คนที่อยู่ในแวดวงวรรณกรรมที่ทำงานกับลิขสิทธิ์เป็นหลัก ย่อมรู้ถึงกฎหมายลิขสิทธิ์ดี ว่าการทำอะไรถือเป็นความผิด ซึ่งการแปลนิยายโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์ ก็คือการกระทำความผิดตามกฎหมายอย่างชัดเจนอยู่แล้ว จะอ้างว่าทำโดยไม่รู้ย่อมไม่ได้… มีเพื่อนผมหลายคนเปิดสำนักพิมพ์เล็ก ๆ มีทีมงานไม่กี่คนในสำนักพิมพ์ แต่กลับซื้อลิขสิทธิ์นิยายดังหลายเรื่องมาแปลขายอย่างถูกต้องได้ (สนพ.paperyard) นั่นแสดงว่า มันมีหนทางที่จะทำให้ถูกต้อง และช่วยพัฒนาวงการวรรณกรรมไทยให้ดีขึ้นในสายตาของประชาคมโลก เปิดโอกาสในการผลักดันให้อุตสาหกรรมหนังสือไทยเติบโตไปในระดับโลกได้

 

เป็นอย่างไรบ้างคะ รู้สึกเหมือนได้แรงฮึดกลับมาบ้างไหม จากเด็กคนหนึ่งที่หลงใหลในการ์ตูน สู่การเป็นนักเขียนที่มีผลงานเป็นของตัวเองกว่า 60 เล่ม เส้นทางนี้ไม่ได้ราบรื่นเสมอไป แต่เต็มไปด้วยการเรียนรู้ ความพยายาม และการไม่ยอมแพ้ จนพี่มิวสามารถยืนอยู่บนเส้นทางที่เลือกได้อย่างภาคภูมิ 

สำหรับนักเขียนหน้าใหม่ที่กำลังลังเลอยู่หน้าประตูเส้นทางนี้ บางทีการเริ่มต้น อาจไม่ต้องยิ่งใหญ่ แค่เริ่มเขียน เริ่มเล่า และเริ่มเชื่อในเรื่องราวของตัวเอง จุดเล็กๆ วันนี้ อาจกลายเป็นก้าวสำคัญของความสำเร็จในวันหนึ่งก็ได้ค่ะ

Fun Fact ส่งท้าย

เรื่องของ “MiYU” ที่ทุกคนยังไม่รู้!

  • “MiYU” ได้รับเลือกให้เป็นอุปนายกชมรมนักเขียนสร้างสรรค์ ที่นำทีมโดย บก.โป่ง (ประดับเกียรติ ตุมประธาน) ซึ่งมีจุดประสงค์การก่อตั้งชมรมเพื่อเป็น ‘เพื่อน’ ของนักเขียนทั้งรุ่นเก่ารุ่นใหม่ ให้คำปรึกษา และจัดกิจกรรมที่ดี เป็นประโยชน์กับวงการวรรณกรรม ที่ผ่านมาก็มีการเวิร์กช็อป มีการเชิญผู้มีความรู้ความสามารถมาร่วมพูดคุยในเรื่องอันเป็นสารประโยชน์ ผ่านเพจ ‘ชมรมนักเขียนสร้างสรรค์’ ทั้งบน Facebook และ Youtube

 ผลงานนิยายของคุณ “ธุวัฒธรรพ์/MiYU

พี่แป้งพลอย
พี่แป้งพลอย - Columnist เป็นเด็กธรรมดาที่อยากเขียน

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

0 ความคิดเห็น